เปิดอาณาจักรแสนล้าน บริษัทในเครือของ “ปูนซิเมนต์ไทย”
กลายประเด็นที่น่าสนใจสำหรับเหล่านักลงทุนรายย่อยอย่างเราอีกแล้ว หลังจากที่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บอร์ดได้อนุมัติแผนการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial PublicOffering : IPO) ของ บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (SCGC) หรือเรียกง่ายๆว่า เตรียมดันบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจปิโตรเคมีเข้าตลาดหุ้นนั้นเอง
โดย SCGC เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทยและเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึง ขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 3 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน พอลิโพรพิลีน และพอลิไวนิลคลอไรด์ ซึ่งผลการดำเนินงานงวดปี 64 มีรายได้ที่ระดับ 238,390 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 28,931 ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนรายได้ 45% ของทั้งกลุ่ม ขณะที่กำไรสุทธิของ SCGC คิดเป็นสัดส่วนถึง 60% ของกลุ่ม
ทั้งนี้ SCGC มีฐานะเป็นน้องใหม่ของเครืออาณาจักรของ SCC ที่จะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปรู้จักกับบริษัทที่มีฐานะเป็นบริษัทย่อยและบริษัทในเครืออาณาจักรของ SCC ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งจะมีบริษัทอะไร และประกอบธุรกิจอะไรบ้างนั้น Wealthy Thai จะเล่าให้ฟัง
เริ่มกันที่ SCGP หรือบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหุ้นไอพีโอน้องใหม่ของอาณาจักร SCC ที่เพิ่มจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2563 โดยประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ (1) สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging Chain) และ (2) สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain)
มาต่อกันที่บริษัท เอสซีจี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ COTTO ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระเบื้องเซรามิกปูพื้นและบุผนังเป็นธุรกิจหลัก ภายใต้เครื่องหมายการค้า COTTO, SOSUCO และ CAMPANA และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมหนองแค ทั้งนี้ COTTO เกิดจากการควบรวมกันระหว่างบริษัทไทย-เยอรมัน เซรามิค อินดัสทรี่ จำกัด (มหาชน) หรือ TGCI และบริษัทย่อย 4 บริษัทของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทยจำกัด(มหาชน) หรือ SCC ได้แก่ (1) บจก.เซรามิคอุตสาหกรรมไทย (2) บจก.เดอะ สยาม เซรามิคกรุ๊ปอินดัสทรี่ส์ (3) บจก.โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) และ (4) บจก.เจมาโก
ถัดมาคือ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ถือเป็นร้านวัสดุก่อสร้างที่โตมาด้วยกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง มีสาขาเริ่มต้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นสาขาแรก จากนั้นผลงานเป็นที่ต้องตาของกลุ่ม SCC จึงส่ง บริษัท เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น จำกัด เข้าไปถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วน 32.27%
ปิดท้ายกันที่ Q-CON บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอนกรีตมวลเบาเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออก รวมถึงผลิตภัณฑ์ทั้งประเภทไม่เสริมเหล็ก ได้แก่ บล็อค (Block) ขนาดต่างๆ และประเภทเสริมเหล็ก ได้แก่ คานทับหลังสำเร็จรูป (Lintel), แผ่นผนัง (Wall Panel), แผ่นพื้น (Floor Panel) และแผ่นบันได (Stair) โดยเป็นการ spin off มาจาก บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH
อย่างไรก็ตามย้อนกลับไปเมื่อปี 53 กลุ่ม SCC ให้ความสนใจเข้าไปซื้อหุ้นต่อจากกลุ่มผู้ถือใหญ่จากลุ่ม LH โดยส่งบริษัท เอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เข้าไปถือหุ้นใหญ่อยู่ในสัดส่วน 61%

