รู้จัก “ทางเลือกลงทุน” ช่วยเซฟภาษี ลงทุนได้เลย ไม่ต้องรอสิ้นปี
คนส่วนใหญ่มักเร่งลงทุนตอนสิ้นปีเพื่อประหยัดภาษี แต่ที่จริงแล้ว เราสามารถเริ่มลงทุนและวางแผนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ตั้งแต่ต้นปี เฉลี่ยไปในแต่ละเดือน ซึ่งในบทความนี้ Wealthy Thai จะมาแนะนำทางเลือกลงทุนที่สามารถทำได้ทั้งปีและช่วยลดหย่อนภาษีให้ทุกท่านได้รู้จักกัน
โดยการลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษีมีอยู่หลายแบบ แต่สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1.เงินประกัน
-
ประกันสังคม: สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
-
ประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์: สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท แต่ประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้จะ ต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย และต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งถ้ามีการเวนคืนกรมธรรม์ก่อนครบ 10 ปี จะถือว่าผิดเงื่อนไขและไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้
-
ประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
-
ประกันสุขภาพของบิดา - มารดา: สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท แต่บิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

2.สินทรัพย์ที่ลดหย่อนภาษีได้
-
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
-
กองทุน Thai ESG: ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
-
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน: สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของรายได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
-
กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.): สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
-
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
-
เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม): ผู้ที่ลงทุนในหุ้นหรือธุรกิจ Social Enterprise ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป สามารถนำเงินลงทุนไปเป็นลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ทั้งนี้ สิทธิการลดหย่อนภาษี SSF และ RMF นั้น เมื่อรวมกับการออมเพื่อการเกษียณอื่น ๆ จะลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท

3.เงินบริจาค
-
เงินบริจาคทั่วไป: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนภาษี
-
เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ: สามารถนำมาลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนภาษี
-
เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง: นำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

ทั้งหมดนี้คือ ทางเลือกการลงทุนประเภทหลักที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งการลงทุนบางอย่างเช่น กองทุน SSF, RMF และ Thai ESG นั้น ไม่ได้เพียงแค่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี แต่ยังให้โอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนได้ด้วย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนต้องวางแผน ศึกษา และพิจารณาว่าทางเลือกไหนเหมาะกับตัวเองและเป้าหมายทางการเงินมากที่สุด
