Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก ในรอบกว่า 3 ปี สู้เงินเฟ้อ! แถมส่งสัญญาณขึ้นต่ออีกครั้ง นักลงทุนต้องรับมืออย่างไร?

📌 Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed มีมติขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่กรอบ 3.75–4.00% ในการประชุมวันที่ 16 กันยายน 2026 ถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 และเป็นการตัดสินใจแบบเอกฉันท์ 12–0 เสียง


นอกจากนี้ Fed ยังส่งสัญญาณว่าอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงและลดลงช้ากว่าที่คาด โดย Fed ตั้งเป้าให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% แต่ประเมินว่าเงินเฟ้อ PCE ในปี 2026 จะอยู่ที่ 3.7% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 3.6% และอาจกลับเข้าสู่ระดับเป้าหมายได้ในปี 2029 ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง โดยการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังอยู่ในระดับดี และการลงทุนภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการลงทุนด้าน AI ยังคงขยายตัว ขณะที่ตลาดแรงงานยังไม่ได้ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Fed ยังมีพื้นที่ใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อโดยไม่ต้องเร่งลดดอกเบี้ย



📌
ตลาดตอบรับอย่างไร?

การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้ตลาดมากนัก เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยตลาดฟิวเจอร์สให้น้ำหนักมากกว่า 90% ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ก่อนการประชุม และหลังการประกาศ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวค่อนข้างน้อย ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และดอลลาร์สะท้อนความกังวลว่า Fed อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ โดย Reuters รายงานว่าตลาดยังจับตาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งภายในปีนี้อย่างใกล้ชิด ดังนั้น ประเด็นสำคัญสำหรับตลาดในตอนนี้อยู่ที่ว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยต่ออีกกี่ครั้ง และดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานแค่ไหน



📌
โบรกเกอร์มองอย่างไร?

Morgan Stanley ปรับมุมมองให้เข้มงวดขึ้น โดยจากเดิมที่คาดว่า Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 เปลี่ยนเป็นคาดว่าจะขึ้นอีก 2 ครั้ง ได้แก่ การขึ้นในเดือนกันยายนและอีกครั้งในเดือนธันวาคม โดยมีเงินเฟ้อที่ลดลงช้ากว่าคาดเป็นปัจจัยสำคัญ


ด้าน JPMorgan มองว่าการประชุมครั้งนี้อาจทำให้ตลาดต้องปรับความคาดหวังต่อทิศทางดอกเบี้ยใหม่ ขณะที่ Citi เตือนว่าตลาดหุ้นทั่วโลกอาจเผชิญความผันผวนในระยะสั้นจากการกลับเข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโต ตลาดก็ยังมีโอกาสฟื้นตัวในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า


ส่วน SMBC Americas มีมุมมองที่เข้มงวดกว่าหลายสำนัก โดยประเมินว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 4 ครั้ง หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง และการลงทุนด้าน AI ทำให้เงินเฟ้อลดลงช้ากว่าคาด



📌
แล้วนักลงทุนควรรับมืออย่างไร?

ภาวะดอกเบี้ยสูงมักกดดันหุ้นเติบโตและหุ้นที่มีมูลค่าสูงมากกว่าหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีหนี้ไม่สูง, มีอำนาจในการปรับราคาสินค้า, และสามารถสร้างกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ ด้านตราสารหนี้อาจเผชิญความผันผวนหาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นอาจกดดันเงินทุนไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงค่าเงินบาทและหุ้นไทยบางกลุ่ม


โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนว่า Fed ยังคงให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อมากกว่าการเร่งผ่อนคลายนโยบาย นักลงทุนจึงควรเตรียมรับมือกับภาวะ “ดอกเบี้ยสูงนานกว่าคาด” และให้ความสำคัญกับสินทรัพย์หรือบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มากกว่าการไล่ตามผลตอบแทนในระยะสั้น

Most Viewed
Banking
ทีทีบี เปิดตัว “My Wealth” ยกระดับสู่ Digital Wealth Advisory พร้อมจับมือ Webull เปิดโอกาสลงทุนหุ้นและ ETF สหรัฐฯ ผ่านแอป ttb touch
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น NCL
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
โบรกเกอร์เชียร์ “ซื้อ” TEGH เคาะเป้าราคาสูง 4.40 บ. ออเดอร์ยางทะลัก! อินเดียเร่งนำเข้า ผลิตภัณฑ์ EUDR หนุนมาร์จิ้น–ยอดขายพุ่งต่อเนื่อง
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
SENA ดัน “FLEXI Mega Space Bangna” รับ ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เจาะลูกค้าต่างชาติ ตอบโจทย์ทั้งอยู่อาศัยเองและปล่อยเช่า
เมื่อ 12 ชั่วโมงที่แล้ว
Fund Move
ALLY ประกาศราคาเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนสูงสุดไม่เกิน 5.00 บาท เตรียมรุกลงทุน 3 ทรัพย์สินใหม่ เสริมแกร่งเบอร์ 1 Lifestyle Community Mall ของไทย
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us