Official Update :

คัด 4 หุ้นร้อนแรงในกลุ่ม TECH จับเทรนด์ปี 65 ยังมีความน่าสนใจแค่ไหน?

ในปีที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนอย่างมาก จนทำราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง ทำให้นักลงทุนต่างสงสัยกันว่าปี 2565 หุ้นกลุ่มนี้จะยังน่าสนใจหรือไม่ ทีมข่าว Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว ผ่านบทความนี้เลย


สะท้อนจากมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี และคงคำแนะนำ “ซื้อ” BBIK ด้วยราคาเป้าหมายที่ 63.65 บาท และ BE8 ด้วยราคาเป้าหมายที่ 40.40 บาท


ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยได้จัด Analyst marketing NDR และ KS C-Series บริษัท BBIK และ BE8 ในช่วงที่ผ่านมา ให้กับนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย โดยได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากลูกค้า ขณะที่ BBIK และ BE8 ต่างคาดหวังว่าอุตสาหกรรม Digital Transformation ในประเทศจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เพราะจะได้รับแรงหนุนหลักจากการระบาดของโควิด-19 ถึงแม้ว่าธุรกิจของ BBIK และ BE8 จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่ทั้งคู่ก็ ไม่ใช่คู่แข่งโดยตรง เนื่องจาก BE8 มุ่งเน้นไปที่ CRM เป็นหลัก ขณะที่ BBIK มีหมวดหมู่ธุรกิจที่หลากหลายกว่า


BBIK รายงานยอดงานในมือ (backlog) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ที่ 390 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้ได้อีก 90 ล้านบาทในไตรมาส 4/2564 และอีก 160 ล้านบาทในปี 2565 (คิดเป็น 41% ของประมาณการรายได้ของเราในปี 2565) ขณะที่ BE8 รายงานยอดงานค้าง ในมือ ณ เดือน พ.ย. 2564 ที่ 300 ล้านบาท และคาดว่ามากกว่า 80% ของยอดงานค้างในมือจะรับรู้ในปี 2565 คิดเป็นประมาณ 44% ของประมาณการรายได้ของเราในปี 2565


โดยมองเห็น upside ต่อประมาณการรายได้ของ BBIK และ BE8 ในปี 2565 หากมองรายได้ต่อหัวของ BBIK ที่ 2.5 ล้านบาท และจำนวนคนในปัจจุบันที่ 150 คน ประเมินรายได้ปัจจุบันของ BBIK จะอยู่ที่ 375 ล้านบาท เทียบกับประมาณการรายได้ของเราในปี 2565 ที่ 389 ล้านบาท


ขณะเดียวกัน BBIK คาดว่าจะเพิ่มจำนวนพนักงานอีกประมาณ 30% หรือเป็น 200 คน นั่นหมายถึงความสามารถในการสร้างรายได้ในปี 2565 อยู่ที่ 500 ล้านบาท คาดว่า upside ที่อาจเกิดขึ้นต่อประมาณการรายได้ของ BBIK ขึ้นอยู่กับความเร็วในการหาพนักงานเพิ่ม จากความต้องการในปัจจุบันของอุตสาหกรรมการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี


นอกจากนี้ BE8 ประเมินงานที่อยู่ระหว่างการรอประมูลในปี 2565 อยู่ประมาณ 700 ล้านบาท อิงจากอัตราการชนะ งานที่ 50% และ backlog ในปัจจุบัน โดยคาดว่ารายได้ของ BE8 อาจแตะ 590 ล้านบาท ในปี 2565 สูงกว่าที่เราประมาณการไว้ที่ 540 ล้านบาท


ขณะที่บทวิเคราะห์หุ้นรายตัว ก่อนหน้านี้บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้ปรับเพิ่มประมาณกำไรสุทธิปี 2565- 66 ของ BBIK ขึ้น 4% และ 25% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการรายได้ปี 2565-66 ขึ้น 6% และ 10% จากยอด backlog ที่แข็งแกร่งที่ราว 315 ล้านบาท นอกจากนี้ยังคาดว่า BBIK จะเริ่มใช้สิทธิพิเศษทางภาษีของ BOI ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2566 เติบโตขึ้นแข็งแกร่งถึง 51% สูงกว่าประมาณการอัตราเติบโตของรายได้ในปี 2566 ที่ 25% ขณะที่คาดกำไรปี 2565 คาดจะอยู่ที่ระดับ 98 ล้านบาท เทียบกับปี 64 ที่คาดอยู่ระดับ 62 ล้านบาท


ทางด้านขณะที่บทวิเคราะห์หุ้นรายตัว BE8 ก่อนหน้านี้บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2565- 66 ขึ้น 17% และ 29% เพื่อสะท้อนถึง backlog ที่แข็งแกร่งในปี 2565 โดยคาดปี 2565 รายงานกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท เทียบกับปี 64 ที่ระดับ 84 ล้านบาท



