เคล็ดลับกระจายความเสี่ยง กระจายผิด ความเสี่ยงไม่ลด

“การกระจายความเสี่ยง” เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่นักลงทุนทุกคนควรรู้จักและเข้าใจ หลายคนเชื่อว่าการกระจายความเสี่ยงเป็นการลดความเสี่ยงโดยการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท แต่หากทำผิดวิธี ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง วันนี้ Wealthy Thai จะพาคุณไปทำความเข้าใจหลักการที่ถูกต้อง และข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง


หลักการของการกระจายความเสี่ยงที่ถูกต้อง

1.เลือกสินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์ต่ำหรือเป็นลบ

การกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพไม่ได้หมายความว่าต้องมีสินทรัพย์จำนวนมากในพอร์ต แต่ต้องเลือกสินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ต่ำหรือเป็นลบ คือ เมื่อมูลค่าของสินทรัพย์หนึ่งลดลง สินทรัพย์อีกตัวควรมีโอกาสเพิ่มขึ้นหรือลดลงน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น การลงทุนในหุ้นและพันธบัตรมักให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันในสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน


2.กระจายข้ามอุตสาหกรรม

หากคุณลงทุนในหุ้น 5 ตัว แต่หุ้นทั้งหมดอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น เทคโนโลยี ความเสี่ยงของพอร์ตจะยังคงสูง เพราะหากเกิดวิกฤตในอุตสาหกรรมนั้น เช่น กฎหมายใหม่ที่ส่งผลลบ หุ้นทุกตัวในพอร์ตอาจได้รับผลกระทบพร้อมกัน ดังนั้น ควรกระจายการลงทุนไปยังหุ้นจากอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น สาธารณสุข พลังงาน และการเงิน เป็นต้น


3.กระจายข้ามตลาดและภูมิภาค

การลงทุนในประเทศเดียวอาจเสี่ยงต่อเหตุการณ์เศรษฐกิจ การเมือง หรือปัจจัยภายในประเทศ ดังนั้นการลงทุนข้ามตลาด เช่น ตลาดหุ้นในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย หรือการลงทุนในสินทรัพย์ที่อิงสกุลเงินต่างประเทศ จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยเฉพาะภูมิภาคได้


4.กระจายประเภทสินทรัพย์

พอร์ตที่มีแต่หุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างเดียวอาจขาดความสมดุล ควรเพิ่มสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น พันธบัตร กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์เหล่านี้กับพอร์ตปัจจุบันของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นการเพิ่มสินทรัพย์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตได้ แทนที่จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว


5.กระจายความเสี่ยงด้านเวลา

การลงทุนทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกันอาจเสี่ยงต่อการจับจังหวะตลาดผิด ควรพิจารณาการลงทุนแบบทยอยซื้อ (Dollar-Cost Averaging) ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดระยะสั้น


ความเสี่ยงจากการกระจายผิดวิธี

นักลงทุนหลายคนอาจเข้าใจว่าการเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ในพอร์ตจะลดความเสี่ยงโดยอัตโนมัติ แต่หากสินทรัพย์ที่เลือกมีค่าสหสัมพันธ์สูง หรือมีความเสี่ยงในลักษณะเดียวกัน เช่น การลงทุนในหุ้น 10 ตัวที่มาจากอุตสาหกรรมเดียวกัน ความเสี่ยงรวมจะไม่ลดลง ตัวอย่างเช่น

  • หุ้นในอุตสาหกรรมเดียวกัน : หากลงทุนในหุ้นของบริษัทเทคโนโลยี 5 ตัว เมื่ออุตสาหกรรมนี้เผชิญความท้าทาย เช่น การแข่งขันสูงหรือการควบคุมกฎระเบียบ พอร์ตทั้งหมดอาจได้รับผลกระทบ

  • กระจายในสินทรัพย์ที่มีค่าสหสัมพันธ์สูง : เช่น การลงทุนในหุ้นและกองทุนรวมหุ้น หากตลาดหุ้นโดยรวมลดลง ทั้งสองสินทรัพย์จะได้รับผลกระทบคล้ายกัน


การกระจายความเสี่ยงไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนสินทรัพย์ในพอร์ต แต่ต้องเป็นการผสมผสานสินทรัพย์ที่แตกต่างและส่งเสริมกันในแง่ความเสี่ยงและผลตอบแทน การเข้าใจค่าสหสัมพันธ์ การกระจายข้ามประเภทสินทรัพย์ อุตสาหกรรม ตลาด และเวลา จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างพอร์ตที่มั่นคงและเติบโตในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน หากคุณกำลังมองหาวิธีลดความเสี่ยงในพอร์ต อย่าลืมพิจารณาหลักการเหล่านี้ให้ครบถ้วน


Most Viewed
Stock of the Day
GUNKUL เซ็น PPA ใหม่ คว้าโรงไฟฟ้า 3 โครงการ หนุนพอร์ตพลังงานสีเขียวโตต่อ ดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 2,121 MW
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
เปิดโผหุ้นรับอานิสงส์ 4 ยักษ์ใหญ่จีนลงทุนไทย อัดงบ 7 หมื่นล้าน ลุย EV-AI นิคม ยานยนต์ ชิ้นส่วน พลังงานเด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
มองครึ่งปีหลัง “สินทรัพย์เสี่ยง” ยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือก... มองบวก “หุ้นไทย” ให้เป้าปีนี้ 1,630 – 1,660 จุด !!!
เมื่อ 16 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ประเทศไทย จาก “Sick Man of Asia” สู่ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน AI ดาวรุ่ง? Bloomberg ชี้โอกาสรับย้ายฐานผลิต หนุนไทยขึ้นแท่นฐานลงทุนโลก
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ใช้กระป๋องน้ำอลูมิเนียมรีไซเคิลได้ 100%
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us