AOT จะได้ประโยชน์มากแค่ไหน เมื่อมีปัจจัยบวกหนุนรอบด้าน

AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของตลาดหุ้นไทย และเคยเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่มีผลกำไรสุทธิมากที่สุดของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม AOT เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 แบบเต็มๆ เพราะมาตรการของทุกประเทศที่มีการสั่งงดการบินเข้าออกหรือการเดินทางระหว่างประเทศ รวมถึงการเดินทางในประเทศ


ทั้งนี้จากประเด็นปัจจัยลบดังกล่าวส่งผลให้ผลประกอบการของ AOT จากที่เคยมีกำไรสุทธิอยู่ในบริษัทระดับแถวหน้าของตลาดหุ้นไทยที่มีกำไรสุทธิในระดับ 25,000 ล้านบาท กลับต้องพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า AOT จะเริ่มกลับมาขาดทุนลดลง และพลิกกลับมีกำไรสุทธิได้ในปี 65/66 ซึ่งจะมีปัจจัยอะไรเข้ามาสนับสนุน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกอะไรต่อหุ้น AOT อีกบ้าง Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ


โดยนักลงทุนจะเห็นได้ว่าในช่วงนี้หุ้น AOT กำลังอยู่ในเรดาร์เฝ้าระวัง และจับตาของเหล่านักลงทุนสถาบันในประเทศ และต่างประเทศ รวมถึงเหล่านักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ โดย AOT ถือเป็นหุ้นไซส์ใหญ่โซนด้านล่างที่ตลาดมักจะหยิบขึ้นมาเล่น หากมีกระแสข่าวหรือปัจจัยหนุนต่อโอกาสทางธุรกิจ ในช่วงที่ผลประกอบการยังไม่สามารถฟื้นตัวให้เห็นได้ชัด สำหรับปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อราคาหุ้นของ AOT ในช่วงนี้คงจะหนี้ไม่พ้นเรื่องของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน


ประเด็นเรื่องของสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น ตลาดหุ้นไทยก็เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นทั่วโลกที่โดนลูกหลงของภาวะสงครามด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยยังมีจุดที่จะได้รับอานิสงส์ได้ด้านดีด้วยอีกเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของการที่ MSCI และ FTSE ที่ตัดสินใจถอดรัสเซียออกจากการคำนวณดัชนีสำคัญทั้งหมด รวมถึงดัชนีในกลุ่ม Emerging market ซึ่งก็จะทำให้ประเทศ EM อื่นๆ ที่อยู่ในดัชนีได้รับอานิสงส์จาก Fund flow ที่ถูกบังคับให้ไหลออกจากรัสเซียนี้


ประเทศไทยก็ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ Emerging market และมีหุ้นที่ได้รับการเข้าคำนวณในดัชนีของทั้ง MSCI และ FTSE โดยบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า หุ้นไทยที่น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากเหตุการณ์ดังกล่าวคือ หุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุดในดัชนีต่างๆเหล่านี้ เบื้องต้นก็มีรายชื่อของ AOT ปรากฏอยู่ด้วย ดังนั้นก็เป็นโอกาสที่จะทำให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าหุ้น AOT


ทั้งนี้หากย้อนดูสถิติจะมีส่วนช่วยยืนยันได้ว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มให้ความสนใจ AOT กันมากขึ้น ซึ่งเห็นได้จากการรายงานของมูลสถานะซื้อสุทธิของ NVDR พบว่าวันที่ 3 มี.ค.65 NVDR ซื้อสุทธิหุ้น AOT เป็นอันดับที่หนึ่ง มูลค่า 940 ล้านบาท และหากย้อนดูในช่วงระยะเวลา 1 เดือนพบว่ามีมูลค่าซื้อสุทธิเป็นอันดับที่ 2 ของตลาดหุ้นไทย จำนวน 1,017 ล้านบาท อีกทั้ง ถ้านับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันพบว่า NVDR ซื้อสุทธิ AOT ไปแล้วกว่า 7,936 ล้านบาท ติดอัน 3 ของตลาดหุ้นไทย


