Official Update :

ทำความรู้จัก “คลินิกแก้หนี้” ตัวช่วยสำคัญของคนภาระล้นตัว

หนึ่งในปัญหาหนักอกหนักใจของคนวัยทำงาน คงหนีไม่พ้นเรื่องของหนี้สิน ที่บางครั้งก็มาเพราะความจำเป็น แต่หลาย ๆ ครั้งก็มาเพราะความต้องการส่วนตัว โดยปัญหาการเป็นหนี้สินคงไม่ใช่เรื่องใหญ่หากรู้จักการบริหารจัดการที่ดี และมีหนี้เท่าที่จำเป็น เพียงแต่บ่อยครั้งที่มักจะเห็นผู้ที่ประสบกับปัญหาการเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจนไม่สามารถบริหารจัดการได้ และนำมาซึ่งการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี แต่จะดีกว่าไหมหากในช่วงเวลาที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาหนี้สินที่มีมูลค่าสูงเกินกว่าจะชำระคืนได้ด้วยตนเอง ยังมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือในการจัดการปัญหาเหล่านี้ก่อนจะสายเกินแก้


โดยในบทความนี้ Wealthy Thai จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโครงการ “คลินิกแก้หนี้” ที่จะช่วยแก้ปัญหาหนักอกให้กับผู้ที่มีภาระล้นตัว


คลินิกแก้หนี้คืออะไร?

โครงการคลินิกแก้หนี้ เกิดขึ้นจากความคิดริเริ่มของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน และ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อให้มีโอกาสแก้ปัญหาหนี้ ควบคู่กับการส่งเสริมเรียนรู้การวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินที่ดีให้แก่ลูกหนี้และประชาชนที่สนใจ เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว


คลินิกแก้หนี้ทำงานอย่างไร?

หากลูกหนี้ที่มีหนี้บัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีเจ้าหนี้หลายรายและต้องการปลดภาระหนี้สินทั้งสิ้น โครงการฯ จะช่วยหาแนวทางการชำระหนี้ตามความสามารถที่แท้จริงของลูกหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ได้ข้อยุติในคราวเดียว โดยจะมีโอกาสและความสะดวกมากขึ้น เพียงมาเจรจาที่คลินิกแก้หนี้ที่เดียว ก็เสมือนได้ติดต่อกับเจ้าหนี้ทุกรายแทนลูกหนี้ (One Stop Service) ซึ่งต่างจากที่ผ่านมา กรณีที่ลูกหนี้มีเจ้าหนี้หลายรายและตั้งใจจะปลดภาระหนี้สินทั้งหมด ลูกหนี้จะต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้ทีละราย ๆ จนครบทุกราย ซึ่งยากที่จะประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหนี้แต่ละรายมีหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่แตกต่างกัน


อัตราดอกเบี้ยของโครงการคลินิกแก้หนี้

อัตราดอกเบี้ยของโครงการคลินิกแก้หนี้ มี 3 ทางเลือกให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้ตามความสามารถ ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ 3-5% ดังนี้

1.ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี

2.ผ่อนชำระนานกว่า 4 ปี ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี

3.ผ่อนชำระนานกว่า 7 ปี ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี


ข้อดีของการเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้

1.ไม่ถูกทวงถามจากเจ้าหนี้หลายราย 

2.แก้ไขหนี้หลายรายได้ครบ จบในที่เดียว

3.ทำสัญญาแก้หนี้เพียงฉบับเดียว 

4.ผ่อนสบาย ๆ ตามตารางชำระหนี้

5.ผ่อนได้นานสูงสุดถึง 10 ปี


คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

1.เป็นบุคคลธรรมดา ที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 70 ปี

2.เป็นหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มี หลักประกันของสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ

3.เป็นหนี้เสีย (NPL) ค้างชำระมากกว่า 120 วัน (ตามรายงานเครดิตบูโร ณ เดือนปัจจุบันต้องมีสถานะค้างชำระตั้งแต่ 121-150 วันขึ้นไป)

4.หนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท

5.ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย


สำหรับข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ คือ กรณีลูกหนี้เป็นผู้ตกงานไม่มีรายได้จะไม่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากไม่ตรงตามเงื่อนไขหรือคุณสมบัติในการผ่อนชำระหนี้ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ส่วนกรณีลูกหนี้ที่ถูกฟ้องร้องและพิพากษาแล้ว หากเป็นหนี้เสียตรงตามคุณสมบัติ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้


อย่างไรก็ดี แม้คลินิกแก้หนี้จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ แต่การวางแผนทางการเงินตั้งแต่เนิ่น ๆ และรู้จักเก็บออมก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำมากที่สุด เพื่อให้สุขภาพทางการเงินยังคงดีอยู่เสมอ อีกทั้งยังทำให้คุณภาพชีวิตเป็นไปอย่างราบรื่นอีกด้วย ดังนั้น การบริหารจัดการทางด้านการเงินจึงยังเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้น ๆ ที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ



Most Viewed
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 17 ชั่วโมง
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 6 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us