DITTO กำไรโตเด่น

ถัดมา DITTO นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เบื้องต้นหุ้นมีความน่าสนใจจากการเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงระบบ Back Office ไปสู่ Digital ของทั้งภาครัฐและเอกชนของประเทศไทยที่จะมีขนาดของตลาดที่ใหญ่และเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และรายได้ส่วนใหญ่ของ DITTO เป็นรายได้ผ่านสัญญาระยะยาวที่มีโอกาสได้ต่อสัญญาสูง โดยเฉพาะธุรกิจ DDM มีสัดส่วน Recurring 47% ประเมินกรอบราคาเหมาะสมของ DITTO ที่เป็นไปได้ในปี 2565 ที่ 24.40 บาทต่อหุ้น


ประมาณการเบื้องต้นคาดกำไรเติบโตที่ระดับ 40% โตต่อปีในช่วง 64-66 โดยคาดกำไรปกติปี 2564-65 ที่ 166 ล้านบาท (+46% จากปีก่อนหน้า) และ 234 ล้านบาท (+41% จากปีก่อนหน้า) ตามลำดับ อิงสมมติฐานสำคัญดังนี้ 1. คาดรายได้หลักในปี 2564/65 ที่ 1,135 ล้านบาท (+15%จากปีก่อนหน้า) และ 1,401 ล้านบาท (+23% จากปีก่อนหน้า) ตามลำดับ หนุนจาก Backlogs ในมือที่ระดับ 1.08 พันล้านบาท (ไม่รวมธุรกิจให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสำรซึ่งส่วนใหญ่เป็น Recuring) และโอกำสต่อยอดงำนประมูลขนำดใหญ่ต่อเนื่องในปี 2565


2.ในปี 2565 คาดรายได้จากธุรกิจ Data & Document Management เติบโต 40% จากปีก่อนหน้า และคาด รายได้จากธุรกิจ Technology Engineering เติบโตราว 30% จากปีก่อนหน้า ในขณะที่เราคาดรายได้จากธุรกิจ ให้เช่าจำหน่ายและให้บริการเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องพิมพ์และสินค้าอื่น ๆ ลดลง 2% ในปี 2565 จากฐานสูงในปี 2564


3.คาดอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2565 ที่ระดับ 30.6% ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่ 29% ผลบวกจาก economies of scale ในธุรกิจ Data & Document Management และ ธุรกิจ Technology Engineering จากความชำนาญที่เพิ่มขึ้นในงานเดิมและสัดส่วนรายได้ recurring ที่สูงขึ้น


4.คาด SG&A ในปี 2565 ที่ 134 ล้านบาท (+12%จากปีก่อนหน้า) กำรควบคุมต้นทุนภายในองค์กรแต่เพิ่มจำนวนงานทำให้เกิด economies of scale หรือคิดเป็น SG&A to sale ที่ 9.6% โดยภาพรวมคาด DITTO เป็นบริษัทฯ ที่ทำกำไรเติบโตระดับ 40% ต่อปีในช่วง 2-3 ปีจากนี้ ประโยชน์หลักจากรายได้ที่ยังเติบโตได้ดีจากฐานต่ำ การอยู่ในอุตสาหกรรมที่ยังมี Penetration ต่ำ ฐานทุนหลังเข้าตลาดที่แข็งแกร่ง และได้ประโยชน์จากสัดส่วน Recurring ที่สูงขึ้นต่อเนื่องตามปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น



IIG แรงหนุนเพียบ

สุดท้าย IIG นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า IIG แนะนำ ซื้อ IIG ราคาเป้าหมายปี 65 เป็น 50 บาท โดยแม้ในช่วง COVID บริษัทยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเราประเมินว่าการเติบโตจะต่อเนื่องไปในปี 65 จากอุปสงค์ด้าน Digital Transformation ที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรายได้ประจำ, Backlog และดีลที่อยู่ระหว่างเจรจาที่มีค่อนข้างมากและจะเป็นปัจจัยหลักในการหนุนการเติบโต


นอกจากนั้นหากกฏหมาย PDPA มีผลบังคับใช้จะเป็นปัจจัยเร่งใหร้ายได้เติบ โตอย่างแข็งแกร่งในปี 65 มีการปรับประมาณการรายได้ปี 65 ขึ้น 6% มาที่ 895 ล้านบาท (เติบโต 33%) และปรับกำไรขึ้น 11% มาที่ 111 ล้านบาท เติบโต 33% ในด้าน Valuation เอง PER ยังถูกกว่ากลุ่ม



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”