Official Update :

BGRIM โอกาสธุรกิจและการลงทุน ที่เติบโตยั่งยืนไปพร้อมกับพลังงานสีเขียว

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนของประเทศไทย โดยแรกเริ่ม BGRIM ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นแบบประเภทพลังความร้อนร่วม ด้วยการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกลุ่มลูกค้าในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยมีลูกค้าให้บริการกว่า 300 ราย


แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น BGRIM ได้เดินหน้าเข้าสู่กลุ่มธุรกิจด้านพลังงานทดแทน ด้วยการกระจายการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนที่เป็นรูปแบบพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม และการผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำ ซึ่งเป็นการขยายกรอบการลงทุนไปยังต่างประเทศ เช่นที่ สปป.ลาว หนึ่งในประเทศที่มีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนทางด้านพลังงาน เพราะ สปป.ลาว วางเป้าหมายที่จะเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย


ไม่เพียงการเติบโตอย่างยั่งยืนในด้านของการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำเพียงเท่านั้น BGRIM ยังดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนในรูปแบบของพลังงานแสงอาทิตย์ที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเวียดนาม ซึ่งเวียดนามก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตและขยายใหญ่ขึ้น ดังนั้นความต้องการใช้ไฟฟ้าจึงมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อประเทศเวียดนาม โดยจะเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางด้านธุรกิจให้กับ BGRIM


เช่นเดียวกับการแสวงหาโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนของ BGRIM ที่ไม่หยุดแค่เพียงการเติบโตในด้านของโอกาสในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยในปี 64 ที่ผ่านมาทาง BGRIM ได้วางรากฐานสำหรับความพร้อมในอนาคต ด้วยการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ภายในปี 93 ซึ่งโรงไฟฟ้าบี.กริม เพาเวอร์ อยู่ระหว่างกระบวนการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า SPP 5 โครงการใหม่ ที่จะช่วยลดความเข้มข้นในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง15% ต่อโครงการ


ทั้งนี้จากการที่ BGRIM ได้มุ่งเน้นในการดำเนินธุรกิจพลังงานสะอาดมาโดยตลอด สิ่งที่ได้รับกลับคืน โดยในช่วงที่ผ่านมา BGRIM ได้ออกหุ้นกู้กรีนบอนด์ มูลค่า 5 พันล้านบาท (155 ล้านเหรียญสหรัฐ) ซึ่งเป็นครั้งแรกของหุ้นกู้ “กรีนบอนด์” ที่ได้รับการรับรองโดย Climate Bonds Initiative จะออกในประเทศไทย โดยได้รับการสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ซึ่งเงินที่ได้เพื่่อพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 257 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนาม


จากนั้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา BGRIM ได้รับความสนใจจากการเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อนำเงินไปพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่จะช่วยให้มีต้นทุนการเงินกู้ในระดับต่ำ ด้วยการออกหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) อัตราดอกเบี้ย 1.95% ต่อปี ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำดังกล่าวยิ่งส่งผลต่อไปยังต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เมื่อการจ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงก็ ย่อมส่งผลต่อผลประกอบการของ BGRIM


โดย BGRIM ยังคงเป้าหมายที่จะมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระดับ 7,200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 และคาดว่าในอนาคตจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องไปเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ในปี 2573 ซึ่งมีข่าวว่าทาง BGRIM อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องการขยายฐานการลงทุนไปโครงการด้านพลังงานทดแทนไปในยุโรปตะวันออกเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้าลงทุนเป็นใบเบิกทางแล้วที่โปแลนด์ สำหรับโครงการใหม่จะเป็นการลงทุนทั้งโครงการโซลาร์ และพลังงานลม


ดังนั้นก็สะท้อนให้เห็นว่าทาง BGRIM ยังคงมุ่งมั่นที่จะเน้นไปทางธุรกิจพลังงานสะอาดประเภทพลังงานทดแทน เพื่อเป็นการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการสร้างช่องทางและโอกาสการเติบโตแบบยั่งยืนด้วยการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตให้กับบริษัท


ก่อนหน้านี้นาย ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  เคยเปิดเผยว่า จากนี้บริษัทยังเดินหน้าดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนตามหลัก ESG ต่อไป ซึ่งการได้รับการเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ MSCI ESG Rating จากระดับ BBB สู่ระดับ A เป็นสิ่งสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจของบริษัทที่จะส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ Sustainability ภายใต้หลักธรรมภิบาล ตลอดจนการบริหารห่วงโซ่คุณค่า หรือ Value Chain อย่างรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


ทั้งนี้ เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ บี.กริม เพาเวอร์ ที่ยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความโอบอ้อมอารี สร้างคุณค่าให้กับสังคมในรูปแบบของ Sustainable Utility Solution Provider ด้วยการผลิตพลังงานที่มีคุณภาพสูงและบริการแบบครบวงจร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่