GPSC ราคาร่วงแรงทะลุ 30% เป็นจังหวะเข้าสะสม…รับผลงานฟื้นตัว

หลังจาก GPSC หรือ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 1/65 ออกมาอยู่ที่ 313.21 ล้านบาท ลดลง 84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินที่ปรับตัวขึ้นสูง แต่ดูเหมือนว่านักวิเคราะห์ต่างยังคงแนะนำ “ซื้อ” ซึ่งจะด้วยเหตุผลอะไร Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาหาคำตอบ


หากสำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ GPSC ก็ไม่สวยหรูเท่าไหร่นัก ล่าสุดวันที่ 19 พ.ค.65 ปิดการซื้อขายที่ระดับ 62.25บาท ปรับตัวลดลง 10.11% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา  และหากย้อนไปนับตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ดังกล่าวนั้น พบว่าราคาหุ้นปรับตัวลดลงสูงถึง 29.85%จากราคาปิดสิ้นปี 64 โดยทำราคาต่ำสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค.65 ที่ระดับ 59.50 บาท และทำราคาสูงสุดเมื่อวันที่ 4 ม.ค.65 ที่ 89.25 บาท เท่ากับว่าจากราคาปัจจุบันนั้น ปรับตัวลดลงราว 30.25% เมื่อเทียบกับราคาสูงสุด


อย่างที่เราทราบกันดีว่า GPSC เป็นแกนนำนวัตกรรมธุรกิจพลังงานไฟฟ้าของกลุ่มปตท. โดยให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าและสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมต่างๆ ภายในประเทศ รวมถึงการแสวงหาโอกาสการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานไฟฟ้า เพื่อก้าวเป็นบริษัทไฟฟ้าชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจไฟฟ้าโดยประยุกต์ใช้นวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างความยั่งยืนในระดับสากล


ล่าสุดรายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 1/65 ไม่สดใสอย่างที่คาด โดยมีกำไรสุทธิเพียงแค่ 313 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิสูงถึง 1,973.47 และเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2564 ปรับตัวลดลง 73% โดยปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานในส่วนของกลุ่มโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ลดลง จากราคาก๊าซธรรมชาติและถ่านหินที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องแบบนี้นับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน


แต่ดูเหมือนว่ากำไรไตรมาส 1/65 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี 2565 หลังจากนักวิเคราะห์หลายๆเจ้าออกมาประเมินเป็นเสียงเดียวกันว่าจะเห็นการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี รวมทั้ง GPSC ยังมีความน่าสนใจอีกมากที่อาจจะเป็นจังหวะเข้าสะสมเพื่อรอรับการฟื้นตัว


สะท้อนจากการประเมินของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ที่ได้ออกมาระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจ GPSC ในไตรมาส 2/65 หลังโรงไฟฟ้า GE5 กลับมาผลิตเต็มไตรมาส, การปรับขึ้นค่า ft ที่เข้ามาชดเชยต้นทุนพลังงานเพิ่มเติม และโครงการโรงไฟฟ้าระหว่างก่อสร้างที่จะทยอย COD ในปีนี้ไม่ได้เหนือกว่าคาด ซึ่งมองกำไรปกติของ GPSC ผ่านจุดต่ำสุด (bottom) ไปแล้วในไตรมาส 1/65 คาดฟื้นในไตรมาส 2/65 เทียบกับไตรมาสแรก ตาม GPM การขายไฟ IU ที่เพิ่มขึ้น และส่วนแบ่งกำไรฯจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล


ทั้งนี้คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 86.80 บาท/หุ้น และคงมุมมองครึ่งหลังปีนี้ เป็นจุดสะสมจากปัจจัยบวกที่เข้ามามากขึ้น 1.ความคืบหน้าโครงการใหม่ 2.การประกาศปรับขึ้นค่า Ft ที่เร่งตัวขึ้น 3.คาดความผันผวนราคาพลังงานลดลง และ 4. แนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นในครึ่งหลังปีนี้ โดยคาดฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากครึ่งปีแรก เนื่องจากอัตรากำไรดีขึ้นและมีโรงใหม่หนุน



นักลงทุนเริ่มซื้อสะสมได้แล้ว

เช่นเดียวกันกับ บริษัท หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ได้ประเมินไว้อย่างน่าสนใจ โดยระบุว่า ยังคงคำแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมาย 82.00 บาท เชื่อว่าการปรับลดประมาณการของนักวิเคราะห์ในตลาดน่าจะใกล้จบรอบแล้ว ในขณะที่ราคาหุ้นสะท้อนประเด็นความกังวล และปัจจัยลบต่างๆ ไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้นจึงมองว่าราคาหุ้นมี downside ค่อนข้างจำกัดแล้ว ดังนั้น นักลงทุนน่าจะเริ่มซื้อสะสมได้ โดยมองข้ามไปถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรในปี 2566


