Official Update :

4 เหตุผล ทำให้ BE8-BBIK น่า “ซื้อ” แม้ PE จะสูงเกิน 100 เท่า !!

ยังคงมีกระแสนิยมกันอย่างต่อเนื่องสำหรับหุ้นกลุ่ม Digital Tech Consult เห็นได้จากปริมาณการซื้อขายที่เข้ามาอย่างหนาแน่นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดก็ได้ประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65 ออกมากันแล้ว ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาส่องอนาคตกันต่อว่า นับจากนี้จะมีทิศทางเป็นอย่างไรบ้าง


สำหรับ  BBIK และ BE8 ได้รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65 ไม่ทำให้ผิดหวัง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น ล่าสุดบริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ที่ได้ออกมาประเมินทั้ง 2 บริษัทไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า ทีมกลยุทธ์ประเมินภาพพื้นฐานหุ้นกลุ่มดังกล่าว BE8, BBIK ยังมีความน่าสนใจ สรุปได้ดังนี้


1.กำไรไตรมาส 1/65 ของ BE8 เพิ่มขึ้น 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8% จากไตรมาสก่อน และ BBIK เพิ่มขึ้น 127% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 34% จากไตรมาสก่อน สะท้อนอุตสาหกรรมยังเติบโตสูง และมีโอกาสอีกมาก


2.Backlog ที่มียังรองรับการเติบโตสูงต่อเนื่อง BE8 สูงราว 564 ล้านบาท BBIK สูงราว 459 ล้านบาท รองรับคาดการณ์กำไรปี 65 ของ BE8 และ BBIK ที่ 40% และ 66.6%


3.การเติบโตสูงยังมี Upside นอกประมาณการทั้ง 2 บริษัทในส่วนการทำ M&A เพิ่มเติม มีความน่าสนใจที่การนำศักยภาพแข็งแรงของตนเองไปช่วยต่อยอดบริษัทที่ซื้อกิจการเข้ามา จะช่วยเปิดทั้ง Upside กำไรจาก Synergy ที่มีร่วมกัน และ Valuation ของกิจการที่ซื้อเข้ามาที่จะถูก Related อยู่ในเกณฑ์ Premium เช่นเดียวกับ BE8 และ BBIK


4.แรงกดดัน Sentiment ลบเรื่อง Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปีลดลง หลังจากเริ่มเห็นการชะลอปรับเพิ่มขึ้น หลังแตะ 3.2% และปัจจุบันแกว่งบริเวณ 2.8%-2.9%


ดังนั้นภาพรวมทีมกลยุทธ์ประเมิน หุ้นทั้ง 2 บริษัทยังมีความน่าสนใจ แนะนำ ซื้อ BE8 ราคาเป้าหมาย 53 บาท และBBIK ราคาเป้าหมาย 94 บาท



สำรวจความน่าสนใจรายตัว

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำผู้ให้บริการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร รายงานผลประกอบการนิวไฮทั้งรายได้ กำไร และแบ็คล็อก โดยนายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2565 โดยมีรายได้ 111.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124% และกำไรสุทธิ 28.64 ล้านบาท เติบโตขึ้น 132% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน


ขณะที่แบ็คล็อกทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 458 ล้านบาท  ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้มากกว่า 247 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565) นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับประมาณการการเติบโตในปี 2565 ซึ่งคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 70% เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ 50%


โดยเป็นผลมาจากเนื่องจากผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ไตรมาสแรกทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และมูลค่าแบ็คล็อก ผนวกกับแนวโน้มการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จากการผ่อนคลายมาตรการการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 และการปลดล็อคการเดินทางเข้า – ออกของหลายประเทศจะส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ


อุตสาหกรรมเทคโนโลยียังอยู่ในช่วงขาขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากมีโครงการใหม่ๆ ที่มีมูลค่าสูงทยอยเข้ามาตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านบริการแบบครบวงจรและตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี บริษัทฯ จึงจัดสรรงบประมาณสำหรับการลงทุนกว่า 80 ล้านสำหรับช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ ในการขยายบริการที่เกี่ยวเนื่องกับบริษัทฯ รวมถึงกิจการใหม่ๆ ที่มีศักยภาพในการเติบโต” นายพชร กล่าว


นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองบวกต่อแนวโน้มธุรกิจ จาก 1.Backlog ณ สิ้นไตรมาส 1/65 ยังทำ New high ต่อเนื่องมาที่ 459 ล้านบาท และ Secured รายได้ปีนี้แล้ว 80-90% และยังเพิ่มขึ้นอีกใน เดือน เม.ย.65 สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งของงานด้าน Digital transformation ที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาด


2.outlook ยังคงสดใสมาก ผู้บริหารปรับเป้ากำไรปี 65 เพิ่มเป็น 70%จากปีก่อน จากเดิมคาดโต 50% และคาดโตได้ 50% ต่อปีในอีก 2-3 ปีถัดไป จากปัจจุบัน market share ในประเทศ ยังคงเล็ก และโอกาสการเติบโตในต่างประเทศยังมีอีกมาก 3. ออร์บิท ดิจิทัล (ถือ 60%) มีโอกาสใน การเติบโตอีกมาก (จากงาน All-in one application และอื่นๆของ OR)


ดังนั้นยังคง แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมายที่ 94 บาท โดยประเมินกำไรเติบโตสูงเฉลี่ย 49%ต่อปีในช่วง 3 ปีข้างหน้า และเห็นภาพเติบโตชัดเจนทั้ง Organic และ Inorganic มองว่าหากราคาหุ้นปรับฐาน ในช่วงการขายหุ้นกลุ่มเทคฯ เป็นโอกาสซื้อรองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งในระยะยาว


ส่วนมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กำไรปกติไตรมาส 1/65 คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีที่คาดจะมีกำไรปกติ 108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.6%จากปีก่อน ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 2/65 คาดกำไรเติบโตต่อเนื่องทั้งจากไตรมาสแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดยหนุนจากตัวเลข Backlog ที่ยังแข็งแกร่ง ณ สิ้นไตรมาส 1/65 มียอด Backlog ราว 459 ล้านบาท เป็นสถิติที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถส่งมอบและรับรู้รายได้ในไตรมาส 2 ถึงไตรมาสที่ 4/ อีกไม่น้อยกว่า 247 ล้านบาท หากรวมกับรายได้ใน ไตรมาส 1/65 จะทำให้ secure รายได้แล้วราว90% เทียบกับประมาณการทั้งปี 2565 ของฝ่ายวิจัย ทำให้ประมาณการอาจมี Upside Risk


นอกจากนี้ใน MD&A ระบุว่าในไตรมาส 1/65 บริษัทฯ มีการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI  โดยอยู่ระหว่างสอบถามข้อมูลจากบริษัทฯ เพิ่มเติม เนื่องจากบนประมาณการคาดการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/65 หากสามารถเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดจริง ประเมินเบื้องต้นว่าจะมี Upside ต่อประมาณการทั้งปี 7% หรือคิดเป็นผลบวกต่อราคาเหมาะสมของเราราว 4.50 บาทต่อหุ้น


ขณะที่แผนการเติบโตระยะยาวของ BBIK ที่ระดับอย่างน้อย 50% ต่อปีเป็นระดับที่มองว่าเป็นไปได้บนฐานทุนที่แข็งแกร่ง การปรับกลยุทธ์ไปร่วมมือกับลูกค้าเช่น Orbit และโอกาสใช้กลยุทธ์ดังกล่าวสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่อย่างต่อเนื่องและพร้อมเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว


อย่างไรก็ตามแม้ชอบ BBIK ในแง่ของ Business Model และความสามารถของผู้บริหาร แต่ในแง่ Valuation หุ้นตึงตัว คงคำแนะนำ “TRADING” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2565 ที่ 59.50 บาทต่อหุ้น อิง PER ที่ 55 เท่า เชิงกลยุทธ์ มองว่า BBIK เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองระยะยาว หากหุ้นในกลุ่ม ICT Small Cap เกิดการปรับฐาน



