Official Update :

เปลี่ยน ‘หนี้บัตรเครดิต’…เป็นเงินเก็บ ปั้น “เงินล้าน” !!!

สถานการณ์หนี้ครัวเรือนของไทยเองยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง สิ้นไตรมาสที่2/21 หนี้ครัวเรือนของไทยมีอยู่ 14.27 ล้านล้านบาท คิดเป็น 89.6% ต่อ GDP


“ชีวิตหนี้”...ส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมในการใช้จ่ายของตัวเราเองด้วยส่วนหนึ่ง ยิ่งสังคมรูดปรื๊ดๆ กับสารพัดบัตร ‘รูดก่อน...ผ่อนทีหลัง’ ก็ยิ่งปูทางตัวเองเข้าสู่ ‘กับดักหนี้’ ได้ง่ายดายยิ่งขึ้น


จะดีกว่ามั้ย? ถ้าเราจะเปลี่ยน ‘หนี้บัตรเครดิต’...เป็นเงินเก็บ เพื่อปั้น “เงินล้าน” ให้กับตัวเองกัน


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย



‘บัตรเครดิต’…ไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าคุณเพิ่มขึ้น




คนจะมี ‘บัตรเครดิต’ ได้ ก็ต้องมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาทต่อเดือน ขึ้นไป โดย ‘วงเงินบัตรเครดิต’ ก็ขึ้นกับรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของคุณเอง

  • 1.5 เท่า ถ้ารายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน

  • 3 เท่า ถ้ารายได้ตั้งแต่ 30,000 บาท แต่ต่ำกว่า 50,000 บาทต่อเดือน

  • 5 เท่า ถ้ารายได้ตั้งแต่ 50,000 บาทต่อเดือน



‘
บัตรเครดิต’ ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เช่น ไม่ต้องจ่ายด้วยเงินสด ผ่อนชำระได้ เป็นต้น


“แต่คุณต้องไม่ลืมว่า การมีบัตรเครดิตไม่ได้ทำให้เงินในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้นแต่ประการใด ไม่ใช่เงินเดือน 15,000 บาท ได้วงเงินบัตรเครดิต 22,500 บาท แล้วจะทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 37,500 บาท!!! ไม่ใช่แบบนั้นนะ บางคนมีบัตร 2 ใบ โอ้ว...คิดว่ารายได้ขยับไปอยู่ที่ 60,000 บาท!!!  แสดงว่า...คุณมาผิดทางแล้วล่ะ เพราะรายได้คุณจริงๆ ยังคง 15,000 บาทต่อเดือน ‘เหมือนเดิม’ ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามวงเงินในบัตรเครดิตแต่ประการใด”



ใช้จ่ายอย่าง 
‘พอเพียง’…ไม่ก่อหนี้เกิน 30% ของรายได้ 

เมื่อมีรายได้เท่าเดิม 15,000 บาทต่อเดือน ปกติถ้าคุณไม่มีบัตรเครดิต คุณก็จะต้องใช้เงินอยู่ในวงเงินรายได้ของตัวเองอยู่แล้ว และเมื่อ ‘บัตรเครดิต’ ไม่ได้ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น แล้วคุณไปใช้จ่ายเกินรายได้ตัวเอง ‘วงจรหนี้’ ก็จะวิ่งตามคุณเหมือนเงาตามตัวทันที ‘มาก’ หรือ ‘น้อย’ ขึ้นกับพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวคุณเองเป็นสำคัญ


“ตามทฤษฎีทางการเงินก็มีการพูดถึงสัดส่วนการก่อหนี้ว่าไม่ควรเกิน 40% ของรายได้ แต่คุณคงไม่ต้องใช้สิทธิ์เต็มที่แต่ประการใด บางตำราก็ว่าไว้ที่เหมาะสม คือ 20% ของรายได้ บางตำราก็ว่าไว้อย่างให้เกิน 1 ใน 3 หรือประมาณ 30% ในที่นี้ก็ยกเอาสัดส่วนหนี้ 30% มาเป็นไกด์ไลน์ไว้ล่ะกัน ต้องดูภาระหนี้โดยภาพรวมของตัวคุณเองทั้งหมดนะ (หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต เป็นต้น)”





‘
การไม่มีหนี้...เป็นลาภอันประเสริฐ’ หากใช้บัตรเครดิตเพื่ออำนวยความสะดวก คุณก็ยังคงต้องวางแผนใช้เงินให้อยู่ในงบประมาณรายได้ของตัวเอง 15,000 บาทต่อเดือนตามปกติ (ก็รายได้คุณไม่ได้เพิ่มขึ้นนี่นา)


