EGCO การลงทุนพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศ กำลังจะช่วยสนับสนุนกำไรให้เพิ่มขึ้น
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของประเทศไทย ปัจจุบันโรงไฟฟ้าต่างๆ ในกลุ่มเอ็กโก สามารถผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลากหลายประเภท ทั้งก๊าซธรรมชาติ แอลเอ็นจี ถ่านหิน ชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานความร้อนใต้พิภพ และเซลล์เชื้อเพลิง ซึ่งเรียกได้ว่า EGCO เกือบจะมีพอร์ตการลงทุนโรงไฟฟ้าทุกประเภทที่มีอยู่บนโลกใบนี้เลยทีเดียว
โดยปัจจุบัน EGCO มีโรงไฟฟ้าทั้งหมดกว่า 30 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตรวม 5,959 เมกะวัต (MW) โดยเป็นโครงการที่ดำเนินการในรูปแบบจ่ายไฟเชิงพาณิชย์แล้วจำนวน 5,656 MW และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกกว่า 303 MW โดยใน Portfolio แบ่งตามชนิดเชื้อเพลิง ประกอบด้วย Natural Gas 54% ด้านพลังงานทดแทน ประกอบด้วยน้ำ ลม เป็นต้น 23% และถ่านหิน23% โดยเป็นในประเทศ 50% และ ต่างประเทศ 50%
EGCO ได้ขึ้นแท่นสู่ด้านความยั่งยืนระดับโลก ด้วยการคว้าอันดับ Silver Class โดยติดอันดับ Top 10 ของโลก ประเภทสาธารณูปโภคไฟฟ้า (Electric Utilities) จาก S&P Global Sustainability Award และได้รับคัดเลือกให้อยู่ใน Sustainability Yearbook 2022 จากการประเมินของ S&P Global โดยถือหนึ่งบทพิสูจน์ในการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานที่เกี่ยวเนื่องอย่างมุ่งมั่นตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล ด้วยการยึดถือหลัก ESG
ทั้งนี้ท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรมพลังงานและไฟฟ้าทั้งในระดับโลกและระดับประเทศทาง EGCO มีกลยุทธ์ดำเนินธุรกิจที่ว่า “Cleaner, Smarter and Stronger to Drive Sustainable Growth” เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน โดยเดินหน้าต่อยอดธุรกิจไฟฟ้า โดยเฉพาะการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด ในขณะเดียวกัน ได้เร่งขยายการลงทุนไปสู่ธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง
โดยแผนการลงทุนและการต่อยอดธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และพลังงานสะอาดของ EGCO ย้ำว่า กลยุทธ์ในการลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับการลงทุนโรงไฟฟ้า ทั้ง Conventional และ Renewable ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ด้านเชื้อเพลิง จะประกอบด้วยการลงทุนใน นิคมอุตสาหกรรมกรรม, LNG และเกี่ยวกับ Innovation ต่างๆ ซึ่งได้จากล่าสุด ได้เข้าลงทุนถือหุ้นสัดส่วน 17% ใน Apex Clean Energy Holdings, LLC (Apex)
Apex เป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ โดยปัจจุบันมี 188 โครงการ กำลังการผลิตรวม 42,774 MW โดยอยู่ระหว่างการพัฒนา (Development) ที่เป็นพลังงานลม 60 โครงการกำลังการผลิต 22,303 MW และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 โครงการกำลังการผลิต 422 MW พลังงานแสงแดด 125 โครงการ 19,979 MW และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 1 โครงการ กำลังการผลิต 70 MW
นอกจากนี้ ประเด็นที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในด้านของพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่คือ กำลังการศึกษาและพัฒนาการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากไฮโดรเจน ด้วยเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงชนิดออกไซด์แบบแข็ง (SOFC) และเทคโนโลยีแยกน้ำด้วยไฟฟ้า (SOEC) ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าแห่งอนาคต ที่การปลดปล่อยมลพิษทางอากาศและน้ำที่ต่ำมากจนเกือบจะเป็นศูนย์ เป็นการปิดจุดอ่อนของการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้แล้วในประเทศสหรัฐ,ญี่ปุ่น, อินเดีย และเกาหลีใต้
ดังนั้นจะเห็นได้ว่าแผนการลงทุนในอนาคตต่อจากนี้ของทาง EGCO กำลังจะเน้นการลงทุนไปที่ธุรกิจพลังงานที่ผลิตกระแสไฟฟ้าในรูปแบบพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนที่มากขึ้นกว่าโครงการโรงไฟฟ้าในปัจจุบันที่มีอยู่ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างอีกแบบหนึ่งในบริษัทของไทยที่มีแผนประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจที่แสวงหาการเติบโตยั่งยืนควบคู่ไปกับการใส่ใจในสิ่งแวดล้อมรอบๆข้างของการดำเนินธุรกิจ
การลงทุนต่างประเทศจะหนุนกำไร
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมา EGCO ได้ลงทุนผ่าน บริษัทร่วมทุนที่น่าสนใจหลายโครงการได้แก่ 1) Linden Cogen (โรงไฟฟ้า Cogen 972 MW ถือหุ้น 28%-เงินลงทุน 6.3 พันลบ.) 2) APEX(Renewable Portfolio ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ กว่า 40,000 MW ถือหุ้น 17.46%-เงินลงทุน 7.8 พันลบ.) และ 3)Yunlin (Offshore Windfarm ที่ไต้หวั่น 640 MW ถือหุ้น 25%)
โดยทั้ง 3 โครงการได้เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรบางส่วนแล้วในปีที่ผ่านมาราว 500 ล้านบาท ทั้งนี้มองว่าทั้ง 3 โครงการดังกล่าวจะเป็นตัวหนุนกำไรในปีนี้จากการรับรู้กำไรเต็มปีและจากศักยภาพโครงการโดยเฉพาะ APEX ซึ่งมีโรงไฟฟ้าในมือจำนวนมากและ Business Model เป็นลักษณะการพัฒนาเพื่อขายทำให้รับรู้กำไรเป็นก้อน และ Yunin ซึ่ง EGCO พบว่ากระแสลมแรงกว่าที่คาด จากกังหันที่ติดตั้งแล้ว 9 ต้นจากทั้งหมด 72 ต้น ทำให้กำไรจะทยอยเพิ่มสูงขึ้นตามความคืบหน้าของการติดตั้งแล้วเสร็จ นอกจากนั้น ยังมีโครงการ Hydro ที่ลาว (น้ำเทิน 1) ซึ่งถือหุ้น 25% ขนาด 650 MW เริ่ม COD ใน ไตรมาส2/65

