เอเซีย พลัส ชี้หุ้นไทยยังเปราะบาง หากขึ้นดอกเบี้ยทุก 0.25% อาจร่วงแรง 88 จุด รับศึกษาลุยธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี
บล.เอเซีย พลัส ประเมินตลาดหุ้นไทยยังเปราะบางมาก คาดครึ่งหลังปีนี้แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% กดดันสภาพคล่องตลาดหุ้นไทยและสินทรัพย์ดิจิทัลหาย หุ้นไทยจะร่วงได้ 88 จุด หากดอกเบี้ยขยับขึ้นทุกๆ 0.25% ประเมินผลประกอบการปี 65 ใกล้เคียงปีก่อน เผยมีดีลนำหุ้นเข้าไอพีโอ 5 ดีล-ที่ปรึกษา 4 ดีล ซุ่มศึกษาเตรียมขยายธุรกิจไปตลาดคริปโทเคอร์เรนซี
นายพิทเยนท์ อัศวนิก กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP กล่าวในงาน Opportunity Day ว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยยังผันผวนจากปัจจัยกดดันเรื่องดอกเบี้ย โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) อาจทนตรึงดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำต่อไปได้อีกไม่นาน จากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยค่อนข้างสูงของสหรัฐฯ ทำให้คาดว่าในช่วงไตรมาส 3/65 และไตรมาส 4/65 แบงก์ชาติอาจปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยคาดว่าจะปรับขึ้น 0.25% ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องส่วนเกินในตลาดหุ้นและสินทรัพย์ดิจิทัลหายไป ทั้งนี้ ประเมินว่าทุกๆการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% อาจทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงราว 88 จุด
สำหรับทิศทางผลประกอบการในปี 2565 บริษัทจะพยายามให้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีรายได้ 3,032.77 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 978.36 ล้านบาท แม้ภาพรวมในไตรมาส 1/65 ผลประกอบการจะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก แต่ยังเหลืออีก 3 ไตรมาส ดังนั้นต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่อาจเข้ามากระทบเศรษฐกิจและภาวะการลงทุนของไทย หากคลี่คลายได้เร็วผลประกอบการของบริษัทก็มีโอกาสฟื้นตัวได้เร็วเช่นกัน
ปัจจุบันบริษัทมีดีลที่ปรึกษา (Advisory) จำนวน 4 ดีล และมีงานที่ปรึกษาทางการเงินในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ประมาณ 5 ดีล โดยคาดจะเห็นความชัดเจนในเดือนมิ.ย. 65 จำนวน 1 ดีล ส่วนที่เหลือจะทยอยออกมามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง
บริษัทมีความสนใจที่จะขยายธุรกิจไปยังตลาด Cryptocurrency ปัจจุบันอยู่ระหว่างศึกษาข้อมูลการขอใบอนุญาตและทิศทางตลาดว่าเป็นอย่างไร ด้วยการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลราว 7-8 สินทรัพย์ ควบคู่ไปกับพัฒนาความรู้ให้กับบุคลากร อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลงอย่างรุนแรงของตลาด Cryptocurrency ในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัท เพราะมีการลงทุนไม่มาก เป็นเพียงการศึกษาตลาดเท่านั้น