สำหรับปัจจัยบวกในแง่ของพื้นฐานบริษัทนั้น หลังจากที่เมื่อไม่นานมานี้มีกระแสข่าวหลุดที่สำคัญ แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันออกมาว่า จีนกำลังพิจารณาผ่อนคลายเกณฑ์ในการควบคุมการระบาดของไวรัส Covid-19 โดยเฉพาะมาตรการ Zero Covid และยังมีกระแสข่าวว่าการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวจะเปิดทางให้จีนทำเจรจา Travel bubble กับไทยได้เร็วขึ้น ซึ่งยังคงย้ำว่าข่าวดังกล่าวนั้นยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ


แต่หากดูสถิติของปริมาณนักท่องเที่ยวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทาง AOT รายงานว่าเดือน ม.ค.65 มีจำนวนผู้โดยสาร 2.95 ล้านคน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 1 ล้านคน เพิ่มขึ้น184% ซึ่งแบ่งออกเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 4.5 แสนคน เพิ่มขึ้น 572% และผู้โดยสารภายในประเทศ 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น157% ส่วนช่วงวันที่ 1-17 ก.พ.65 มีจำนวนผู้โดยสารรวม 1.55 ล้านคน เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผู้โดยสาร 6.6 แสนคน เป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2.3 แสนคน เพิ่มขึ้น 688% และผู้โดยสารในประเทศ 1.32 ล้านคนเพิ่มขึ้น 108%


อย่างไรก็ตามข้อมูลในด้านของปัจจัยบวกต่อหุ้น AOT ทั้งในส่วนของปัจจัยหนุนทางธุรกิจและปัจจัยหนุนราคาหุ้นก็รับทราบกันแล้ว ทั้งนี้ข้อมูลถัดไปจะมาดูมุมมองตัวอย่างของนักวิเคราะห์กันบ้างว่ามีความคิดเห็นอย่างไรต่อประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้น และโอกาสทางธุรกิจของ AOT ที่กำลังจะกลับมาจะส่งผลอย่างไรต่อ AOT บ้าง


โดย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้ข้อมูลว่า ยังคงคาดว่าผลประกอบการของ AOT จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ในปี 65 ก่อนที่จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในปี 66 โดยคาดผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 65 จะยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการของ AOT และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง


อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลการดำเนินงานโดยรวมน่าจะดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 65 เป็นต้นไป ดังนั้น จึงยังคงประมาณการผลขาดทุนสุทธิปี 65 เอาไว้เท่าเดิมที่ 4.47 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะพลิกเป็นกำไรสุทธิ 1.275 หมื่นล้านบาทได้ในปี 66 จากประเด็นการพลิกฟื้นของ AOT จึงยังคงคำแนะนำซื้อ และยังคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 65 เอาไว้ที่ 73 บาท


ในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 2/64-65 คาดงบของ AOT ทรงตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย ขึ้นกับผลของการเปิด Test & Go รอบใหม่ ขณะที่แนวโน้มงบในครึ่งหลังปี64/65 จะเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหากการระบาดของ Omicron ที่ผ่านจุดสูงสุดและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกมาอย่างต่อเนื่อง คงราคาเหมาะสมของ AOT ณ สิ้นปี 65 ที่ 72 บาท


และบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มีมุมมองว่า AOT ได้ Sentiment บวกจากข่าวจีนเตรียมผ่อนคลายเกณฑ์ Zero Covid และมีกระแสข่าวการเจรจา Travel bubble กับไทยเป็นบวกโดยตรงต่อ AOT ซึ่งเป็นด่านแรกของประเทศขณะที่นักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 74 บาท



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Fund Move
“ก.คลัง”...เตรียมเปิดขาย “บอนด์ ออมพลัส” ล็อตแรก 4,000 ล้านบาท ก.ค. นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fund Move
ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อจัดทำกฎกระทรวง เพิ่มการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และมีข้อมูลวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุ สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ ปม "สุภาพร พิมพงษ์" หลังพบพิรุธส่อแวว “ข้อมูลไม่ตรงปก” ชี้หากข้อมูลเท็จ พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมอง 3 หุ้นเทคระดับโลก ใครถูกอัปเกรด ใครถูกหั่นคำแนะนำ?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us