BE8 วางเป้ารายได้เติบโต 5 เท่า ใน 3 ปี

ถัดมา บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) หรือ BE8 โดยนายอภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2565  บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในฐานะเป็นผู้นำ Digital Tech Consultant โดยมีรายได้รวม 123.01 ล้านบาท เติบโต 40.9 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 87.32 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 23.78 ล้านบาท เติบโต 39.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา


สำหรับแผนธุรกิจในไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ เตรียมผนึกกำลังกับพันธมิตรรายใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ใหม่ๆ สร้างมูลค่าทั้งทางผลิตภัณฑ์และบริการตอบโจทย์โลกดิจิทัลแบบครบวงจร พร้อมเดินหน้าขยายฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาสร้างข้อได้เปรียบทางธุรกิจ


โดยมั่นใจว่าด้วยยุทธศาสตร์ของ BE8 จะผลักดันผลการดำเนินงานทั้งปี 65 ให้เติบโตมากกว่า 50%  โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีมูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) 564 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการประมูลงานโครงการใหญ่มูลค่ารวมประมาณ 569 ล้านบาท และคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ 313 ล้านบาท หรือราว 55% ของงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog)


บริษัทฯ เดินหน้าตามยุทธศาสตร์มุ่งก้าวผู้นำ Digital Tech Consultant ในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยวางเป้ารายได้เติบโต 5 เท่า ใน  3 ปีข้างหน้า ซึ่งบริษัทฯ ยังวางแผนการลงทุนและควบรวมกิจการอีกในอนาคต เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันให้กับองค์กร ธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ให้ก้าวทันกับยุคดิจิทัลที่เกิดความเปลี่ยนแปลงและมีเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง


ล่าสุดเข้าควบรวมกิจการ บริษัท เอคซเทนด์ ไอที รีซอร์ส จำกัด (“X10”) ยักษ์ใหญ่ด้านโครงสร้างการเชื่อมต่อระบบ Technology Integration Platform เดินหน้า Synergy ผนึกความแข็งแกร่งดัน BE8 ก้าวสู่ Digital Transformation Consultant แห่งอาเซียน


มุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มีมุมมองเป็นบวกต่อดีล ได้ทั้ง Scale ทีมงาน และโอกาสเพิ่ม Efficiency โดยรายได้ของ X10 คิดเป็นขนาดใกล้เคียง BE8 ที่ปีละ 400 ล้านบาท ทำให้ BE8 จะเติบโตก้าวกระโดดในแง่ของ Economies of scale และความพร้อมในการเข้าแข่งขันในอนาคต


BE8 จะได้ Tech Resource เข้ามาเพิ่มอีกราว 400 ราย ซึ่งคิดเป็นสองเท่าของจำนวน Tech Resource ปัจจุบันของ BE8 ที่ 200 ราย โดยปกติอุตสาหกรรม Consultancy เติบโตได้ตามจำนวนพนักงานสำคัญทำให้ศักยภาพการเติบโตของ BE8 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


ทั้งนี้ Efficiency Ratio ปัจจุบัน BE8 ทำรายได้ต่อ Resource ที่ราว 1.88 ล้านบาทต่อคนต่อปี ขณะที่ X10 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1.0 ล้านบาทต่อคนต่อปี ทำให้มีโอกาสที่ซื้อเข้ามาแล้วจะปรับปรุงศักยภาพได้กว่าเท่าตัว


BE8 มี BOI ที่เพิ่งได้รับในปี 2564 อายุราว 5 ปี ทำ ให้มีโอกาสที่จะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรายได้ส่วนเพิ่มหากบริหารจัดการได้ดี ขณะที่โอกาสเกิด Cost Saving และ Synergy กับลูกค้ารายใหม่ รวมทั้งโอกาสเติบโตในตลาด Integration ซึ่งเป็นอนาคตของตลาด Digital Transformation ที่จะต้องสามารถเชื่อมต่อระบบต่างๆให้เข้ากันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับทิศทางผลประกอบการ BE8 รายงานกำไรไตรมาส 1/65 คิดเป็นราว 22% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2565 ของฝ่ายวิจัยที่คาดโต 30% จากปีก่อน นอกจากนี้ บริษัทฯ รายงาน Backlogs ก่อนรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/65 ที่จำนวน 564 ล้านบาท อยู่ในระดับสูงเพียงพอรองรับประมาณการรายได้ปี 2565 ของฝ่ายวิจัยที่ 445 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18%จากปีก่อน


