Official Update :

“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเพิ่ม–เลือกแผนลงทุน” เพื่อบรรลุเป้าหมายเงินก้อนเพื่อ “เกษียณอย่างมีสุข” !!!

Wealthy Way: รู้หรือไม่?....ในปี2025 ทาง “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) ได้มีการ “จัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” (SAA: Strategic Asset Allocation) ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป


พร้อม “ปรับนิยาม” สินทรัพย์การลงทุนใหม่ เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ “สินทรัพย์เชิงรุก” (Growth Asset) และ “สินทรัพย์เชิงรับ” (Defensive Asset) จากเดิมที่แบ่งเป็น “สินทรัพย์มั่นคงสูง” และ “สินทรัพย์เสี่ยง”


เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุน เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนในระยะยาว และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิกนั่นเอง


โดยยังคงเป้าหมายหลักในการสร้าง “ผลตอบแทน” ให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิก เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน ให้สมาชิกสามารถดำรงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีสุขเช่นเดิม


“การปรับเปลี่ยน” นี้มีสาระสำคัญอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัปเดตพร้อมๆ กันได้เลย



ปรับกลยุทธ์ “จัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” (
SAA)…พร้อม “นิยามสินทรัพย์การลงทุน” ใหม่

ในอดีต “กบข.” แบ่งกลุ่มสินทรัพย์เป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ “สินทรัพย์มั่นคงสูง” และ “สินทรัพย์เสี่ยง” ตัวอย่างเช่น “ตราสารหนี้” ที่เป็น Investment Grade อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์มั่นคงสูง แต่ข้อเท็จจริงพบว่าตราสารหนี้กลุ่มนี้ก็ขาดทุนหนักได้เช่นกัน หรือ “ทองคำ” จะถูกจัดเป็นกลุ่มของ “สินทรัพย์เสี่ยง” เป็นต้น


ในปี25 ที่ผ่านมา “กบข.” ได้มีการ “จัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” (SAA: Strategic Asset Allocation) ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตาม “วัฏจักรเศรษฐกิจ” เพื่อตอบโจทย์ในทุกภาวะตลาดการลงทุน (SAA All-Weather)



พร้อม “ปรับนิยาม” สินทรัพย์การลงทุนใหม่ เป็น 2 กลุ่ม ตามปัจจัยมหภาค ได้แก่


1.“สินทรัพย์เชิงรุก”
(Growth Asset): เป็นสินทรัพย์เพื่อการเติบโต หรือเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนสูงในระยะยาว ประกอบด้วย 2 กลุ่มย่อย ได้แก่

  • รองรับการเติบโต (Growth): ได้แก่ Private Equity, หุ้นไทย, หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว ( DM), หุ้นตลาดเกิดใหม่ (EM), หุ้นโครงสร้างพื้นฐาน

  • รองรับเงินเฟ้อ (Inflation): ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์, สินค้าโภคภัณฑ์, ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ (EM)


2.“สินทรัพย์เชิงรับ”
(Defensive Asset): เป็นสินทรัพย์ป้องกันความผันผวน ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด, รักษามูลค่า ไม่สูญเสียมูลค่าง่ายๆ แม้เศรษฐกิจถดถอย และเสริมความมั่นคงของพอร์ตลงทุน ใช้กระจายความผันผวนควบคู่กับ ‘สินทรัพย์เติบโตสูง ประกอบด้วย 2 กลุ่มย่อย ได้แก่
  • รองรับความผันผวน (Defensive): ทองคำ, กองทุน Absolute Return

  • อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย (Duration): พันธบัตรเอกชนไทย, เครดิตทั่วโลก, ตราสารหนี้โครงสร้างพื้นฐาน, พันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก, พันธบัตรที่ผูกกับเงินเฟ้อทั่วโลก,พันธบัตรรัฐบาลไทย


“ภายใต้นิยามสินทรัพย์ใหม่นี้ ตราสารหนี้-Investment Grade’ และ ทองคำ จะอยู่ในกลุ่ม สินทรัพย์เชิงรับ ต่างไปจากเดิมที่แบ่งเป็น สินทรัพย์มั่นคงสูง และ สินทรัพย์เสี่ยงโดยยังคงเป้าหมายหลักในการสร้าง ผลตอบแทน ให้ชนะอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% ตามเป้าหมายของสมาชิกเหมือนเดิม”


แนะ “สมาชิก” เลือก “แผนการลงทุน”...ให้ตอบโจทย์เป้าหมาย “ความเพียงพอ” ของตัวเอง

ทั้งนี้ “เงินเฟ้อ” ก็มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไป ผลตอบแทนของ “กบข.” ก็จะเปลี่ยนตามด้วยเช่นกัน แต่ยังคงเป้าหมายหลักในการชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี บวก 2-3% เอาไว้


ในส่วนของ “แผนหลัก” (Default Plan) ได้เปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับนิยามสินทรัพย์การลงทุนใหม่เป็น “แผนลงทุนพื้นฐานทั่วไป” (General Plan) โดยมีสัดส่วนของ “สินทรัพย์เชิงรุก” 50% และ “สินทรัพย์เชิงรับ” 50% โดยคงเป้าหมายชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี +2% เช่นเดิม



ตั้งแต่ปี2023 สมาชิกที่เข้าใหม่แล้วไม่เลือกแผนจะเข้าสู่ “แผนสมดุลตามอายุ” (แผนเชิงรุก 75) แทน มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนอายุการลงทุนให้ตามอายุ โดยมีสัดส่วนของ “สินทรัพย์เชิงรุก” 75% และ “สินทรัพย์เชิงรับ” 25% โดยมีเป้าหมายเอาชนะเงินเฟ้อเฉลี่ย 10 ปี +3%


“ส่วนสมาชิกที่เข้ามาก่อนหน้านั้น หากต้องการจะปรับแผนการลงทุนจากแผนหลักเดิมสู่แผนหลักใหม่ ต้องเลือกแผนการลงทุนด้วยตัวเอง ทางกบข.ทำให้ไม่ได้ แนะนำให้สมาชิกเลือก ‘แผนการลงทุนให้ตอบโจทย์เป้าหมาย ความเพียงพอของสมาชิกเอง”


ล่าสุดปี26 นี้ ยังได้เปิด “แผนเกษียณสบายใจ” ลงทุนในตราสารตลาดเงินไทย 100% ความเสี่ยงต่ำสุดระดับ 1 เหมาะกับสมาชิกที่จะเกษียณอายุในปี26 และต้องการลดความผันผวนของตลาดลงทุนในช่วงเวลานั้น เน้นรักษาเงินต้น รวมทั้งยังได้รับสิทธิประโยชน์ “ความคุ้มครองชีวิต” ทุนประกัน 1 แสนบาท แต่สมาชิกต้องถือหน่วยลงทุนจนถึงวันที่แผนครบกำหนดเท่านั้นเอง


สุดท้ายในมิติของนักลงทุน การลงทุนในอะไรที่ไม่เข้าใจ ถือว่าเป็นความเสี่ยง และการไม่ลงทุนเลย ก็เป็นความเสี่ยงเช่นเดียวกัน “แผนการลงทุน” ของ “กบข.” มีให้เลือกหลากหลาย ผลตอบแทนและความเสี่ยงก็แตกต่างกันออกไป แนะนำให้สมาชิก “ออมเพิ่ม–เลือกแผนลงทุน” เพื่อบรรลุเป้าหมายเงินก้อนเพื่อ “เกษียณอย่างมีสุข” ให้ได้เท่านั้นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’