แนะ “กระจายลงทุน”...กลยุทธ์สำคัญฝ่าภาวะ “ตลาดที่ยังไม่แน่นอน” !!!

Where2put Ur Money: เราเดินทางมาถึงช่วงครึ่งปี 2566 ทิศทางตลาดเคลื่อนไหวตามตัวแปรสำคัญที่ถูกจับตามอง ทั้งเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐฯ แนวโน้มการเข้าสู่ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงเศรษฐกิจจีนที่เติบได้ช้า ดังนั้นไตรมาสที่ 3 เมื่อมองตลาดทั้งโลก ประเทศไหนบ้างที่ยังน่าสนใจในมุมมองของ DAOL SEC


เริ่มกันที่ “ตลาดสหรัฐฯ” มองว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายเข้าใกล้จุดสูงสุดที่ ระดับ 5.25-5.50% ในไตรมาสที่ 3 แต่ภาคธนาคารได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยสูง รวมถึงเงินเฟ้อในภาคการบริโภคยังเป็นปัจจัยกดดันอยู่ ส่วนการลงทุนใน “ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา” DAOL SEC ให้น้ำหนักการลงทุน “น้อยกว่าตลาด” (Underweighted) แม้สภาสหรัฐฯ จะผ่านเรื่องการขยายเพดานหนี้ไปแล้ว แต่นโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงไปจนถึงปลายปีเพื่อจัดการเงินเฟ้อให้เข้าใกล้ระดับเป้าหมาย จึงทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มเริ่มชะลอตัว สะท้อนจากภาคการผลิตและตัวเลขผู้เริ่มขอรับสวัสดิการรายสัปดาห์เริ่มปรับตัวสูงขึ้น


ยุโรป” จะเห็นว่า ตัวเลข GDP ฟื้นตัวต่อเนื่องมาสู่ระดับก่อน COVID-19 หลังจากจีนเปิดประเทศ ทำให้มีโอกาสที่กำไรและ GDP ปี 2023 มีแนวโน้มที่จะถูกปรับประมาณการสูงขึ้น DAOL SEC จึงให้น้ำหนัก "มากกว่าตลาด" (Overweighted) ในกลุ่มประเทศยุโรป อย่างฝรั่งเศสและเยอรมัน ที่เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวจีนและเอเชียที่มีกำลังซื้อสูงสะท้อนผ่านจำนวนผู้มีสินทรัพย์มั่งคั่งระดับสูงในสัดส่วนราว 20% ทั่วโลก โดยกลุ่มอุตสาหกรรมในกลุ่ม Consumer discretionary ซึ่งยังมี Valuation ที่น่าสนใจ  


เช่นเดียวกับ “ญี่ปุ่น” มีมุมมองเป็นบวกกับ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้เป็นภาคการบริการและหุ้นกลุ่มขนาดกลาง-เล็ก เนื่องจากตัวเลขนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่ฟื้นตัวจนถึงเดือนตุลาคม – ธันวาคม นั้น ยังไม่ได้รวมผลจากการเปิดเมืองของจีน ซึ่งสมมติฐานของกำไรตลาดหุ้นญี่ปุ่น หากพิจารณาด้าน Service PMI พบว่าอยู่ในระดับที่เหนือระดับ 50 จุด ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อกัน คาดว่าการบริโภคจะเพิ่มขึ้นผ่านนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงตัวเลขค้าปลีกและการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเริ่มทยอยปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี รวมถึงทิศทางนโยบายทางการเงินยังอยู่ในระดับผ่อนคลายหลังจากการประชุมนโยบายการเงินในช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา แม้ระดับเงินเฟ้อปัจจุบันยังอยู่เหนือระดับเป้าหมายที่ 2%


ส่วน “ประเทศจีน” DAOL SEC มีมุมมองเป็นบวกลดลงจากช่วงก่อนหน้านี้ จาก Overweight เป็น “Slightly Overweight เนื่องจาก ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆ ยังฟื้นตัวในระดับที่ช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นยังคงผันผวนในทิศทางขาลง และยังคงเปิด Downside ค่อนข้างมาก จึงควร “รอจังหวะสะสมหุ้นจีน” อีกครั้ง เมื่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนเริ่มมีสัญญาณเชิงบวกอย่างชัดเจน รวมถึงแนวโน้มการปรับขึ้นกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ปัจจุบันยังทรงตัวอยู่ในกรอบ จึงต้องจับตาดูนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนเพิ่มเติม




