PEACE น้องใหม่หุ้นอสังหาฯ สร้างบ้านจากแนวคิด ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นมีการแข่งขันที่สูง และมีน้อยรายมากที่จะทำธุรกิจได้ยาวนานเกิน 20 ปี การอยู่ได้ยาวนานผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาหลายรอบเป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่งของบริษัทที่พร้อมจะก้าวข้ามความยากลำบากที่จะเกิดขึ้นทั้งในอดีต และ อนาคต อย่างบริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE ผู้ที่อยู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 30 ปี ให้ความสำคัญในเรื่องนี้เพื่อพัฒนาโครงการในการเลือกพื้นที่ ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก


ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์การเลือกทำเลที่ตั้งนั้นคือตัวชี้วัดว่าโครงการนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ ในพื้นที่ห่างกันแค่เพียงนิดเดียว แต่ราคานั้นต่างกันมหาศาล ใครที่มีข้อมูลมากกว่ามักจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จ  ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ PEACE ประสบความสำเร็จเสมอมา ภายใต้การนำของ คุณประสพศักดิ์ ศิริโสภณา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีซแอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PEACE


โดยแนวคิดของ PEACE นั้นเรียบง่าย ‘ที่ดินทุกผืนมีผืนเดียวบนโลก ไม่สามารถผลิตเพิ่มขึ้นใหม่ได้ ดังนั้นต้องมองให้ออกว่า พื้นที่ใดจะมีความโดดเด่น พื้นที่ไหนจะได้รับความนิยม ควรจะขายใคร ในราคาเท่าไหร่ โดย PEACE ได้ใช้ทีมวิจัยการตลาด เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสำเร็จ โดยในทุกโครงการนั้นทาง PEACE จะส่งทีมลงทำการบ้านในพื้นที่อย่างละเอียด และนำข้อมูลที่ได้รับมากำหนดรูปแบบและพัฒนาโครงการ


ความสำเร็จนี้สะท้อนได้จากในอดีต ในปี 2540 ช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเวลานั้นคือธุรกิจที่ตายแล้ว ไม่มีโครงการขึ้นใหม่แม้แต่โครงการเดียว แต่ PEACE เลือกที่จะใช้ทีมวิจัยในการทำการสำรวจ และพบว่าในเวลานั้นพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด ในจังหวัดระยอง มีกำลังซื้ออย่างมาก จึงเลือกที่จะขึ้นโครงการ บ้านลมทะเล 1 และ 2  ที่กลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ขายดีมากในเวลานั้น บ้านกว่า 300 หลังขายหมดแม้จะอยู่ในช่วงวิกฤติ และนับจากวันนั้นถึงวันนี้ ไม่มีแม้แต่โครงการเดียวที่ PEACE เจอปัญหา Dead Stock !!



PEACE กำลังก้าวสู่การเติบโต

นอกจากผลในงานอดีตจะน่าประทับใจแล้ว PEACE กำลังจะก้าวสู่การเติบโต นับจากอดีตถึงปัจจุบันมีการพัฒนาโครงการรวมทั้งสิ้น 25 โครงการ (แบ่งเป็นโครงการที่ปิดการขายแล้ว 15 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการ และโครงการในอนาคต 3 โครงการ) คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 16,569 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายการปิดการขายโครงการ ภายใน 2 – 3 ปี (สำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตน้อยกว่า 200 ยูนิต)  และภายใน 3 – 5 ปี (สำหรับโครงการที่มีจำนวนยูนิตมากกว่า 200 ยูนิต)


โดย ณ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายและโอนกรรมสิทธิ์ 7 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,717 ล้านบาท มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) 600 ล้านบาท และมีแผนโครงการในอนาคต 3 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,045 ล้านบาท  ซึ่งการเติบโตนี้จะผ่าน 5 แบรนด์สำคัญ




