SCB ประกาศจ่ายปันผล 2.63 บาท รีบซื้อ! ก่อนไม่ได้รับสิทธิ วันที่ 14 ก.พ.นี้
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB รายงานว่า คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี2564 ให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและผู้ถือหุ้นสามัญในอัตราหุ้นละ 4.06บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 13,801 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิประจำปี 2564 ตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร
โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวให้จ่ายแก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับของธนาคาร ตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 15 กุมภาพันธ์2565(ทั้งนี้ การกำหนดสิทธิรับเงินปันผลดังกล่าวของธนาคารยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น) โดยในกรณีที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นธนาคาร ซึ่งกำหนดขึ้นเครื่องหมายวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 14 ก.พ. 65
ทั้งนี้ได้กำหนดที่จะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22 เมษายน 2565 โดยขอให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิรับเงินปันผลภายในกำหนดระยะเวลา 10 อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2564 ธนาคารได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานปี 2564 ให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและผู้ถือหุ้นสามัญแล้ว ในอัตราหุ้นละ 1.43 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 4,861 ล้านบาท ดังนั้นคงเหลือจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลังปี 64 อีก 2.63 บาท คิดเป็นเงินปันผลที่จะจ่ายตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ จำนวนประมาณ 8,940 ล้านบาท
ในการเสนอจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2564 ดังกล่าวจะทำให้จำนวนเงินปันผลระหว่างกาลที่ธนาคารจะจ่ายจากกำไรสุทธิประจำปี2564 และกำไรสะสมตามงบการเงินเฉพาะล่าสุดของธนาคารให้กับบริษัท เอสซีบีเอกซ์ จำกัด (มหาชน) และผู้ถือหุ้นรายอื่น ๆ ในขณะนั้นของธนาคาร ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงเงื่อนไขที่ธนาคารจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลดังกล่าว ตามที่ได้รับอนุมัติในหลักการที่จะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของธนาคาร ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564จำนวนประมาณ 70,000 ล้านบาทลดลงไป เหลือเป็นจำนวนประมาณ 61,000 ล้านบาท
คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นสมควรเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินปันผลระหว่างกาลที่ธนาคารจะจ่ายจากกำไรสุทธิประจำปี 2564 และกำไรสะสมตามงบการเงินเฉพาะล่าสุดของธนาคาร ตามที่ได้รับอนุมัติในหลักการที่จะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของธนาคาร ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564จากจำนวนประมาณ 70,000 ล้านบาท เป็นจำนวนประมาณ 61,000 ล้านบาท โดยให้คงเงื่อนไขการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลดังกล่าวที่กำหนดไว้ตามเดิม
