หุ้นไทยยังขึ้นต่อแต่วอลุ่มเบาบาง นักวิเคราะห์ชี้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าตลาดจะไปต่อ แนะขายทำกำไรเก็บเงินไว้ซื้อรอบหน้า
หุ้นไทยยังเดินหน้าบวก ทะลุ 1,630 จุด แต่มูลค่าการซื้อขายเบาบางไร้แรงหนุนให้ทะลุด่านไปไกล ด้าน บล.ทิสโก้ ชี้ นักลงทุนไม่มั่นใจความแข็งแกร่งในตลาด ขึ้นได้ไม่สุดแถมมีแรงเทขายเพื่อปรับพอร์ต คาดกรณีดีสุดดัชนีอาจแตะ 1,650 จุด แนะตัดขายทำกำไรบางส่วน รอจังหวะเข้าซื้อในช่วง 1-2 เดือนหน้าข้างหน้า
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยครั้งนี้เป็นการรีบาวน์ จากปัจจัยบวก คือ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังบอนด์ยีลด์เริ่มชะลอตัวและค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ส่งผลให้มีเงินทุนต่างชาติระลอกใหม่ไหลเข้า รวมถึงศบค. เคาะมาตรการผ่อนคลายโควิด 19 เพิ่มเติม ส่งผลดีกับหุ้นกลุ่มรีโอเพนนิ่ง นอกจากนี้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมของจีน ซึ่งไทยก็มีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันค่อนข้างมาก จึงได้รับประโยชน์ส่วนนี้ด้วย โดยบล.ทิสโก้ประเมินกรณีดีที่สุดดัชนีมีโอกาสแตะระดับ 1,650 จุด
ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นแรงของดัชนีในระดับนี้ควรมีมูลค่าการซื้อขายในระดับ 70,000-90,000 ล้านบาท แต่ช่วง 2 วันที่ผ่านมามูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอยู่ระดับ 60,000 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายที่ไม่เยอะ แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังไม่ค่อยมั่นใจในทิศทางตลาดหุ้น
“มองการปรับตัวขึ้นครั้งนี้ของตลาดหุ้นไทยเป็นการรีบาวน์ ดังนั้นการขึ้นมาไม่ได้มองว่าดี เป็นจังหวะในการชิงออกมาบางส่วน” นายอภิชาติ กล่าว
สำหรับคำแนะนำการลงทุน บล.ทิสโก้ ประเมินการรีบาวน์ของดัชนีรอบนี้ในกรอบ 1,630 -1,650 จุด โดยใช้จังหวะที่ดัชนีปรับตัวขึ้นเพื่อขายทำกำไรบางส่วน แต่นักลงทุนที่ขายมาก่อนหน้านี้แล้วไม่ต้องรีบร้อน อาจถือเงินสดรอไว้ก่อน เพราะประเมินว่าในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้านี้ตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวนจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนและทำให้เกิดความผันผวนของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยแนะนำถือเงินสด 20-30% ของพอร์ต และรอจังหวะซื้อในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า
