รู้จัก “Tokenized Bonds” อีกทางเลือกของตราสารหนี้ยุคใหม่
เมื่อโลกการเงินก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล แม้แต่ตราสารหนี้ ก็เริ่มเปลี่ยนรูปแบบ จากสินทรัพย์ที่ซื้อขายผ่านระบบการเงินแบบดั้งเดิม สู่การถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบ Digital Token หรือที่เรียกว่า Tokenized Bonds
Tokenized Bonds คืออะไร?
Tokenized Bonds คือ ตราสารหนี้ที่ถูกนำมาแปลงให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลบนระบบ Blockchain
พูดง่ายๆ คือ เดิมทีสิทธิในการถือครองตราสารหนี้จะถูกบันทึกและจัดการผ่านระบบการเงินแบบดั้งเดิม แต่ Tokenized Bonds ใช้เทคโนโลยี Blockchain มาช่วยบันทึกข้อมูลและสิทธิในการถือครองแทน
ดังนั้น แม้จะอยู่ในรูปแบบดิจิทัล แต่พื้นฐานยังคงเป็น ตราสารหนี้เช่นเดิม นั่นคือผู้ลงทุนให้เงินแก่ผู้ออกตราสาร และมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นตามเงื่อนไขที่กำหนด
จุดเด่นที่น่าสนใจ
1.ซื้อขายและโอนสิทธิได้ในรูปแบบดิจิทัล
การใช้ Token ช่วยให้กระบวนการออก, ถือครอง, และโอนตราสารหนี้สามารถทำผ่านระบบดิจิทัลได้มากขึ้น ลดขั้นตอนที่เคยต้องพึ่งพาตัวกลางและเอกสารจำนวนมาก
2.ใช้ Blockchain ช่วยบันทึกและติดตามธุรกรรม
Blockchain เปรียบเสมือนสมุดบันทึกธุรกรรมดิจิทัล ที่ช่วยบันทึกข้อมูลการซื้อขายและการโอน Token (หน่วยดิจิทัลที่ใช้แทนสิทธิหรือมูลค่าของบางสิ่ง) ทำให้สามารถตรวจสอบประวัติการทำธุรกรรมและการเปลี่ยนแปลงของผู้ถือ Token ได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม Blockchain เป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบ การที่ Token จะมีสิทธิในตราสารหนี้จริงหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางกฎหมาย, ผู้ออกตราสาร และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องด้วย
3.อาจเปิดโอกาสให้เข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น
การ Tokenize สินทรัพย์อาจช่วย แบ่งสินทรัพย์ออกเป็นหน่วยย่อยๆ ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงการลงทุนบางประเภทด้วยเงินจำนวนที่น้อยลง และอาจช่วยเปิดโอกาสให้คนกลุ่มกว้างขึ้นเข้าถึงสินทรัพย์ที่เดิมอาจต้องใช้เงินลงทุนสูง
4.ลดเวลาและต้นทุนบางส่วน
เมื่อกระบวนการต่างๆ ถูกทำให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการออกตราสาร,การชำระราคา และการโอนสิทธิ ก็อาจช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนในการดำเนินงานได้
สรุป
สิ่งสำคัญคือ Tokenized Bond ไม่ได้หมายความว่าเป็นตราสารหนี้ประเภทใหม่โดยสิ้นเชิง
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ “วิธีการบันทึกและจัดการสิทธิ”
ตราสารหนี้แบบดั้งเดิมใช้ระบบทะเบียนและโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินแบบเดิม ขณะที่ Tokenized Bond นำเทคโนโลยี Blockchain และ Token มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง
ตัวตราสารยังคงมีพื้นฐานเป็น “หนี้” เหมือนเดิม แต่เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนวิธีการออก, ถือครอง, โอน และจัดการตราสารให้เป็นดิจิทัลมากขึ้น
ดังนั้น นักลงทุนยังต้องพิจารณาปัจจัยพื้นฐานเหมือนการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป เช่น ความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร, อัตราดอกเบี้ย, อายุของตราสาร, ความเสี่ยงด้านเครดิต และสภาพคล่อง

