“ทวิน ไพน์” เตรียมจับมือพันธมิตร ผุดกองทุนรวมประเภท “ไฮยิลด์ บอนด์”
นายอดิศร วสุคุปต์ สิงห์สัจจะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทวิน ไพน์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างศึกษาและเจรจากับพันธมิตรเพื่อจัดตั้งกองทุนประเภท กองทุนรวม” (Mutual Fund) ที่ลงทุนประเภทตราสารหนี้ที่ให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ในระดับสูง (ไฮยิลด์ บอนด์) ซึ่งคาดว่าจะมีกองทุนที่ไปลงทุนประเภทไฮยิลด์ บอนด์ได้ภายในปี 65 ซึ่งขนาดของกองทุนนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับพันธมิตรผู้ที่ร่วมดำเนินการ เบื้องต้นคาดมูลค่าจะต้องอยู่ที่ประมาณหลักเกิน 1,000 ล้านบาท และกองทุนจะให้ผลตอบแทนในระดับ 4-6%
สำหรับภาพรวมของตลาดตราสารหนี้ในปี 65 คาดจะมีการออกตราสารหนี้ใหม่มูลค่ามากกว่าในปี 64 หรือมากกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระประมาณ 6 แสนล้านบาท และส่วนที่เหลือเป็นวงเงินหุ้นกู้ที่ออกใหม่ ซึ่งแบ่งเป็นสัดส่วนของรัฐบาลที่ 75% และเอกชน 25% ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นกลุ่มธุรกิจพลังงาน,อสังหาริมทรัพย์ และลิสซิ่งที่จะระดมทุนผ่านช่องทางดังกล่าวมากที่สุด
นอกจากนี้ เชื่อว่าเทรนด์ของการออกตราสารหนี้ประเภทกรีนบอนด์และบลูบอนด์ในปี 65 จะมีสัดส่วนของการออกตราสารหนี้เป็น 25% จากในปี 64 อยู่ที่ระดับ 10% เนื่องจากมีกลุ่มนักลงทุนประเภทสถาบันให้ความสนใจการลงทุนประเภทดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น และบริษัทหรือองค์กรต่างๆก็ได้ตอบสนองในการเริ่มทยอยออกตราสารหนี้ประเภทนี้ หลังจากในช่วงที่ผ่านมามีปัจจัยภาวะการระบาดของโควิด19 เป็นตัวเร่งให้เห็นถึงความยั่งยืนทางธุรกิจ
สำหรับประเด็นที่ขณะนี้ตลาดคริปโทฯได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุนเป็นจำนวนมากนั้นมองว่ายอมรับว่าขณะนี้ตลาดคริปโทมีความหวือหวาสูง แต่อย่างไรก็ตามมีสินทรัพย์ด้านคริปโทบางประเภทที่มีพื้นฐานรองรับกับสินทรัพย์ที่ยังไม่ได้รับความน่าสนใจ เชื่อว่าในอนาคตเงินจะต้องไหลไปยังสินทรัพย์ที่มีพื้นฐานรองรับ ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถแบ่งเงินไปลงทุนในคริปโทไว้ในพอร์ตการลงทุนได้ เพราะเปรียบเสมือนเป็นการกระจายการลงทุน
นอกจากนี้มองว่าประเทศไทยควรจะเป็นศูนย์การของการระดมทุนในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งถ้ามองภาพรวมของการระดมทุนนั้น การระดมทุนประเภทตราสารหนี้คิดเป็นอัตราส่วนแค่เพียง 1% เท่านั้น ดังนั้นในอนาคตควรจะต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องมองว่าเป็นการกระจายการลงทุน และเพื่อการลงทุนในระยะยาว
