ไตรมาส4 ยังมีมุมมองเป็นบวก... “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว-เวียดนาม” & “ตราสารหนี้” !!!

Where2put Ur Money: การส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในปี2023 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ DAOL มองว่าเรื่องที่นักลงทุนกังวล และทำเกิดแรงเทขายออกมา คือ ความไม่ชัดเจนว่าปลายทางของการลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะเกิดขึ้นเมื่อใดในปี2024 ทำให้เกิดแรงขายออกมาให้เห็นในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร


“ดังนั้นในช่วงไตรมาส4 ปัจจัยที่ต้องจับตาดูนอกเหนือจากเรื่องการเกิด Soft Landing กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูง สิ่งที่ต้องจับตาสำหรับการพิจารณาลงทุนคือ การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนของไตรมาสที่ 3 และ 4  ดังนั้นเข้าในเดือนตุลาคมซึ่งเข้าสู่ไตรมาสที่4 ‘DAOL’ มีมุมมองมองการลงทุนในตลาดหุ้นโลกดังนี้”


“สหรัฐฯ”
: มีมุมมองเป็นกลางถึงบวก...โดยปรับคำแนะนำสู่ระดับ “มากกว่าตลาดเล็กน้อย” 

เนื่องจากนักลงทุนเริ่มปรับมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งไปบางส่วน และจากสถิติพบว่าทุกครั้งที่ดอกเบี้ยคาดการณ์ของนักลงทุนสูงกว่าหรือเท่ากับ Dot plot ตลาดหุ้นมักจะหยุดการปรับฐาน อีกทั้งตัวเลข ISM manufacturing PMI มีสัญญาณเชิงบวก ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวมักจะเกิดขึ้นก่อนกำไรตลาดจะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสถัดมา (เราคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 3Q23 earning report)


“ดังนั้น DAOL จึงปรับคำแนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Large cap quality growth ในลักษณะทยอยสะสม”


“ยุโรป”
: แนะนำลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปด้วยน้ำหนัก “มากกว่าตลาดเล็กน้อย”

ด้วย 2 เหตุผล คือ 1) ตัวเลขเงินเฟ้อของยุโรปที่ส่งสัญญาณการเกิด Disinflation ประกอบกับในปัจจุบันเศรษฐกิจของยุโรปเริ่มเกิดภาวะ Soft landing ในภาคการผลิตของประเทศเยอรมันไปแล้ว 2) ตลาดหุ้นยุโรปซื้อขายในระดับที่ต่ำตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ อย่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ปัจจุบันซื้อขายในระดับที่ใกล้เคียงกับตอนเกิดวิกฤตพลังงานในปี2022 ขณะที่ราคาพลังงานในปัจจุบันปรับตัวลงต่ำกว่าปี 2022 อย่างไรก็ดี ปัญหาเศรษฐกิจในจีนจะกดดันการเติบโตของยุโรปในระยะสั้นจนกว่าตัวเลข PMI จะพลิกฟื้นเหนือ 52 จุด


“ญี่ปุ่น”
: มีมุมมองเป็นบวกกับการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น...โดยเฉพาะ “หุ้นขนาดใหญ่”

เนื่องจากตัวเลขอัตรา “เงินเฟ้อพื้นฐาน” (Core Inflation) ลดลง สอดคล้องกับทิศทางดัชนีราคาสินค้านำเข้า (Import Prices) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ต้นทุนวัตถุดิบในการผลิตของญี่ปุ่น ทำให้ลดแรงกดดันต่อการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ “ธนาคารกลางญี่ปุ่น” (BOJ)


“นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นได้รับอานิสงส์จากการส่งออกที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) และภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงเติบโต โดยรวมปัจจัยดังกล่าวจะเป็นแรงผลัก (momentum) ให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวต่อได้ สอดคล้องกับการรายงานกำไรตลาด”


“จีน”
: มีมุมมองเป็นบวกลดลงจากช่วงก่อนหน้านี้...ปรับน้ำหนักเหลือ “Neutral”

ทาง DAOL” มีมุมมองเป็นบวกลดลงจากช่วงก่อนหน้านี้ และปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นจีน จาก Slightly Overweight เป็น Neutral เมื่อช่วงต้นเดือนก.ย. หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงและปัญหาการผิดนัดชำระหรี้ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงไม่คลี่คลาย



“เกาหลีใต้”
: ในช่วงสั้น...ปรับน้ำหนักเหลือ “Neutral”

ในช่วงสั้น มองว่าอัตราเงินเฟ้อของเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันต่อตลาดหุ้นเกาหลีใต้ เนื่องจาก “ธนาคารกลางเกาหลีใต้” อาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เราจึงปรับน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้สู่ระดับ Neutral


“สำหรับการลงทุนในระยะกลาง และมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นเกาหลีใต้ยังคงมีความน่าสนใจ โดยมีปัจจัยหนุนมาจากการแข่งขันทางด้าน Generative AI ที่ต้องใช้ชิ้นส่วนดังกล่าวเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี”


“อินเดีย”
: การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอินเดียฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยสะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศในไตรมาสที่2 ที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับแรงหนุนมาจากการบริโภคภาคครัวเรือน รวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนและนักวิเคราะห์เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากปัญหาการฉ้อโกงของ Adani Group ไม่รุกลามบานปลาย ส่งผลให้มีการปรับขึ้นประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอินเดียอีกครั้ง และด้วยระดับราคาของตลาดอินเดียอยู่ในระดับที่น่าสนใจ


“เวียดนาม”
: มีมุมมองเป็น “กลางถึงบวก” กับในตลาดหุ้นเวียดนาม

DAOL มีมุมมองเป็นกลางถึงบวกกับในตลาดหุ้นเวียดนาม เพราะมีแรงหนุนจาก การใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย หลังธนาคารกลางเวียดนามปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมี.ค. ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับจากเงินฝากมีความน่าสนใจลดลง หนุนให้นักลงทุนในประเทศเริ่มนำเงินกลับเข้ามาในตลาดสินทรัพย์อีกครั้ง สะท้อนผ่านมูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นเวียดนามจากนักลงทุนภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น


“นอกจากนี้ การกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานในปี2023 ที่นักวิเคราะห์ประเมินว่าใช้เม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานราว 700 ล้านล้านดอง หรือประมาณ 7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากที่สุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา”


“ตราสารหนี้” น่าสนใจ...หลังดอกเบี้ยสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ การลงทุนใน “ตราสารหนี้” ยังมีความน่าสนใจ DAOL มีมุมมองเป็นบวกกับการลงทุนในตราสารหนี้ หลังทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น พบว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้ง 0.25% นั้นจะสร้างผลกระทบให้กับการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความรุนแรงน้อย ประกอบกับในปัจจุบันส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 3 เดือน มีแนวโน้มจะผ่านจุดต่ำสุดและฟื้นตัวขึ้นมาได้  ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าจะเกิดภาวะ Bull steepening หรือความคาดหวังของนักลงทุนว่าจะเกิดการลดดอกเบี้ยในระยะ 12 เดือนข้างหน้า


“และหากพิจารณาความเสี่ยงด้านขาลง (Downside risk) DAOL พบว่าหากดอกเบี้ยใกล้หรือผ่านจุดสูงสุด ตราสารหนี้มักจะฟื้นตัวตามลำดับ”

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนต่างประเทศ

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us