เตรียมเงินเข้าช็อป!! 5 หุ้นไอพีโอเข้าเทรดเดือนนี้
ช่วงนี้เราเห็นหุ้นไอพีโอได้ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ วัน แม้ตลาดจะผันผวนแค่ไหนก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ต่างเชื่อมั่นในธุรกิจของตนเองว่ามีความแข็งแกร่ง และเราต้องจับตาดูว่าหลังจากเข้าเทรดแล้ว จะเป็นอย่างไร จะมีความแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน
ทั้งนี้หุ้นไอพีโอปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ เห็นได้จากการเข้าเทรดในแต่ละครั้งทำราคาเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ดังนั้นเข้าสู่ช่วงปลายปี 63 แล้ว และช่วงเดือน ต.ค.นี้ ถือเป็นเดือนแรกของไตรมาส 4 ซึ่งจะมีหุ้นตัวไหนบ้างทยอยเข้าเทรดในเดือนนี้เราหาคำตอบมาให้คุณแล้ว
แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หุ้นไอพีโอคืออะไร โดยไอพีโอหรือ IPO ย่อมาจากคำว่า Initial Public Offering คือการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกถ้าบริษัทต้องการเงินทุนและกระจายการถือครองหุ้นให้ประชาชนทั่วไป ก็สามารถนำหุ้นของตนออกเสนอขายได้ โดยจะต้องทำผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่รับเป็นผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (underwriters) ซึ่งจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. และต้องจัดทำหนังสือชี้ชวนตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนดไว้
จากการตรวจสอบข้อมูลของ Wealthy Thai พบว่า ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.63 มีหุ้นไอพีโอจะเข้าเทรดในเดือน ต.ค.นี้จำนวน 6 หลักทรัพย์ (ที่เปิดเผยแล้ว) แต่มีหนึ่งหลักทรัพย์ที่ประเดิมเทรดตัวแรกของเดือนไปแล้ว อย่างบริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO ที่เข้าเทรดเมื่อวันที่ 1 ต.ค.63 ที่ผ่านมา นักลงทุนคงได้รับทราบกันไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างความสมหวังให้กับนักลงทุนตามๆกันไป โดย MICRO ประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง และสินเชื่อประเภทอื่นที่มีรถบรรทุกมือสองเป็นหลักประกัน ดังนั้นเมื่อไม่นับรวมหุ้นตัวดังกล่าวที่เปิดเผยแล้ว จะมี 5 หลักทรัพย์ ที่กำหนดเทรดเดือน ต.ค. มีรายละเอียดดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย.63)
บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ “ร้าน เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จำนวน 28 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล ได้ฤกษ์ดีเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2563 ในหมวดบริการ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาการเงิน
ทั้งนี้ขณะนี้ได้กำหนดราคาไอพีโอที่ราคาหุ้นละ 0.88 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 14.02 เท่า (Pre diluted) เมื่อเทียบกับธธุรกิจเดียวกันอยู่ระดับ 20 เท่า ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัท เพื่อเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท
โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการขยายร้านสาขา เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับแผนขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องจำนวน 3-4 สาขาในแต่ละปี ซึ่งมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้
ตามด้วย บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง ให้บริการรับเหมาก่อสร้างโยธา สายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า มีกำหนดเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 8 ตุลาคม 2563 หมวดวัสดุก่อสร้าง โดยมีบริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ระดับราคา 0.80 บาทต่อหุ้นคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 8 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทเทียบเคียงที่มีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) อยู่ที่ 11.38 เท่า โดยเตรียมเสนอขายหุ้น IPOจำนวน 115.35 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท คิดเป็น 25.08% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้
บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP ผู้นำด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักในการให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 สายธุรกิจหลัก คือ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เตรียมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในเดือนตุลาคมนี้ ในหมวดธุรกิจบรรจุภัณฑ์ โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
SCGP ได้กำหนดช่วงราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 33.50 – 35.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/E เฉลี่ยย้อนหลัง 12 เดือนราว 22-23 เท่า โดยจะสำรวจความต้องการจองซื้อหุ้น IPO ของนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) เพื่อกำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายซึ่งคาดว่าจะประกาศได้ประมาณวันที่ 8 ตุลาคม 2563 เพื่อจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 1,127.6 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 26.5% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ (ไม่รวมหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน อาจใช้สิทธิซื้อหุ้น IPO จากบริษัท ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร อาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape)
เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 340 ล้านหุ้น โดยกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 4.60 บาทต่อหุ้น โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
โดยจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 340 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25.08 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท แบ่งเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น และเสนอขายหุ้นสามัญโดยผู้ถือหุ้นเดิมคือ บริษัท ดีพีเอ ฟันด์ เอส จำกัด จำนวนไม่เกิน 50 ล้านหุ้น และคาดว่าจะนำหุ้น NRF เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในวันที่ 9 ต.ค.นี้ ในหมวดธุรกิจ อาหารและเครื่องดื่ม
บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE ผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างประเภทต่างๆทั้งงานภาครัฐและเอกชน อาทิเช่น คอนโดมิเนียมแนวราบและแนวสูง โรงพยาบาล อาคารสำนักงาน ซึ่ง ครอบคลุมถึงงานวิศวกรรมโยธา งานระบบวิศวกรรมประกอบอาคารและงานภูมิสถาปัตย์ รวมไปถึงงานก่อสร้างงานระบบสาธารณูปโภคตามแบบที่ลูกค้ากำหนด
โดยบริษัทมีแผนจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 160 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 26.67% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด และคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ภายในเดือนต.ค.นี้ หมวดธุรกิจบริการรับเหมาก่อสร้างโดยมีบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่กำหนดราคาไอพีโอ (รออัพเดท)