*ที่มา :  https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=349266



ใช้ทีมบริหารคนรุ่นใหม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ PEACE  คือการใช้ทีมบริหารคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มคน Gen Y เข้ามาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ นำโดยคุณ โดม ศิริโสภณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานการตลาดและการขาย (CMO)  ของ PEACE   ที่เลือกการใช้ช่องทางการสื่อสารการตลาดที่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค เพราะ PEACE มองว่า กลุ่มคนซื้อบ้าน ในปัจจุบันนั้นเป็นกลุ่มคน Gen Y มากขึ้น ดังนั้นการใช้คนในวัยใกล้เคียงกัน จะเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคมากกว่า


ไม่เพียงแค่การสื่อสารการตลาดเท่านั้น การปรับแบรนด์ของแต่ละกลุ่มสินค้าก็ใช้รูปแบบการบริหารเดียวกัน โดยเน้นการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยจริง ทั้งในเรื่องหลักอย่าง โลเคชั่น พื้นที่ใช้สอย ดีไซน์ และราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้ลูกค้าซื้อที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม เป็นต้น ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าที่อยู่อาศัยประเภทแนวสูงและมีพื้นที่แยกเป็นสัดส่วนมากกว่าทำให้ PEACE จึงมีความโดดเด่นในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ



กำไรเติบโต
..แม้อยู่กลางวิกฤติ

อย่างไรก็ตามแม้บริษัทจะดีมากแค่ไหน แต่ถ้าบรรทัดสุดท้ายของบริษัทไม่สวยงามก็อาจไม่ดึงดูดใจนักลงทุน ในข้อนี้ PEACE ได้ผ่านการพิสูจน์มากว่า 30 ปี และปี 2564 ก็เป็นอีกปีที่ PEACE ได้โชว์ความแข็งแกร่งให้เห็น  โดย


ในงวด 9 เดือน ปี 2564 PEACE มีรายได้รวม 809.57 เพิ่มขึ้น 40.69 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  จากการเริ่มเปิดขายบ้านโครงการใหม่ คือ โครงการ Cher งามวงศ์วาน – ประชาชื่น ซึ่งเริ่มเปิดขายในเดือนสิงหาคม 2563 และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนกันยายน 2563 และโครงการ Cher สุขสวัสดิ์ – พุทธบูชา ซึ่งเริ่มเปิดขายในเดือนพฤศจิกายน 2563 และเริ่มมีการโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนมีนาคม 2564 ตามลำดับและมีกำไรสุทธิ 150.75 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 74.68 % จากปีก่อน


PEACE นั้นกำลังจะมีแผนสร้างการเติบโตครั้งใหม่ โดยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อม เสนอขายหุ้น ไม่เกิน 84,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 1.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นร้อยละ 20.00 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญของนักลงทุน ที่จะร่วมสร้างการเติบโตไปพร้อมกับบริษัทที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร


ซึ่งแผนการเสนอขายจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในเร็ววันนี้



Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-MEM” โฟกัสหุ้น “Memory Chip” ชิปแห่งความทรงจำ “หัวใจ” สำคัญขับเคลื่อนเทรนด์ “AI Super Cycle” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
กรมศุลกากร ทรานส์ฟอร์ม สู่ NEXT DRIVE CUSTOMS สลัดภาพ "บ้านผีสิง" สู่ "Modern House" หนุนมูลค่าการค้าไทยแตะ 27 ล้านล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กรกฎา-ปีมะเมีย” เกาะเทรนด์ “AI Megatrend”… ชู 2 ธีมเด่น “หุ้นเกาหลีใต้-Semiconductor” ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ดักเก็บหุ้น Domestic แบงก์-รพ.-ท่องเที่ยวเด่น รับฟันด์โฟลว์ไหลเข้าต่อเนื่อง ชี้ปันผลสูง แถมมูลค่าน่าสนใจ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นหมู-ไก่คึกคัก รับราคาเนื้อสัตว์ฟื้น ฟากโบรกฯ ยังคงมุมมอง Bearish ชี้ราคาเฉลี่ยต่ำ-ต้นทุนสูงกดมาร์จิ้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us