BBGI เปิดเทรดวันแรกต่ำจอง 3.81% ผู้บริหารชี้ เป็นโอกาส “เข้าซื้อ” วางเป้ารายได้ปี 65 แตะ 1.4 หมื่นล้านบาท
หุ้นไอพีโอตัวล่าสุดอย่าง BBGI หรือ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้ (17 มี.ค. 65) เป็นวันแรก ด้วยการทำราคาเปิดการซื้อขายที่ระดับ 10.10 บาท ลดลง 3.81% เมื่อเทียบกับราคาไอพีโอที่ระดับ 10.50 บาทต่อหุ้น
แต่ล่าสุดนางสาวบุษราภรณ์ จันทร์ชูเชิด รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน เปิดเผยว่า จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงดังกล่าว มองเป็นโอกาสที่นักลงทุนเข้ามาสะสมมากกว่า เนื่องจาก ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังคงเหมือนเดิม รวมทั้งหากสำรวจในบทวิเคราะห์พบว่า ยังมีช่องว่างที่เป็นโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาซื้อเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตามบริษัทก็ได้มีกรีนชูที่อยู่ระหว่างดำเนินการใช้อยู่ด้วยเช่นกัน
ด้านนายกิตติพงศ์ ลิ่มสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI เปิดเผยว่า จากราคาหุ้นที่ลดลง เชื่อว่าน่าจะเป็นโอกาสของนักลงทุน รวมทั้งผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะไม่มีการจำหน่ายหุ้น 100% เป็นระยะเวลา 1 ปี
ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจยังมุ่งเน้นการเติบโต กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง โดยตั้งเป้าว่าในปี 2569 จะมีสัดส่วน EBITDA คิดเป็น 50% ของ EBITDA รวมทั้งหมดของบริษัทฯ โดยแผนระยะสั้นและระยะกลางที่จะดำเนินการอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในการทำโรงงาน การที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ซึ่งอยู่ในช่วงที่จะสรุปพันธมิตรที่จะเข้ามาลงทุน
ในส่วนของพันธมิตรรายใหม่ คาดว่าในเดือนเม.ย.นี้จะเริ่มมีการประกาศความชัดเจนกับพันธมิตร และนอกจากนี้ยังมีการเจรจากับพันธมิตรรายใหม่อีก 2-3 รายที่จะทยอยประกาศความชัดเจนออกมาในอนาคต โดยเป้าหมายใหญ่ คือ โรงงานผลิต และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง (CDMO) ที่อยู่ระหว่างตกลงกับพันธมิตรในการสร้างโรงงาน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2566
“พันธมิตรรายใหม่ๆ ที่กำลังคุย มีความชำนาญในการทำธุรกิจที่เรียกว่า CDMO แต่หลักๆเป็นโรงงานพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าด้าน Biotech ซึ่งคาดจะเห็นข้อสรุปได้ไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เป็นโอกาสตั้งโรงงานแห่งแรกใน Southeast Asia โดยจะเป็นโรงงานที่มีการเติบโตอย่างมาก ซึ่งบริษัทจะถือหุ้นร่วมกับพันธมิตร เบื้องต้นงบลงทุนราว 1-2 พันล้านบาท โดยมีแผนเสร็จสิ้นใน 18 เดือนหลังจากที่มีการตกลงจัดตั้งโรงงานขึ้นมา”นายกิตติพงศ์ กล่าว
สำหรับทิศทางการเติบโตของรายได้ในปี 2565 คาดว่าจะใกล้เคียงกับปี 2564 ที่อยู่ระดับราว 1.4 หมื่นล้านบาท โดยธุรกิจใหม่บริษัทเริ่มมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงเมื่อไตรมาส 4 ที่ผ่านมา และในปีนี้ตั้งเป้าจะมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่วัตถุประสงค์ของการระดมทุน โดยบริษัทได้รับเงินจากไอพีโอราว 4,450 ล้านบาท แบ่งเป็น 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจใหม่ที่จะลงทุนในปีนี้และปี 66 อย่างผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ส่วนอีก 1,300 ล้านบาท เพื่อชำระคืนเงินกู้ ขณะที่ 380 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนสำหรับปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจเชื้อเพลิงชีวภาพของกลุ่มบริษัทฯ และส่วนที่เหลือ จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
“ในมุมมองของ BBGI เรามีความตั้งใจทำธุรกิจ ต่อยอดธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยเชื่อว่าเรามีความพร้อมที่จะต่อยอดได้ มองธุรกิจนี้เป็นอนาคตของประเทศ และภูมิภาค มองเป็นโอกาสของนักลงทุนที่จะเข้ามาพร้อมเติบโตไปด้วยกันในอนาคต”นายกิตติพงศ์ กล่าว