ทั้งนี้คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/65 จะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าสินไหมประกันภัยของโครงการ GE เฟส 5 ซึ่งคาดว่าจะได้รับไม่น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์ฯ แต่จะถูกหักล้างไปบางส่วนด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่เงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน เนื่องจากราคาก๊าซของโรงไฟฟ้า SPP ลดลงเล็กน้อย, ค่า Ft สูงขึ้น, มีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง, รับรู้ผลการดำเนินงานจากโครงการ GE เฟส 5 และ GHECO-One เต็มไตรมาส, และผลการดำเนินงานของโครงการไซยะบุรี และ Avaada แข็งแกร่งขึ้น


สำหรับปีนี้จะเป็นปีแห่งการปรับสมดุล (ลดผลกระทบจากราคาพลังงาน) และ เก็บเกี่ยวโครงการที่อยู่ใน pipeline โดยเฉพาะ Avaada โดยจะไม่มีโครงการใหม่ที่จะเข้าซื้อในปี 2565 ทั้งนี้ GPSC ตั้งเป้าจะสร้าง synergies กับ Glow มูลค่า 1.6 พันล้านบาทในปี 2565 และคาดว่าจะได้รับค่าสินไหมประกันภัยหลังหักภาษีของโครงการ GE เฟส 5 ประมาณ 600-700 ล้านบาทในปี 2565


ส่วน Avaada จะเริ่มเดินเครื่องกำลังการผลิตใหม่ c.1,000 MWe ภายในสิ้นปีนี้ (จาก 917MWe ในปี 2564 และ 1,036MWe ในไตรมาส 1/65) และคาดว่าการดำเนินงานของ Avaada จะเป็นขาขึ้นจากนี้ไป ทั้งนี้ GPSC ถือหุ้น 42.93% ใน Avaada (เพิ่มขึ้นจาก 41.62%) และทำการ refinance เพื่อลดต้นทุนทางการเงินลง นอกจากนี้ การคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดยังช่วยชดเชยผลกระทบจากต้นทุนพลังงานไปบางส่วนด้วย ในขณะเดียวกัน โครงการ GE เฟส 5 ซึ่งกลับมาเดินเครื่อง 9 มีนาคม ทำกำไรให้ GPSC เพิ่มเดือนละ 150 ล้านบาท


ขณะเดียวกัน GPSC เน้นเรื่องกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งค่อนข้างจะไม่ต่างจากในไตรมาสก่อน ๆ และอัพเดตโครงการต่าง ๆ ตามคาด โดยบริษัทจะยังคงเป็นหัวหอกในธุรกิจแบตเตอรี่ของเครือ PTT แม้ว่า Arun Plus (บริษัทลูกที่ PTT ถือหุ้น 100%) จะเซ็น MOU กับ CATL เพื่อใช้เทคโนโลยี Cell-to-Pack (CTP) เพราะผู้บริหารคิดว่าโอกาสของ EV ใหญ่มากในไทย และถือว่าเป็นไปตามกลยุทธ์ของเครือที่จะ leverage จากความเชี่ยวชาญของกันและกัน


ทั้งนี้ NUOVO PLUS (JV ที่ PTT และ GPSC ถือหุ้น 51%:49%) จะเป็นบริษัท supply chain ด้านแบตเตอรี่ที่จะสนับสนุนการผลิต EV โดยโครงการนำร่อง 30MW เริ่มผลิตไปตามแผนงานที่วางไว้ ในขณะที่ Axxiva ซึ่งเป็นโรงงานแบตเตอรี่ขนาด 1GWh ในประเทศจีนน่าจะเริ่มเปิดดำเนินงานได้ในไตรมาส 1/66 ทั้งนี้ GPSC ตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE) >50% ของกำลังการผลิตทั้งหมดภายในปี 2573 (จาก 38% ในปี 2566)



ผลงานจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2
/65

ส่วนบริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการรายไตรมาสของ GPSC น่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/65 ราคาก๊าซที่ยืนตัวอยู่ในระดับสูงจะยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันผลประกอบการในปีนี้ต่อไป โดย GPSC มีการพัฒนาประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง


