Official Update :

“ไม่ลงทุน”...ก็ใช่ว่าจะ “ไม่เสี่ยง” !!!

Wealth EZ: ท่านผู้อ่านอาจจะคุ้นเคยกับประโยคที่ว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” กันมาบ้างแล้ว  แต่ทราบหรือไม่ว่าถ้าเราเลือกที่จะไม่ลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ เลยเพราะกลัวจะขาดทุน เราก็จะเจอกับความเสี่ยงอีกประเภทหนึ่งเช่นเดียวกัน เรามาลองทำความเข้าใจกับความเสี่ยงจากการ “ไม่ลงทุน” กันดูนะคะว่ามีอะไรบ้าง


1.ความเสี่ยงที่เกิดจาก “อัตราเงินเฟ้อ” คือ มูลค่าเงินที่ลดลงอันเป็นผลมาจากอัตราเงินเฟ้อ ถ้าท่านผู้อ่านเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้ไว้ในบัญชีออมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ แล้วคิดว่าเงินเหล่านั้นจะเติบโตงอกเงยขึ้นทุกๆ ปีจากดอกเบี้ยที่ธนาคารจ่ายให้เป็นประจำ ท่านกำลังเข้าใจผิด!


เงินของท่านอาจกำลังมีมูลค่าลดลงเพราะถูกเจ้าอัตราเงินเฟ้อกัดกินอยู่นะคะ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป* ของประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ระหว่าง 2-5% ต่อปี ในขณะที่ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์และประจำ ที่ธนาคารพาณิชย์จ่ายให้เราอยู่ที่ประมาณ 0.5-3% ต่อปี เท่านั้น ดังนั้นการเก็บออมเงินไว้กับธนาคารจึงจะทำให้มูลค่าเงินของเราลดลงเรื่อยๆ”


2.ความเสี่ยงจากการมีเงินไม่เพียงพอสำหรับรองรับการเกษียณ เพราะวัยเกษียณเป็นวัยที่รายได้หยุดลง แต่รายจ่ายยังคงมีต่อไปเรื่อยๆ เราจึงต้องเตรียมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณให้เพียงพอ บางคนอาจจะบอกว่าเมื่อไม่มีเงินก็ไม่ต้องเกษียณสิ ทำงานกันต่อไปเรื่อยๆ ข้อนี้นับว่าถูกต้องในระดับหนึ่ง แต่ความเป็นจริงคือเราไม่สามารถทำงานไปได้ตลอดทั้งชีวิต ดังนั้นการลงทุนจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยเตรียมเงินให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายเมื่อยามเกษียณ



อ่านมาถึงตรงนี้ หลายท่านคงเริ่มคิดแล้วว่า “ถ้าฉันจะเริ่มลงทุนต้องทำอย่างไรบ้าง? เราลองมาดู 6 ขั้นตอนสู่การลงทุนแบบ Step by Step** กันค่ะ


Step 1: รู้จักตนเอง คือ ต้องรู้เป้าหมายการลงทุนของตนเองอย่างชัดเจนว่าต้องการลงทุนเพื่ออะไร? ต้องการใช้เงินประมาณเท่าไหร่? และต้องการบรรลุเป้าหมายเมื่อใด?  เป้าหมายที่ชัดเจนจะเป็นกรอบสำคัญให้เราเลือกสินทรัพย์ลงทุนได้อย่างเหมาะสม จากนั้นค่อยพิจารณาว่า “คุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยเพียงใด? รวมทั้งคำนึงถึง “ข้อจำกัดและเงื่อนไข” ต่างๆ ของคุณเอง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงทางเลือกการลงทุนและสัดส่วนการลงทุนแบบใดที่จะเหมาะสมกับคุณมากที่สุด


Step 2: รู้จักทางเลือกการลงทุน คือการศึกษาหาข้อมูลของสินทรัพย์เพื่อการลงทุนต่างๆ ทำความเข้าใจถึงคุณสมบัติเฉพาะตัว ความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวัง ตลอดจนข้อดีและข้อเสียของสินทรัพย์แต่ละประเภท


Step 3: การศึกษาและวิเคราะห์ “ปัจจัยพื้นฐานและเทคนิค” คุณควรเข้าใจเรื่อง “ปัจจัยพื้นฐาน” ที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ที่จะลงทุน การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอาจเริ่มจากการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจลงมาสู่อุตสาหกรรม และท้ายสุดจะสามารถเลือกสินทรัพย์ที่ควรลงทุนได้


“หลังจากค้นพบสินทรัพย์ที่สนใจแล้ว ปัจจัยเทคนิค จะมีความสำคัญในการที่จะเข้ามาเป็นตัวช่วยในการกำหนด จุดซื้อ-จุดขาย ของสินทรัพย์ที่เราต้องการลงทุน”


Step 4: สร้าง “พอร์ตลงทุน” ที่เหมาะสมและจัดทำ “นโยบายการลงทุนส่วนตัว” พอร์ตลงทุนที่ดีต้องมีการกระจายความเสี่ยงอย่างสมดุล มีความยืดหยุ่น มีสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของตนเอง โดยต้องไม่ลงทุนหลากหลายหรือกระจัดกระจายเกินไป


Step 5: ลงมือทำตามแผน โดยการติดต่อขอเปิดบัญชีกับบริษัทที่เป็นตัวแทนในการซื้อขายสินทรัพย์ที่เราต้องการลงทุน เช่น บริษัทหลักทรัพย์, บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เป็นต้น


Step 6: “ติดตาม” และ “ทบทวน” แผนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ หมั่นตรวจสอบสถานะการลงทุนเป็นประจำ อาจจะทบทวนทุกๆ 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามเป้าหมายจะได้ปรับพอร์ตการลงทุนได้ทันท่วงที


การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ “การลงทุนโดยไม่มีความรู้” ดังนั้นการหมั่นศึกษาหาความรู้และข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอและรอบด้านจึงเป็นวิธีการ “ลดความเสี่ยง” ที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่ง


อ้างอิงข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย

** www.set.or.th/education


ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpage และ www.tfpa.or.th

ศุมาลิน  อินนุพัฒน์  นักวางแผนการเงิน CFP®  

Most Viewed
Where to put your money
“การบริหารเงินสด”...หัวใจสำคัญของการบริหารธุรกิจ “อย่างยั่งยืน” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ES-GTECHSSF” คัดเน้นๆ “หุ้นเทคฯ โลก”... พร้อมโตตาม “โลกยุคดิจิทัล” สร้าง “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว!!!
เมื่อ 9 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
“วางแผนมรดก” อย่างไร...ให้คนข้างหลัง “ไม่ต้องทะเลาะกัน” !!!
เมื่อ อีก 21 ชั่วโมง
Sustainability
แสดงความคิดเห็นได้จนถึงวันที่ 6 ก.ย. 69...ที่เว็บไซต์ “ก.ล.ต.” !!!
เมื่อ 2 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“Gold Fund” ปีนี้ ทรงตัวตาม “ทองโลก” ติดลบเฉลี่ย -0.72%... ส่วน “Silver Fund” บวกเล็กน้อยเฉลี่ย +2.03% เป้า “ทองคำ” ปีนี้ 4,600 – 6,300 ดอลล์ ส่วน “Silver” 70 – 85 ดอลล์ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us