GFPT ชี้ราคาวัตถุดิบพุ่งดันราคาไก่ขึ้นไม่หยุด เดินหน้าขยายโรงเชือดเพิ่มดันรายได้โต 10 %
GFPT มองแนวโน้มราคาไก่มีโอกาสปรับขึ้นตามข้าวโพด-ถั่วเหลืองที่ทรงตัวในระดับสูง มั่นใจมีปริมาณเนื้อไก่ป้อนตลาดเพียงพอ ชี้ไตรมาส 2/65 หากผลงานเติบโตสองหลัก มีโอกาสปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 65 จากเดิมคาดโต 5-10% นักวิเคราะห์ มองกำไรไตรมาส 2/65 จะเติบโตต่อเนื่อง
นายวีระ ธิตยางกรุวงศ์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT กล่าวในงาน Opportunity Day ว่า บริษัทเชื่อว่าราคาเนื้อไก่ยังสามารถปรับขึ้นได้ จากราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งข้าวโพดและถั่วเหลืองที่ทรงตัวในระดับสูง ทำให้เห็นทิศทางราคาเนื้อไก่ที่ค่อยๆ สูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 1/65 มาถึงต้นไตรมาส 2/65 ที่ผ่านมา ดังนั้นหากราคาวัตถุดิบยังทรงตัวอยูในระดับสูงต่อไป แม้เนื้อไก่จะเป็นสินค้าควบคุม แต่บริษัทมองว่าน่าจะมีเหตุผลที่ดีพอในการขอปรับขึ้นราคาจากกรมการค้าภายในเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับราคาเนื้อไก่แปรรูปส่งออกปรับตัวดีขึ้น แม้จะไม่สูงเท่าราคาเนื้อไก่ในประเทศหรือราคาวัตถุดิบอาหารที่สูงขึ้น แต่เป็นสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นสูงดีจึงมองว่าไม่จำเป็นต้องปรับราคาให้สูงมาก เพราะระยะสั้นอาจกระทบกับยอดขาย เนื่องจากความต้องการยังไม่ฟื้นตัวกลับมาเท่าช่วงก่อนเกิด Covid-19 ส่วนการขยายตลาดไปยังซาอุดิอาระเบียนั้น หากกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นบริษัทอาจพิจารณอีกครั้ง แต่ปัจจุบันยังเน้นส่งออกเนื้อไก่ไปตลาดหลักคือญี่ปุ่นและยุโรปก่อน
“ปกติการป้อนสินค้าโดยเฉพาะการส่งออกเราจะมีการคุยกับลูกค้าอยู่แล้ว จะคุยล่วงหน้าประมาณ 1 ไตรมาส เพราะฉะนั้นเรารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าจะมียอดออเดอร์และยอดส่งออกเท่าไหร่ ทำให้สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นปริมาณไก่จึงน่าจะมีเพียงพอกับความต้องการในปีนี้ ส่วนอนาคตเราอยู่ในช่วงขยายฟาร์มเลี้ยงไก่และโรงเชือดไก่ ซึ่งจะทำให้มีปริมาณเนื้อไก่เพิ่มขึ้น” นายวีระกล่าว
ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงเชือดไก่แห่งใหม่ กำลังผลิต 150,000 ตัวต่อวัน คาดว่าหลังดำเนินการเสร็จสิ้นจะช่วยหนุนให้กำลังผลิตรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 450,000 ตัวต่อวัน จากเดิมอยู่ที่ 300,000 ตัวต่อวัน ทั้งนี้ ภายหลังโรงเชือดไก่เสร็จสิ้น บริษัทมีแผนขยายฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ และโรงงานแปรรูปปรุงสุก กำลังผลิต 24,000 ตันต่อปี คาดใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี
ขณะที่ทิศทางการดำเนินงานในไตรมาส 2/65 บริษัทคาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาส 1/65 ที่เป็นช่วงโลว์ซีซั่น โดยประเมินอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อาจผันผวนจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่จะพยายามบริหารจัดการให้ Gross Profit Margin เป็นไปตามเป้าหมายทั้งปีที่ 10-11% อย่างไรก็ตาม หากแนวโน้มการดำเนินงานยังโตต่อเนื่อง บริษัทอาจพิจารณาปรับเป้าหมายรายได้ขึ้น จากเดิมที่คาดว่าเติบโต 5-10% จากปี 2564 ที่มีรายได้ 14,090.82 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 209.34 ล้านบาท
จับตาไตรมาส 3 ทำนิวไฮ
ด้านนักวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/65 ของ GFPT คาดจะเติบโตต่อจากไตรมาส 1/65 และโตเด่นจากไตรมาส 2/64 แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับขึ้นเฉลี่ย 5-8% จากไตรมาสก่อนหน้าก็ตาม แต่จะชดเชยด้วยราคาไก่ในประเทศที่ปรับขึ้นต่อ ปัจจุบันอยู่ที่ 43 บาทต่อกก. และราคาส่งออกที่ปรับขึ้นอีก 5-10% พร้อมกับปริมาณส่งออกในมือที่เพิ่มเป็นราว 8,000 ตัน จากอุปสงค์ในยุโรปและญี่ปุ่นที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดราคาไก่มีโอกาสปรับขึ้นได้อีกเป็นราว 45 บาทต่อกก. จากแนวโน้มต้นทุนที่ยังสูงขึ้นต่อและ Supply ในประเทศยังเพิ่มขึ้นได้อย่างจำกัด เพราะความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงทำให้เกษตรกรจะตัดสินใจลงทุนการเลี้ยงทำได้ยากขึ้น
นอกจากนี้เรา มองว่าการที่ครม.มีมติลดภาษีนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศซึ่งมีราคาถูกกว่าในไทยจะทำให้ Supply ข้าวโพดในประเทศสูงขึ้นช่วยจำกัด Upside ของราคาข้าวโพดต่อจากนี้ และกรณีที่ต้นทุนไม่สูงขึ้นจาก ปัจจุบันอย่างมีนัยยะเราประเมินว่ากำไรของ GFPT จะเร่งขึ้นทำจุดสูงสุดในไตรมาส 3/65 ที่เป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ด้วยกำไรไตรมาส 1/65 ที่สูงกว่าคาดมากและมีแนวโน้มเติบโตต่อในไตรมาส 2/65 และไตรมาส 3/65 ทำให้เรามีมุมมองบวกมากขึ้น ต่อแนวโน้มกำไรในปี 2565 ของ GFPT จึงปรับประมาณการขึ้นกำไรปกติขึ้น 26.5% เป็น 1,465 ล้านบาท โต 718.7% เพื่อสะท้อน GPM และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ดีขึ้นมากกว่าเดิมที่ประเมินไว้ ดังนั้นยังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 18.70 บาท
