Official Update :

BTS เผยปี 64/65 กำไรวูบ 16% ต้นทุนการเงินเพิ่ม-กำไรขายที่ดินลด หวังเปิดเมืองดันยอดผู้โดยสารฟื้น

บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS รายงานผลประกอบการประจำปี 2564/65 โดยมีรายได้รวม จำนวน 31,195 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 26.2% หรือลดลง 11,055 ล้านบาท จากปี 2563/64 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการให้บริการรับเหมา จำนวน 11, 713 ล้านบาท จากการลดลงของรายได้งานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลือง รวมถึงรายได้จากการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือที่ลดลง เนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการก่อสร้าง


ขณะที่กำไรจากการขายที่ดิน จำนวน 1,497 ล้านบาท อย่างไรก็ดี การลดลงของรายได้รวมบางส่วนถูกชดเชยด้วยรายได้จากการบริการและการขายที่เพิ่มขึ้น จำนวน 2,744 ล้านบาท จากการควบรวมผลการดำเนินงาน Fansink โดยวีจีไอ ซึ่งเริ่มควบรวมตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 และรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น จำนวน 522 ล้านบาท


โดยบริษัทฯ บันทึกกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ จำนวน 3,826 ล้านบาท ลดลง 16.4% หรือ 751 ล้านบาท จากปีก่อน โดยการลดลงส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิหลังหักภาษีจากรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ (หลังหักส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย) ที่ลดลง รวมทั้งการลดลงของกำไรจากการขายที่ดินเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทั้งนี้ อัตรากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในปี 2564/65 อยู่ที่ 12.3% เมื่อเทียบกับ 10.8% ในปี 2563/64


ทั้งนี้ในปี 2564/65 มองว่าประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี อัตราการฉีวัคซีนได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหากเทียบกับในปีก่อนหน้า โดยเมื่อไม่นานมานี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศแผนให้โรคโควิด-19 กลายเป็นโรคประจำถิ่น


นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีการประกาศยกเลิกมาตรการ Test & Go ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดังนั้นในปี 2565/66 กลุ่มธุรกิจคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของรายได้ในธุรกิจ MIX และ ธุรกิจ MATCH ซึ่งได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวดังกล่าว


อย่างไรก็ดี รายได้รวมจากการดำเนินงานจากธุรกิจ MOVE คาดว่าจะลดลงเนื่องจากอยู่ในช่วงท้ายของการให้บริการติดตั้งงานระบบและการจัดหารถไฟฟ้าขบวนใหม่สำหรับโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว และการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่ใกล้แล้วเสร็จ


สำหรับ ธุรกิจ MOVE ในส่วนของระบบขนส่งมวลชนทางราง (rail business) เราคาดว่าจะเห็นแนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้า (ridership) จากรถไฟฟ้าสายหลักกลับมาสู่ระดับที่มีจำนวนเที่ยวการเดินทางเฉลี่ยมากกว่า 500,000 คนต่อวันทำการ


อีกทั้งยังคาดว่ารายได้จากการให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงจะเติบโตอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสถานกรณ์แพร่ระบาด โดยคาดว่าจะเติบโตเป็น 6.7 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากปี 2564/65) เช่นเดียวกับดอกเบี้ยรับเกี่ยวกับโครงการรถไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นป็น 3.8 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 จากปี 2564/65)


นอกจากนี้เรายังคาดว่าจะบันทึกรายได้จากค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีชมพู และสายสีเหลือง ภายหลังจากเปิดให้บริการเต็มสายในปี 256 ทั้งนี้ งานก่อสร้างรถฟฟ้าสายสีชม และสายสีเหลืองใกล้จะแล้วเสร็จ สอดคล้องกับรายได้ค่าก่อสร้างที่ คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 5-6 พันล้านบาท


สำหรับแนวโน้มปี 2565/66 ของธุรกิจ MIX เราคาดการณ์ว่าภาพรวมของธุรกิจจะดีขึ้นจากการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวเดินทางรถไฟฟ้า (ridership) ซึ่งจะทำให้รายได้จากการโฆษณาและดิจิทัลเพิ่มสูงขึ้น วีจีไอ ได้แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และมีการขยายไปยังธุรกิจจัดจำหน่ายซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจจากการเข้าซื้อกิจการของ Fanslink และการลงทุนใน Jaymart


ทั้งนี้ วีจีไอ ได้มีการออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 2,583 ล้านหุ้น โดยได้รับเงินทุนรวมทั้งสิ้น 12.9 พันล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อบริษัทได้เป็นอย่างดี จากที่ได้กล่าวมา วีจีไอคาดว่าจะรับรู้รายได้ที่ระดับ 6.5-7.0 พันล้านบาท โดยคาดว่าอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อมราคาอยู่ที่ระดับมากกว่าร้อยละ 20 และ อัตรากำไรสุทธิที่ระดับร้อยละ 10


ส่วนภายใต้ธุรกิจ MATCH  บริษัท ยู ชิตี้ ยังคงเปลี่ยนผ่านเข้าไปสู่อุตสาหกรรมทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นกลยุทธ์การขับเคลื่อนที่ จะประสบผลสำเร็จจากความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นและการฟื้นตัวของธุรกิจท่มกลางสถานการณ์ต่งๆ  จากการเข้าลงทุนในธุรกิจของ A LIFE และการลงทุนใน Jaymart และ Singer ก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างความร่วมมือจากความพร้อมของแพลตฟอร์มภายใต้กลยุทธ์ 3M ของกลุ่มบีทีเอส จากการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่มุ่งไปสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น


ทั้งนี้ ในปี 2564/65 ภายใต้ธุรกิจ MATCH ยังสามารถสร้างผลกำไรจากการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ โดยในปี 2565/66 เราคาดว่าจะเห็นการร่วมมือของกับคู่ค้าทางธุรกิจภายใต้ ธุรกิจ MATCH ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งจากการลงทุนต่อกลุ่มธุรกิจทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
EGCO อัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยแผน “POWER4” ครึ่งปีหลัง เร่งขยายพอร์ตไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียน จ่อชิงเค้ก PDP 2026 รุก PPA-Data Center
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TOA ผนึกพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยสู่ ‘Green Ecosystem’ ยกระดับมาตรฐาน Sustainable Construction สร้างอนาคตใหม่ที่ยั่งยืน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
“ความผันผวน” ไม่ใช่ศัตรูของนักลงทุน... แต่เป็น “โอกาส” ในการปรับพอร์ตให้ดีขึ้น !!!
เมื่อ 10 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
Krungsri Finnovate ชวนเปิดมุมมอง “Health is the New Wealth” ใน Future Wellness Economy Forum 2026 สู่โอกาสธุรกิจและการลงทุน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
Private Credit อีกโอกาสลงทุนในตลาดตราสารหนี้ ทางเลือกสำหรับนักลงทุนมั่งคั่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us