อย่างไรก็ตามอิงประมาณการล่าสุดของฝ่ายวิจัย Organic growth ของ BE8 ก่อนซื้อกิจการ คาดรายได้ปี 2565/66 ที่ 445 ล้านบาท และ 528 ล้านบาท และคาดกำไรปกติปี 2565/66 ที่ 110 ล้านบาท และ 138 ล้านบาท ตามลำดับ


ขณะที่กำไรจาก X10 ควรจะอยู่ที่ราว 40 ล้านบาทต่อปี แต่ศักยภาพที่ยังต่ำในแง่ของ Efficiency เมื่อรวมกับโอกาสได้ใช้ Tax Benefit ทำให้โอกาสทำกำไรระดับ 80 ล้านต่อปี เชื่อว่าเป็นไปได้ ดังนั้นมีโอกาสไม่น้อยที่ BE8 จะเป็นบริษัทฯ ที่ทำกำไรระดับ 200-220 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 2-3 ปีจากนี้ หรือคิดเป็น EPS หลัง Dilution ที่ราว 1.00 บาทต่อหุ้น


ส่วนในแง่ Valuation บริษัทฯ มีโอกาสเติบโตอีกมากทั้งในอุตสาหกรรมเดิม การ M&A และเป้าหมายที่จะเติบโตรายได้ 3-5 เท่า ใน 3 ปีจากนี้ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ เมื่อบวกกับแนวโน้มกำไรที่จะโตเด่น เพราะการเข้ามาของ X10 ดังนั้นหากหุ้นจะถูกซื้อ ขาย บน ความคาดหวังเติบโตปีละ 50-60% หรือบนกรอบ PER ที่ 50-65 เท่า จึงเป็นไปได้ หากอิงกรอบ PER ดังกล่าวจะคิดเป็นกรอบราคาเหมาะสมที่ราว 50.00-65.00 บาทต่อหุ้น โดยจะพิจารณาราคาเหมาะสมหลังได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์


ด้านมุมมองนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเมินกำไรปีนี้ของ BE8 เชิง conservative ที่ 115 ล้านบาท โตสูง 40% จากปีก่อน เนื่องจากธุรกิจหลักที่เติบโตอย่างต่อเนื่องตามความต้องการด้าน Digital transformation ในตลาด การรุกตลาดภาครัฐที่ยังมีโอกาสมหาศาล และการทำ JV, M&A จะช่วยหนุนการฐานกำไรของบริษัทให้เติบโตแบบก้าวกระโดด


โดยล่าสุดมีการประกาศดีลใหญ่ เป็นการซื้อบริษัทด้านเทคโนโลยีอย่าง X10 ซึ่งจะช่วยสร้าง synergy และเสริมกำไรบริษัทได้ทันที ส่วนภาพระยะกลางคาดกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้าเติบโตสูงต่อเนื่องเฉลี่ย 41%ต่อปี ได้แรงหนุนจากการขยายฐานลูกค้าต่อเนื่องและการเพิ่มสัดส่วน recurring income (คาดเพิ่มเป็น 52% ในปี 67 จากปี 64 ที่ 47%) โดยปัจจุบันประมาณการของฝ่ายวิจัยยังไม่รวมรายได้และกำไรส่วนเพิ่มจาก X10 นอกจากนี้ยังมีโครงการที่กำลังอยู่ระหว่างการประมูลเพิ่มเติมอีกราว 550-600 ล้านบาท คงนำนำ ซื้อ BE8 ราคาเป้าหมาย 53 บาท



This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”