“DIF” แชมป์ปันผล 12 เดือนล่าสุดสูงสุด 11.91%... ส่วน “BTSGIF” ยืนหนึ่ง “ไร้ปันผล” กทม. คืนหนี้ “BTS” ไม่ช่วยอะไร !!!
“กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infra Fund: Infrastructure Fund) เปิดโอกาสให้รัฐและเอกชนที่ทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน นำโครงการที่มีรายได้มาระดมทุนจากผู้ลงทุน เพิ่มทางเลือกและโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน
โดยได้รับการสนับสนุนด้านภาษีจากภาครัฐ “ยกเว้นภาษีเงินปันผล” ให้แก่บุคคลธรรมดาเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันจดทะเบียนกองทุน
จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหา “ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ” ในรูปเงินปันผลในระหว่างที่ลงทุนได้เป็นอย่างดี
และมองโดยเปรียบเทียบ...ก็มีความเสี่ยงที่ “ต่ำกว่า” กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือ ทรัสต์เพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ด้วยเช่นกัน เพราะความมั่นคงด้านกระแสรายได้ที่เหนือกว่านั่นเอง
ปัจจุบันมี “Infra Fund” 8 กอง มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุดเฉลี่ย 7.87% จะมีเพียง “BTSGIF” กองเดียวเท่านั้น ที่ยังจ่ายปันผลไม่ได้
กองทุนไหนปันผลช่วง 1 ปี เป็นยังไงนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย
"Infra Fund" โชว์ปันผล 1 ปีสุดแกร่งเฉลี่ย 7.87%...ส่วน "BTSGIF" ยัง “ไร้ปันผล”
สำหรับ “กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน” (Infra Fund: Infrastructure Fund) ที่มีมากสุดในอุตาสหกรรมเป็นกลุ่มโรงงานไฟฟ้าที่มี 4 กอง คิดเป็น 50% เลยทีเดียว รองลงมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 2 กอง และทางด่วน/ระบบขนสง่ทางราง อีก 2 กอง โดยกองทุนที่มีปันผล 12 เดือนล่าสุดสูงสุด เรียงตามลำดับดังนี้
1.“DIF” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 91% ที่เน้นลงทุนเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิในการรับประโยชน์จากรายได้สุทธิที่เกิดจากกลุ่มทรัพย์สิน (portfolio) ประเภทเสาโทรคมนาคม
2.“BRRGIF” ของบลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 51% ที่เน้นลงทุนสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าชีวมวล (กากอ้อย) ของ ‘บจ.บุรีรัมย์พลังงาน’ และ ‘บจ.บุรีรัมย์เพาเวอร์’ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ‘บมจ.น้ำตาลบุรีรัมย์’ (BRR)
3.“KBSPIF” ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 34% ที่เน้นลงทุนในนผลประโยชน์คิดเป็นอัตรา 62% ของรายได้ค่าไฟฟ้าตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากการประกอบกิจการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขนาดเล็ก (SPP) ประเภทพลังงานความร้อนร่วมซึ่งใช้กากอ้อยเป็นเชื้อเพลิงหลัก ของ ‘บจ.ผลิตไฟฟ้าครบุรี’ (บริษัทย่อยของบมจ.น้ำตาลครบุรี (KBS))
\
4.“SUPEREIF” ของบลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 09% ที่เน้นลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ ‘บจ.17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง’ (17AYH) และ ‘บจ.เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ปทท.)’ (HPM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ‘บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น’ (SUPER)
5.“TFFIF” ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 27% เน้นลงทุนในสิทธิที่จะได้รับรายได้ 45% ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากเส้นทางในปัจจุบันของทางพิเศษฉลองรัช และทางพิเศษบูรพาวิถี เป็นระยะเวลา 30 ปี
6.“3BBIF” ของบลจ.บัวหลวง ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 80% เน้นลงทุนในกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงจำนวน 1,680,500 คอร์กิโลเมตร ซึ่งกองทุนซื้อจาก ‘บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์’ (TTTBB)
7.“EGATIF” ของบลจ.กรุงไทย ให้ผลตอบแทนปันผล 12 เดือนล่าสุด 00% เน้นลงทุนในรายได้ค่าความพร้อมจ่ายในอนาคตของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญา 670 เมกะวัตต์ เป็นระยะเวลา 20 ปี
8.“BTSGIF” ของบลจ.บัวหลวง “ไม่มีปันผล” ในช่วง 12 เดือนล่าสุด เน้นลงทุนในรายได้สุทธิที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพสายหลัก
เป็นไงกันบ้างกับผลงานกลุ่ม “กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน” (Infra Fund) ปันผลในช่วง 12 เดือนล่าสุดถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว เฉลี่ย 7.87% แม้ว่าในส่วนของ Capital Gain ตั้งแต่ต้นปี24 เฉลี่ย +1.54% เท่านั้น และมีถึง 3 กองที่ยังติดลบ แต่ถ้าเงินเย็นพอถือไปจนครบกำหนดก็ไม่กังวลแต่ประการใด จะมีที่ต้องจับตาก็ “BTSGIF” ที่ยังปันผลไม่ได้ และเงินที่ “กทม.” จ่ายคืนหนี้ให้ “BTS” ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกองทุนแต่ประการใดด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