รูดก่อน...ถึงเวลาก็ชำระเต็มจำนวน ตรงเวลา คุณก็ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมแต่ประการใด ไม่ใช่มีรายได้ 15,000 บาท แล้วใช้จ่าย 20,000 บาท เงินเดือนออก ก็หมดตัวแถมยังมีสมการรายได้ติดลบอีก ‘เงินออม’ ไม่ต้องพูดถึง ต่อให้คุณชำระตรงตามเวลาและเต็มจำนวนก็ตาม เพราะเอา ‘เงินอนาคต’ มา ‘ใช้ในปัจจุบัน’ ก่อน


“ลองนึกว่า...แนวคิดแบบนี้ถ้าวันหนึ่งคุณรายได้เป็น 0 คุณยังมีภาระต้องจ่ายหนี้ค้างจ่ายอีก 1 เดือนนะ แล้วจะหาจากไหนมาจ่ายถ้าไม่มีเงินเก็บไว้ ท่องให้ขึ้นใจ...บัตรเครดิตไม่ได้ทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น ใช้จ่ายให้ ‘พอเพียง’ และก่อหนี้ไม่เกิน 30% แบบนี้พลาดพลั้งรายได้เป็น 0 วันใด คุณก็มีภาระหนี้ไม่เกิน 30% ที่ค้างชำระ ก็ยังน่าจะพอหาทางจัดการได้ไม่ยาก”



กัน 
10% ‘จ่ายให้ตัวเองก่อน’...ลงทุนเพื่อปั้น “เงินล้าน”

แทนที่คุณจะรูดบัตรเพลิน...ถึงเวลาเงินเดือนออก ก็ต้องเอาจ่ายหนี้บัตรเครดิตหมด ทำไม...ไม่เปลี่ยนพฤติกรรมมา ‘จ่ายให้ตัวเองก่อน’ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเองล่ะ ขอไม่มาก...แค่เท่ากับยอดชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิตที่ 10% ก็พอ เชื่อว่าทุกคนที่มีบัตรเครดิตมีศักยภาพที่จะทำได้ทุกคน


เป้าหมาย : สร้างเงิน 1 ล้านบาท ด้วยการผ่อนชำระเงินขั้นต่ำ 10% ต่อเดือน เป็นเงิน 1,500 บาท ให้กับ ‘ตัวเอง’ (แทนที่จะไปจ่ายเป็นหนี้บัตรเครดิต)





บนทางเลือกการลงทุนต่างๆ ที่ให้ผลตอบแทนแตกต่างกันออกไป ซึ่งเป็นตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยที่มีอยู่จริงในโลกการลงทุนของ ‘กองทุนรวม’ ซึ่งจะทำให้คุณบรรลุเป้าหมายเงิน 1 ล้านบาท ในระยะเวลาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

  • 2% >>> ใช้เวลา 37 ปี 5 เดือน

  • 5% >>> ใช้เวลา 26 ปี 8 เดือน

  • 8% >>> ใช้เวลา 21 ปี 4 เดือน

  • 10%>>>ใช้เวลา 18 ปี 11 เดือน

  • 15%>>>ใช้เวลา 15 ปี



ถ้าคุณเริ่มต้นได้เร็วและเลือกเก็บเงินให้ถูกที่ถูกทาง เอาแค่ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปี ด้วยเงินเก็บ 1,500 บาท ทุกเดือน ไม่ถึง 20 ปี คุณก็มี ‘เงินล้าน’ แล้ว แต่ถ้าไม่เริ่มต้น ยังรูดปรื๊ดๆ ในวังวงเดิมๆ คุณก็จะเจอกับปัญหาหนี้บัตรเครดิตเดิมๆ ไปอีก 20 ปี เช่นกัน


“แทนที่คุณจะก่อหนี้ 30% คุณก็หักเงินเก็บขั้นต่ำ 10% เหลือก่อหนี้ 20% ยังต้องตามตำรา แถมยังมีเงินเก็บบนเส้นทาง ‘เงินล้าน’ ที่คุณสร้างด้วยมือตัวเองได้อีกด้วยนะ”


เห็นมั้ยว่า...เปลี่ยน “หนี้บัตรเครดิต” มาเป็นเงินเก็บ เพื่อปั้น ‘เงินล้าน’ นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด คุณเองก็ทำได้ หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อยครับ
สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
CPF–Bosch ต่อยอดความร่วมมือ ใช้ Data–AI ยกระดับการผลิตอาหาร หนุนเป้าหมาย Net-Zero
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us