สำหรับแผนธุรกิจในระยะยาว GPSC ยังคงมีแผนการขยายกิจการควบคู่ไปกับเทรนด์การเป็นกลางทางคาร์บอน GPSC มองเห็นโอกาสขนาดใหญ่จากอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ในอนาคต ซึ่งการมีพาร์ทเนอร์ที่แข็งแกร่งจะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจแบตเตอรี่มีโอกาสเติบโตมากขึ้นในอนาคต ในช่วง 1-2 ปีนี้ GPSC จะใช้ CAPEX ส่วนใหญ่ไปกับการพัฒนาโครงการตามแผน


อย่างไรก็ตามแม้ผลประกอบการของ GPSC จะมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้น แต่ยังไม่คิดว่าผลประกอบการของ GPSC จะกลับมาอยู่ในระดับปกติได้ในไตรมาส 4/65 มองว่า GPSC จะสามารถกลับมามีกำไรในระดับปกติ หรืออาจจะดีกว่าระดับปกติได้บางไตรมาสในปี 2566 และยังมองไม่เห็น upside ต่อประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของฝ่ายิจัยในระยะสั้น ดังนั้น แม้ภาพการเติบโตในระยะยาวยังน่าสนใจ และราคาหุ้นเทรดในระดับต่ำ (มี downside น้อย) จึงยังคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 86 บาท



เปิดปัจจัยบวกไตรมาส 2/65

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด เปิดเผยว่า มุมมองของฝ่ายวิจัยต่อผลประกอบการ GPSC ในไตรมาส 2/65 โดยปัจจัยบวก จะมาจาก 1.การปรับค่าขึ้นค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เป็น 24.77 สตางค์/หน่วย ตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 65 ถึง สิงหาคม 65 (ครั้งก่อนหน้า อยู่ที่ 23.38 สตางค์/หน่วย)


2.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศจะส่งผลบวกต่อปริมาณการใช้ไฟฟ้าในประเทศให้สูงขึ้นต่อเนื่อง และ 3.คาดจะเห็นส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Avaada จำนวน 62 ล้านบาท เข้ามาในไตรมาส 2/65 ส่วนปัจจัยลบ จะมาจากอัตราการทำกาไรของโรงไฟฟ้าประเภท Conventional ยังคงถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงหากสงครามระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน มีการยืดเยื้อ


ทั้งนี้ได้มีการปรับลดประมาณการ กำไรสุทธิปี 65 เป็น 4,751 ล้านบาท จากประมาณการเดิมที่ 7,456 ล้านบาท เพื่อสะท้อนผลกระทบของต้นทุนพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ และ ถ่านหิน) ที่กดดันอัตราการทำกำไรของโรงไฟฟ้า IPP และ SPP ของบริษัทให้ลดลง และ ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 66 เป็น 7,177 ล้านบาท จากประมาณการเดิมที่ 9,287 ล้านบาท บนสมมุติฐานรายได้จากการดำเนินการเพิ่มขึ้น 9.6%จากปีก่อน


อย่างไรก็ตามปรับลดมูลค่าพื้นฐาน ปี 65 ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด อยู่ที่ 81 บาท จากเดิมที่ 95 บาท (สมมติฐาน WACC ที่ 8.5% และ Terminal Growth rate ที่ 3%) แต่อย่างไรก็ตามราคามีการปรับตัวลดลงมาสะท้อนปัจจัยลบจากต้นทุนพลังงานไปพอสมควรแล้ว จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”

This’s Alano

“มุ่งแสวงหาข่าวสาร สร้างสรรค์ผลงานอย่างถูกต้อง เพื่อนำเสนอให้นักลงทุนได้อ่าน”

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ ปม "สุภาพร พิมพงษ์" หลังพบพิรุธส่อแวว “ข้อมูลไม่ตรงปก” ชี้หากข้อมูลเท็จ พร้อมเอาผิดตามกฎหมาย
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
ครึ่งแรกปี26 “ต่างชาติ” ซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 3 หมื่นลบ. ส่วนครึ่งหลังปีนี้มี “หุ้นกู้” ครบอายุกว่า 4.2 แสนลบ. ส่วนใหญ่ 90% เป็น “Investment Grade” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. นั่งไม่ติด! แจงปม “สุภาพร พิมพ์พงษ์” ชี้ถอนรายงานหลังพบเป็นธุรกรรมทิพย์ จ่อดำเนินคดีหากพบเจตนาส่งข้อมูลเท็จ
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Video
“ONE-SINGEQ” โอกาสลงทุน "หุ้นสิงคโปร์"...รับ “การปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ส่องมุมมอง 3 หุ้นเทคระดับโลก ใครถูกอัปเกรด ใครถูกหั่นคำแนะนำ?
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us