Official Update :

SCGP หุ้นขวัญใจสถาบัน ชูจุดเด่นต้นทุนการเงินต่ำเพียง 2%

ถึงเวลาของ SCGP เข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว โดยทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 37 บาท เพิ่มขึ้น 5.71% จากราคาไอพีโอที่ 35 บาท โดยนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า ในเรื่องของราคาเป็นเรื่องธรรมชาติ ซึ่งบรรยากาศการลงทุนของบ้านเราไม่ค่อยดีจากประเด็นการเมือง ดังนัราคาระดับนี้ถือว่าน่าพอใจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน และยังเชื่อมั่นว่านักลงทุนสถาบันจะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่จะรอจังหวะเข้าซื้อในอนาคต สะท้อนจากธุรกิจของบริษัทมีความยั่งยืน ไม่หวือหวา ให้ดูกันยาวๆ

ส่วนนางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายร่วม กล่าวว่า สำหรับหุ้น SCGP เรามองเป็นการลงทุนในระยะยาว โดยเชื่อว่านักลงทุนสถาบันจะเข้ามาสนับสนุนบริษัทอย่างต่อเนื่อง และ SCGP ยังมีโอกาสเข้าคำนวณในดัชนี SET50 อีกด้วย จึงมีโอกาสให้สถาบันเข้ามาเก็บอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ SCGP เป็นบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจที่แตกต่างและมีผลิตภัณฑ์รวมถึงบริการอย่างครบวงจร สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงมีจุดเด่นที่น่าสนใจ เช่น เป็นผู้นำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่จะได้รับแรงเสริมจากการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค บรรจุภัณฑ์ที่มีการออกแบบโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้บริโภค สามารถตอบสนองความต้องการผู้บริโภคในยุค New Normal ได้อย่างดี นอกจากนี้ SCGP ยังดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG หรือการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นแนวคิดของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCGP เปิดเผยว่า งการเข้าเทรดในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ SCGP สู่การเป็นบริษัทมหาชน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจจากการมีฐานะการเงินที่เข้มแข็งขึ้น โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ขยายการลงทุน ชำระเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียน โดยจะใช้ชำระเงินกู้ราว 10,000 ล้านบาท จากเงินกู้ทั้งหมดประมาณ 50,000 ล้านบาท จะทำให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงมาอยู่ที่ 0.5 เท่า จากเดิม 0.9 เท่า นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทยังถือว่ามีต้นทุนทางเงินเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำเพียง 2%

สำหรับในปี 2563-2564 บริษัทได้ลงทุนขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวในประเทศเวียดนามและไทย และขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดยมีมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 8,200 ล้านบาท โดยหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ SCGP พร้อมขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งการขยายกำลังการผลิตและศึกษาโอกาสเข้าควบรวมกิจการ (Merger & Partnership) โดยในปี 2563 SCGP อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวมและเข้าเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในบริษัทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ลูกฟูกในประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้ ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพและการเติบโต รักษาตำแหน่งผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนที่ต้องการเติบโตไปด้วยกัน

“เรามองว่าตลาดบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียนยังมีศักยภาพเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรและรายได้ การเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอีคอมเมิร์ซ การให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะที่ SCGP มีความสามารถในการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าได้อย่างหลากหลาย ครอบคลุมถึงการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน จึงมั่นใจว่าด้วยโมเดลธุรกิจที่วางไว้จะสามารถสร้างการเติบโตที่ดี” นายวิชาญกล่าว

Most Viewed
Wealth EZ
“ทางเลือก” การลงทุนใหม่ๆ (1)… “Algorithmic Trading” (Robot Trade) !!!
เมื่อ อีก 7 ชั่วโมง
Fun of Funds
“UCI-SSF” ลุยหุ้นนวัตกรรมจีนตลาด “A Shares” สร้างผลตอบแทนที่ดีระยะยาว !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” ครึ่งแรกปี26 อยู่ที่ 8.6 พันลบ. ครึ่งปีหลังมี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 4.2 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 10% เท่านั้น !!!
เมื่อ อีก 16 นาที
Stock of the Day
WHA-AMATA ปิดพุ่ง 6% ลุ้นยอดขอ BOI Q2 โตเด่น หลัง Verisk ชูไทยดาวรุ่ง Supply Chain หนุนย้ายฐานการผลิตดันดีมานด์นิคมฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
ก.ล.ต. - บก.ปอศ. ร่วมสอบถ้อยคำเกี่ยวกับกรณีการรายงานแบบ 246-2 ของนางสาวสุภาพร พิมพงษ์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us