มากันที่ “เกาหลีใต้” มีมุมมอง "เป็นกลางถึงบวก" กับการลงทุนในตลาดเกาหลีใต้ หลังจากยอดการส่งออก DRAM (หน่วยความจำชั่วคราวในระบบคอมพิวเตอร์) ของเกาหลีใต้เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในเดือน ม.ค. โดยยอดการส่งออกของ DRAM ในเดือน พ.ค. นั้นขยายตัว 3% เมื่อเทียบจากเดือนก่อนหน้าที่ โดยบริษัทอย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นผู้ผลิตหลักของสินค้าดังกล่าว คาดว่าอุปสงค์ของ DRAM ที่เริ่มฟื้นตัวจะเป็นปัจจัยหนุนให้นักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรขึ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และส่งผลให้คาดการณ์กำไรของตลาดหุ้นเกาหลีใต้มีโอกาสถูกปรับขึ้นเช่นเดียวกัน


“นอกจากนี้อัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้ในเดือน พ.ค. ขยายตัวที่ 3.3% YoY ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ -3.7% YoY เป็นการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงและเริ่มเข้าใกล้กรอบเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 2% จึงคาดว่ามีโอกาสค่อนข้างน้อยที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้จะกลับมาพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้”


อีกตลาดที่น่าสนใจคือ “อินเดีย” DAOL SEC มีมุมมอง "เชิงเป็นกลางค่อนบวก" เนื่องจาก 1) การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดียในไตรมาสที่ 1 (ตามปีปฏิทินปกติ) พลิกกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง จากภาคการลงทุน 2) ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากปัญหาการฉ้อโกงของ Adani Group ไม่รุกลามบานปลาย ทำให้มีการปรับประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนขึ้นอีกครั้ง และ 3) อัตราเงินเฟ้อของอินเดียที่เข้าสู่กรอบเป้าหมายระยะยาวที่ 2% - 6% ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้กับเงินเฟ้อมีความจำเป็นลดลง


ด้าน “เวียดนาม” เรามีมุมมอง "เป็นกลางถึงบวก" กับการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม จาก 3 ประเด็นหลักคือ 1) อุปสงค์ภายในประเทศมีโอกาสฟื้นตัวหลังจากนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2) ธนาคารกลางเวียดนามเริ่มส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยเมื่อ 15 มี.ค. ธนาคารกลางเวียดนามได้ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายการเงินลงราว 100 bps พร้อมทั้งปรับลด Refinance rate อีก 50 bps ในช่วงเดือนพ.ค. ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะยาวของธนาคารพาณิชย์เวียดนามส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 8% ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมีความน่าสนใจมากขึ้น 3) ปัญหาสภาพคล่องของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เริ่มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากทางการเวียดนามได้เริ่มร่างแผนผ่อนปรนมาตรการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง


“อย่างไรก็ตาม นอกจากการลงทุนในหุ้น  DAOL SEC มองว่า อีกสินทรัพย์ที่น่าสนใจคือ การลงทุนใน ตราสารหนี้ประเภท Fixed income’ หลังทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ สร้างผลกระทบต่อระบบการเงิน หรืออีกนัยหนึ่งสะท้อนว่านโยบายดอกเบี้ยตึงตัวนั้นเริ่มเห็นผลแล้วในปีนี้ ดังนั้นการที่ Credit spread และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลนั้นจะกลับขึ้นไปซื้อขายในระดับเดียวกับปี 2022 นั้น มีโอกาสค่อนข้างยาก อีกทั้งตัวเลขเศรษฐกิจในปัจจุบันเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในบางกลุ่ม ทำให้สินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ในการกระจายความเสี่ยงที่น่าสนใจช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้” 


กลยุทธ์ “กระจายลงทุน” ในตลาดที่มีปัจจัยสนับสนุนการโตชัดเจนยังเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังไม่แน่นอนอยู่เป็นระยะ

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงิน ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOL (THAILAND) และอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์การเงิน ที่ชอบถ่ายทอด แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ให้กับคนไทยและตลาดทุน ได้มีความเข้าใจในการการวางแผนทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของคนทุกเพศทุกวัย

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us