Official Update :

เปิดเหตุผล! ทำไม BTS กับ BEM ถึงได้เปรียบในช่วงเงินเฟ้อและราคาน้ำมันสูง

ในช่วงที่เงินเฟ้อและราคาน้ำมันสูงแบบนี้ นักลงทุนต้องเฟ้นหาหุ้นที่มีภูมิต้านทานและสามารถเอาชนะปัจจัยเหล่านี้ได้ อาจเป็นหุ้นที่มีธุรกิจมั่นคง สินค้ามีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิต หรือฐานะการเงินดี ซึ่ง BTS และ BEM หุ้นขนส่งทางรางที่เราคุ้นเคย ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่เหตุผลอะไรที่ทำให้หุ้นทั้งสองตัวมีความได้เปรียบในภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันสูง ถ้าอยากรู้ อ่านได้ในบทความนี้


โดยนักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี ระบุว่า ในช่วงที่เงินเฟ้อและราคาน้ำมันสูงอาจทำให้เกิดภาวะ stagflation ในไทย ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์ชอบกลุ่มขนส่งทางบก โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งมวลชนระบบรางจากเหตุผล คือ

  1. ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ระบบขนส่งมวลชนระบบรางเป็นการเดินทางที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการเดินทางจากรอบนอกกรุงเทพฯ เข้าเมือง เป็นเพราะค่าโดยสารไม่ได้ปรับตามราคาน้ำมัน เราจึงคาดจำนวนผู้โดยสารมากขึ้นทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดิน

  2. ค่าโดยสารทั้งรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดินจะถูกปรับตาม CPI ของกรุงเทพฯ (ดัชนีเงินเฟ้อ) หาก CPI ปรับขึ้นต่อเนื่องจนถึงระดับเงื่อนไขปรับค่าโดยสาร ในด้านต้นทุน ค่าไฟฟ้าเป็นเพียงต้นทุนทางตรงเดียวที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงาน แต่คิดเป็นเพียง 15% ของต้นทุนทั้งหมด และจากต้นทุนไฟฟ้าที่สูงขึ้นแค่บางส่วน จึงทำให้ผู้ประกอบการขนส่งมวลชนระบบรางมีความได้เปรียบในส่วนนี้

  3. คาดปี 2565 กำไรของ BTS และ BEM จะฟื้นตัวจากปี 2564 จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์ Covid-19 ดีขึ้น        


ปีนี้กำไรของ
 BEM และ BTS จะฟื้นตัว

บล.กรุงศรี คงมุมมองว่า กำไรปี 2565 ของ BTS และ BEM จะฟื้นตัวจากปี 2564 บนสมมติฐาน คือ ผู้คนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ไปโรงเรียนและทำงานในออฟฟิศตั้งแต่ไตรมาส 3/65 เป็นต้นไป และจะไม่มีการล็อกดาวน์รุนแรงเหมือนในปี 2564 ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรของ BEM ในปีนี้จะเติบโต 237% จากปีก่อน ด้วยแรงขับเคลื่อนจากการฟื้นตัวของจำนวนผู้ใช้บริการทั้งทางด่วนและรถไฟฟ้าใต้ดิน ส่วน BTS คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน จาก BTSGIF ที่จำนวนผู้โดยสารฟื้นตัว และ VGI ที่รายได้ค่าโฆษณาสูงขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจของ U city 



ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐานที่ดีขึ้น

ราคาหุ้นทั้ง BEM และ BTS ลดลงตั้งแต่การระบาดระลอกใหม่และกดดันจากกระบวนการประมูลสายสีส้มที่ยังไม่ชัดเจนทำให้ราคาหุ้นมีผลตอบแทนน้อยกว่า SET โดยฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่าจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/65 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไร และจะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้นในระยะสั้น ดังนั้น คงคำแนะนำ ซื้อ หุ้น BTS และ BEM ที่ราคาเป้าหมาย 12.60 บาท และ 10.00 บาท ตามลำดับ เนื่องจากราคาหุ้นยังไม่สะท้อนพื้นฐานที่ดีขึ้น

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยแผน “POWER4” ครึ่งปีหลัง เร่งขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียน จ่อชิงเค้ก PDP 2026 รุก PPA-Data Center
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ ‘Green Ecosystem’ ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
Krungsri Finnovate ชวนเปิดมุมมอง “Health is the New Wealth” ใน Future Wellness Economy Forum 2026 สู่โอกาสธุรกิจและการลงทุน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
Private Credit อีกโอกาสลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ทางเลือกสำหรับนักลงทุนมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us