Official Update :

เปิดจักรวาล “ตราสารหนี้” เจาะลึกการลงทุนตามประเภทผู้ออก

หนึ่งในเครื่องมือการลงทุนที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยได้ยินชื่อ คือ “ตราสารหนี้” ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างจากหุ้น ตราสารหนี้จึงมักถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างสมดุลในพอร์ต


อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกลงไปแล้ว ตราสารหนี้ไม่ได้มีเพียงประเภทเดียว แต่สามารถแบ่งได้ตามผู้ออกตราสาร ซึ่งสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือ ความมั่นคง และระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน โดยแบ่งออกเป็น


1.ตราสารหนี้ที่ออกโดย รัฐบาล

ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลได้รับการยอมรับว่ามีความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากมีรัฐบาลเป็นผู้รับรอง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกเพื่อระดมทุนไปใช้ในการพัฒนาประเทศ นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะมีความสามารถในการชำระหนี้ทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น


2.ตราสารหนี้ที่ออกโดย องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

รองลงมาจากรัฐบาล คือ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และ พันธบัตรที่องค์กรภาครัฐเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งแม้จะไม่ได้มีรัฐบาลเป็นผู้ออกโดยตรง แต่ก็ถือว่ามีความน่าเชื่อถือสูง เนื่องจากองค์กรเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องกับภาครัฐ เช่น ธนาคารของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่


3.ตราสารหนี้ที่ออกโดย ภาคเอกชน

อีกหนึ่งจักรวาลของตราสารหนี้ที่มักได้รับความสนใจจากนักลงทุน คือ หุ้นกู้เอกชน ซึ่งบริษัทเอกชนเป็นผู้ออกเพื่อนำเงินไปหมุนเวียนหรือขยายธุรกิจ โดยความน่าสนใจของหุ้นกู้เอกชน คือ มักให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงกว่า ขึ้นอยู่กับศักยภาพและเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้รายนั้น ๆ


ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ไม่ได้มีเพียงความมั่นคง แต่ยังมีมิติของผลตอบแทนและความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องประเมิน โดยผู้ที่ชื่นชอบความมั่นคงสูงสุดอาจเลือกถือพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากได้รับการรับประกันทั้งดอกเบี้ยและเงินต้นจากรัฐบาลอย่างมั่นใจ ขณะที่นักลงทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น อาจเลือกตราสารหนี้ที่ออกโดยเอกชน แม้จะมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าได้


ดังนั้น การเข้าใจประเภทผู้ออกตราสารหนี้ไม่ใช่เพียงความรู้พื้นฐาน แต่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างพอร์ตลงทุนที่สมดุล ระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงอย่างชาญฉลาด ช่วยให้นักลงทุนเลือกสินทรัพย์ได้เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเอง