จับตา AAV ปิดรูด 14.58% ผวา AirAsia วิกฤตการเงิน หนี้ค้าง 7-8 พันลบ. เสี่ยงกลายเป็นหนี้เสีย แถมเสี่ยงสูงสุดหากตะวันออกกลางกลับมาปะทุ
วันนี้ (17 ก.ย. 69) ราคาหุ้นของ AAV หรือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลงต่อเนื่อง ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 0.82 บาท ลดลง 0.14 บาท หรือ -14.58% จากวันก่อนหน้า หลัง AirAsia มาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทางอ้อมใน AAV เผชิญความเสี่ยงทางการเงินรุนแรง เผชิญความเสี่ยงทางการเงินรุนแรง
โดยนักวิเคราะห์จากบล.กรุงศรี ระบุว่า รัฐบาลมาเลเซียเริ่มวางแผนรับมือปัญหาการเงินแอร์เอเชีย (AirAsia) โดยสอบถาม Malaysia Airlines และ Batik Air ว่า สามารถรองรับเส้นทางและผู้โดยสารภายในประเทศของแอร์ เอเชียได้หรือไม่ หากสถานการณ์จำเป็นจากที่ AirAsia รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/69 มีผลขาดทุนสุทธิ 831 ล้านริงกิต มีหนี้สินหมุนเวียนกว่า 1.84 หมื่นล้านริงกิต
อีกทั้งยังค้างชำระค่าบริการสนามบินกับ MAHB อย่างน้อย 500 ล้านริงกิต และปัจจุบันยังถูกกดดันจากราคาน้ำมัน Jet ที่พุ่งขึ้นอีกด้วย โดยปัจจุบัน AirAsia กำลังเร่งระดมทุนสูงสุด 1 พันล้านดอลลาร์ จากตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศ และวงเงินสินเชื่อในประเทศอีก 700 ล้านริงกิต เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่ทางด้าน AirAsia ยืนยันเป้าหมายระดมทุนที่วางไว้เพียงพอต่อความต้องการและบริษัทยังคงดำเนินงานตามปกติ
ขณะเดียวกันฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมอง Negative ต่อ AAV แม้สถานการณ์ของ AirAsia จะไม่กระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของ Thai AirAsia (AAV ถือหุ้น 100%) แต่มีผลทางอ้อมจากการสูญเสียความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน เช่น Network เส้นทางบินของกลุ่มอำนาจต่อรองในการสั่งซื้อเครื่องบิน และความร่วมมืออื่นๆ ภายในกลุ่ม
รวมถึงในงบไตรมาส 2/69 AAV มีลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องกว่า 1.4 หมื่นลบ. (หนี้ค้างชำระ 7-8 พันลบ. หรือ0.59 บาท/หุ้น) ทำให้มีความเสี่ยงอาจกลายเป็นหนี้เสียหาก AirAsia ล้มอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการและราคาเป้าหมายมี Downside
นอกจากนี้ AAV ยังมีความเสี่ยงสูงสุดในกลุ่มจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรง ดังนั้นแม้ขณะนี้ราคาหุ้น AAV จะต่ำกว่าราคาเป้าหมายที่ 1.19 บาทแล้ว แต่ยังไม่แนะนำเข้าลงทุน และติดตาม 2 ประเด็นความเสี่ยงข้างต้นอย่างใกล้ชิดต่อไป
