เปิดโผ 3 หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI “ตัวท็อปนอกสายตา” ที่กำลังโตเงียบเบื้องหลัง
เมื่อพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลายคนมักนึกถึงบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Nvidia แต่จริงๆ แล้ว เบื้องหลังการทำงานของ AI มีโครงสร้างพื้นฐานอีกมากมาย ตั้งแต่วัสดุที่ใช้สร้างเซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อข้อมูล ไปจนถึงเครื่องจักรที่ใช้ผลิตชิปขั้นสูง
และในยุคนี้ที่กระแส AI เป็นอะไรที่มาแรงและมาเร็ว บริษัทมากมายนอกเหนือจากบริษัทชื่อดังที่เราได้ยินในข่าวบ่อยๆ ก็มีโอกาสรับประโยชน์จากกระแสนี้เช่นกัน
และนี่คือ 3 บริษัทที่นักลงทุนและนักวิเคราะห์จำนวนมากกำลังจับตามองในฐานะผู้ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลก แม้จะไม่ค่อยได้ยินชื่อในข่าวบ่อยๆ
Kingboard Holdings: ผู้ผลิตวัสดุที่ซ่อนอยู่ในเซิร์ฟเวอร์ AI
Kingboard Holdings อาจไม่คุ้นหูนักลงทุนทั่วไป แต่บริษัทจากฮ่องกงนี้ ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตวัสดุสำหรับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก
ผลิตภัณฑ์ของบริษัท เช่น Copper-Clad Laminate (CCL) และวัสดุสำหรับแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ถูกนำไปใช้ในเซิร์ฟเวอร์, อุปกรณ์เครือข่าย และศูนย์ข้อมูลจำนวนมาก
Copper-Clad Laminate คือวัสดุพื้นฐานที่ใช้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อชิป, หน่วยความจำ และอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเซิร์ฟเวอร์เข้าด้วยกัน หากไม่มีแผงวงจรเหล่านี้ แม้จะมีชิป AI ที่ทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำงานร่วมกับส่วนประกอบอื่นของระบบได้
เหตุผลที่นักลงทุนเริ่มให้ความสนใจบริษัทมากขึ้น ก็คือ AI Server รุ่นใหม่ต้องรองรับการประมวลผลที่สูงขึ้น รวมถึงใช้พลังงานมากขึ้น และต้องส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงขึ้น ทำให้ความต้องการวัสดุคุณภาพสูงสำหรับแผงวงจรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
พูดอีกอย่างคือ แม้ Kingboard จะไม่ได้สร้าง AI โดยตรง แต่บริษัทกำลังขายวัสดุก่อสร้าง ที่ช่วยรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม AI
Marvell Technology: ผู้สร้างเครือข่ายที่ทำให้ AI ทำงานร่วมกันได้
หากชิป AI เปรียบเหมือนสมองของระบบ AI แล้ว Marvell Technology ก็อาจเปรียบเหมือนกับระบบประสาทที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน
บริษัทพัฒนาชิปด้านเครือข่ายและการสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง รวมถึงชิปแบบกำหนดเอง สำหรับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่
เมื่อศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้ชิปจำนวนหลายพันหรือหลายหมื่นตัวทำงานร่วมกัน ข้อมูลจะต้องถูกส่งไปมาระหว่างชิป, หน่วยความจำ และเซิร์ฟเวอร์ต่างๆ อย่างรวดเร็วและแม่นยำ หากการเชื่อมต่อเหล่านี้ช้าเกินไป ต่อให้มีชิปที่ทรงพลังเพียงใด ระบบก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
นี่คือเหตุผลที่เทคโนโลยีด้านเครือข่ายและการรับส่งข้อมูลของ Marvell มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI เพราะมันช่วยให้ส่วนประกอบจำนวนมหาศาลภายในศูนย์ข้อมูลสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด Marvell รายงานรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ที่ 2.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน และเป็นสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัท
นอกจากนี้ Jensen Huang ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia ยังกล่าวในงาน Computex 2026 ว่า Marvell อาจเป็น “บริษัทมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์รายต่อไป” ซึ่งนี่ช่วยดึงความสนใจของนักลงทุนทั่วโลกมาสู่บริษัทมากขึ้น
Tokyo Electron: บริษัทที่สร้างเครื่องจักรสำหรับผลิตชิป
ก่อนที่ชิป AI จะถูกนำไปติดตั้งในเซิร์ฟเวอร์ จะต้องผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและใช้เครื่องจักรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์
หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องจักรเหล่านั้นก็คือ Tokyo Electron จากญี่ปุ่น
บริษัทเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์เซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยลูกค้าหลักประกอบด้วยผู้ผลิตชิปรายสำคัญอย่าง TSMC, Samsung และ Intel
แม้ผู้บริโภคทั่วไปอาจไม่เคยเห็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยตรง แต่ทุกครั้งที่โรงงานชิปตัดสินใจขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการด้าน AI บริษัท Tokyo Electron ก็มักเป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับประโยชน์ก่อนใคร
ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจำนวนมากจึงมองบริษัทเป็นหนึ่งในตัวแทนของการเติบโตในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และ AI ระยะยาว
สรุป
ในปัจจุบัน การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ยังต้องพึ่งพาบริษัทอีกจำนวนมากที่อยู่เบื้องหลัง และในขณะที่โลกกำลังเร่งลงทุนด้าน AI บริษัทเหล่านี้อาจไม่ใช่ชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด แต่พวกเขากำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานที่ทำให้ยุค AI สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งก็ทำให้บริษัทเหล่านี้เป็นตัวเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่อยากเกาะกระแส AI แต่ไม่อยากไล่ซื้อแค่หุ้นดังๆ
ที่มา: Marvell Q1 FY2027 Earnings Release, Reuters, MarketWatch, Tokyo Electron Company Reports, TrendForce Industry Research.

