สรุปงบไตรมาส 1 หุ้นกลุ่มแบงก์ KBANK ครองแชมป์กำไรสูงสุด!!

ประกาศออกมาครบแล้ว สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/65 ของหุ้นธนาคารทั้ง 10 ตัว โดยแนวโน้มกำไรสุทธิฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการตั้งสำรองที่ปรับลดลง และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินเชื่อ ซึ่งภาพรวมทั้ง 10 ธนาคารมีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 อยู่ที่ 53,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ  46,630 ล้านบาท โดย KBANK หรือ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิไตรมาส 1/65 มากที่สุดที่ 11,211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และรองลงมาเป็น SCBB หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 10,192 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.00% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนอันดับอื่นๆ สามารถดูได้จากตารางด้านล่าง





ปี
65 กำไรกลุ่มแบงก์ยังโต ด้าน NPL คาดปรับขึ้นแบบช้าๆ

สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารในปี 2565 นักวิเคราะห์จากบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ยังเติบโตได้ราว 9% จากปี 2564 เพราะแนวโน้มสำรองฯ ที่ลดลงจากการตั้งสำรองเผื่อฯ มามากแล้วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์อีกแล้ว ประกอบกับคาดว่าจะมีการเปิดประเทศช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้สินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม กลับมาฟื้นตัวได้ดี ขณะที่หากพิจารณาในส่วนของ Debt relief ของกลุ่มฯ ยังทรงตัวที่ระดับ 11% ในไตรมาส 4/614 และยังมีผลกระทบจากโอไมครอนที่ระบาดรอบใหม่ ทำให้เราคาดว่าแต่ละธนาคารจะยังคงให้ความช่วยเหลือโดยการปรับโครงสร้างหนี้ที่เน้นเป็ นระยะยาวมากขึ้น นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังมีการขยายเวลามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ต่อถึง 31 ธ.ค. 2566 ส่งผลให้แนวโน้ม NPL จะไม่ปรับตัวเร่งขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่จะเป็นรูปแบบค่อยๆ ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า NPL ในปี 2565 จะทยอยเร่งตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 3.49% จากปีก่อนอยู่ที่ 3.11%


ส่วนคำแนะนำ เรายังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารเป็น “มากกว่าตลาด” เพราะ 1. แนวโน้มกำไรปี 2565 ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการตั้งสำรองฯ ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง, 2. valuation ยังถูก เทรดที่ระดับเพียง 0.77 เท่า, 3. ด้าน NPL แม้ว่าจะยังอยู่ในขาขึ้น แต่เป็นการทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังมีมาตรการช่วยเหลือต่อถึงสิ้นปี 2566 และ 4. ฐานทุนที่แข็งแกร่งสามารถต้านทานภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ โดยเลือก KBANK เป็น Top pick ของกลุ่มฯ และให้ราคาเป้าหมายที่ 172 บาท เพราะเป็นธนาคารที่เน้น digital รายแรกและยังเดินหน้าสู่การเป็นผู้นำด้าน digital ต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป และสินเชื่อภาคการท่องเที่ยว (สัดส่วนราว 20% ของสินเชื่อรวม) ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งจะทยอยเห็นการฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 นอกจากนี้ ยังชอบ SCB เพราะการเปลี่ยนธุรกิจใหม่เป็น Holding company จะทำให้ทำธุรกิจได้หลากหลายได้มากขึ้น และมี upside จากการ spinoff บริษัทลูกๆ ในอนาคต ขณะที่แนวโน้มของการตั้งสำรองฯ ที่เพียงพอแล้วและ NPL ไม่น่ากลัวเท่าคู่แข่ง

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ ปม "สุภาพร พิมพงษ์" หลังพบพิรุธส่อแวว “ข้อมูลไม่ตรงปก” ชี้หากข้อมูลเท็จ พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. นั่งไม่ติด! แจงปม “สุภาพร พิมพ์พงษ์” ชี้ถอนรายงานหลังพบเป็นธุรกรรมทิพย์ จ่อดำเนินคดีหากพบเจตนาส่งข้อมูลเท็จ
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
Video
“ONE-SINGEQ” โอกาสลงทุน "หุ้นสิงคโปร์"...รับ “การปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมอง 3 หุ้นเทคระดับโลก ใครถูกอัปเกรด ใครถูกหั่นคำแนะนำ?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us