ส่องคาดการณ์กำไรไตรมาส 1/65 กลุ่มแบงก์ นักวิเคราะห์มองกำไรฟื้นตัวโดดเด่น

ช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มธนาคารเป็นอีกกลุ่มที่ราคาปรับตัวลงและ Underperform ตลาด หลังจาก S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของ 4 ธนาคารขนาดใหญ่ในไทย ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าฐานทุนของธนาคารในไทยยังเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ประกอบกับแนวโน้มไตรมาส 1/65 กำไรภาพรวมของหุ้นธนาคารจะฟื้นตัวทั้งจากไตรมาส 1/64 และไตรมาส 4/64 ดังนั้นราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาจึงเป็นจังหวะในการเข้าสะสม ซึ่งวันนี้ Wealthy Thai ก็มีคาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 ของ 8 หุ้นธนาคารมานำเสนอ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจให้กับนักลงทุนทุกท่าน



คาดกลุ่มแบงก์ทำกำไร
4.2 หมื่นล้านบาท

โดยนักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า คาดกำไรสุทธิรวมไตรมาส 1/65 ของกลุ่มธนาคารจะอยู่ที่ 4.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาส 1/64 และ 18% จากไตรมาส 4/64 ซึ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกิดจากการตั้งสำรองฯ ที่ลดลง เพราะช่วงไตรมาส 1/64 มีการตั้งสำรองฯ ในระดับสูงไปแล้ว และมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/64 เกิดจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (OPEX) ลดลงตามฤดูกาล และสำรองฯ ที่ลดลง


ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าธนาคารที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า คือ SCB, BBL, KBANK และ TTB โดย SCB, BBL และ KBANK เติบโตได้จากสำรองฯ ที่ลดลงและ OPEX ลดลงได้ดีเป็นหลัก ส่วน TTB เติบโตได้ดีเพราะไม่มี Integration cost เข้ามากดดันแล้ว ขณะที่ธนาคารที่มีกำไรสุทธิเติบโตได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 เรียงจากมากไปน้อยคือ KKP เพิ่มขึ้น 23%, TTB เพื่มขึ้น 9% และ SCB เพิ่มขึ้น 8% ส่วนใหญ่เกิดจากสำรองฯ ที่ลดลงเป็นหลัก ส่วนกำไรสุทธิที่เติบโตดีเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 คือ SCB เพิ่มขึ้น 38% รองลงมาเป็น BBL เพิ่มขึ้น 15% เพราะ OPEX ที่ลดลงได้ดี



สินเชื่อยังโตดี ด้าน
NPL ปรับขึ้นเล็กน้อย

สำหรับภาพรวมของสินเชื่อไตรมาส 1/65 นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 0.4% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อจากภาครัฐที่ยังเติบโตได้ดี ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวได้ ส่วนภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.21% จาก 3.11% ในไตรมาส 4/64 ซึ่งเป็นการทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต่ออายุถึงเดือน ธ.ค. 2566



ฐานทุนธนาคารใหญ่ยังแข็งแกร่ง

ฝ่ายวิเคราะห์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับฐานทุนของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ พบว่าฐานทุนที่มีอยู่มีความเพียงพอต่อการผ่อนปรนหนี้ (debt relief) ที่มีในปัจจุบัน ภายใต้สมมติฐานที่อนุรักษ์นิยม (conservative) อย่างมาก โดยให้การตั้งสำรองฯ เพิ่มเติมอีก 70% ในส่วนของ debt relief ของแต่ละธนาคาร ปรากฎว่าการตั้งสำรองฯ เพิ่มขึ้นจะกระทบ Tier 1 ที่จะลดลงประมาณ 2-7% ซึ่งระดับดังกล่าวยังคงมากกว่าขั้นต่ำที่ ธปท. กำหนดไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 9.5% ทำให้เรามองว่า ฐานทุนของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ยังคงแข็งแกร่งและมีความเพียงพอต่อภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน



เลือก
KBANK – SCB เป็น Top pick ของกลุ่มฯ

ด้านราคาหุ้นกลุ่มธนาคาร ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมายัง underperformed SET ประมาณ 4% จาก S&P downgrade credit rating 4 ธนาคาร แต่ฝ่ายวิเคราะห์ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับฐานทุนของกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ พบว่าฐานทุนที่มีอยู่ยังเพียงพอต่อ debt relief ที่มีในปัจจุบัน ทำให้มองเป็นจังหวะเข้าซื้อสะสม ด้าน valuation ยังถูก ด้าน NPL แม้ว่าจะยังอยู่ในขาขึ้น แต่เป็นการทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเราเลือก KBANK เป็น Top pick ของกลุ่มฯ และให้ราคาเป้าหมายที่ 172.00 บาท


เพราะเป็นธนาคารที่เน้น digital รายแรกและยังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน digital ต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป และสินเชื่อภาคการท่องเที่ยว (สัดส่วนราว 20% ของสินเชื่อรวม) ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งจะทยอยเห็นการฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ รวมถึงยังชอบ SCB แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 150.00 บาท เพราะการเปลี่ยนธุรกิจใหม่เป็น Holding company จะทำให้ทำธุรกิจได้หลากหลายมากขึ้น และมี upside จากการ spin-off บริษัทลูกๆ ในอนาคต ขณะที่แนวโน้มของการตั้งสำรองฯ ที่เพียงพอแล้วและ NPL ไม่น่ากลัวเท่าคู่แข่ง



ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ ปม "สุภาพร พิมพงษ์" หลังพบพิรุธส่อแวว “ข้อมูลไม่ตรงปก” ชี้หากข้อมูลเท็จ พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Video
“ONE-SINGEQ” โอกาสลงทุน "หุ้นสิงคโปร์"...รับ “การปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมอง 3 หุ้นเทคระดับโลก ใครถูกอัปเกรด ใครถูกหั่นคำแนะนำ?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
KCE พ้นวัฏจักรขาลง Q3/69 จุดเริ่มต้นกำไรฟื้น ปรับราคาขาย-เพิ่ม HDI PCB หนุน โบรกฯ อัปเป้า 47 บ. แนะ “ซื้อเก็งกำไร”
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us