ชู “Smart Grid” ธีมลงทุนแห่งอนาคต “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยี... ส่วน “หุ้นสิงคโปร์” เสริมพอร์ตแกร่งรับ “ปฏิรูปตลาดทุน” !!!

Fun of Funds: รู้หรือไม่?...ปีนี้ “หุ้น Smart Grid” ปรับตัวขึ้นมาแล้ว +19.42% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 11 ก.ค. 26) ในขณะที่ “หุ้นสิงคโปร์” +17.43% (ที่มา: Google Finance, วันที่ 13 ก.ค. 26)


เป็นอีก 2 ธีมที่มีแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวแต่ด้วยปัจจัยสนับสนุนที่แตกต่างกันออกไป


สำหรับ Smart Grid” นั้นโตตามเทรนด์โลกเทคโนโลยี ที่มีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะการเติบโตของ AI ดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) นั่นเอง


ส่วน “หุ้นสิงคโปร์” นี้เดินตามรอย “ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้” ด้วยการ “ปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่ผ่านโครงการ “EQDP” (Equity Market Development Programme) ของ “ธ.กลางสิงคโปร์” (MAS) ด้วยงบกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ที่จะสนับสนุนตลาดหุ้นให้ปรับตัวขึ้นในระยะกลาง-ยาวได้


ทำไมทั้ง 2 ธีมนี้ Smart Grid” และ “หุ้นสิงคโปร์” ถึงน่าสนใจ ตามทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปฟังมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย


ชู “โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ”
(Smart Grid) ธีมลงทุนแห่งอนาคต...หนุนการเติบโตระยะยาว

โดยดารบุษป์ ปภาพจน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง บอกว่า “โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ” (Smart Grid) เป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่สามารถสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวทั่วโลก โดยเฉพาะจากเทคโนโลยี AI, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) ขณะเดียวกันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจำเป็นต้องพึ่งพา Smart Grid เพื่อบริหารความผันผวนและรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ โครงข่ายไฟฟ้าเดิมที่มีอายุการใช้งานยาวนานหลาย 10 ปี จำเป็นต้องได้รับการยกระดับ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และเสริมความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) ในอนาคต


(ดารบุษป์ ปภาพจน์)


Smart Grid กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตระยะยาว จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะจากการขยายตัวของ AI Data Center และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งทำให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบเดิมจำเป็นต้องได้รับการยกระดับให้มีความชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กิจการในกลุ่ม Smart Grid ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของยุคการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้งานพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว เป็นโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจ”


นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ยังต้องอาศัยระบบโครงข่าย “Smart Grid” ในการบริหารจัดการและกักเก็บพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงทำให้กลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงาน มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไฟฟ้าทั่วโลกที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในระยะข้างหน้าอีกด้วย


"สิงคโปร์" ดาวเด่นเสริมพอร์ต รับแรงหนุน “ปฏิรูปตลาดทุน” ครั้งใหญ่…ช่วยกระจายความเสี่ยง-เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดี

ด้าน “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า “ตลาดหุ้นสิงคโปร์” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการกระจายความเสี่ยง เนื่องจากเป็นตลาดหุ้นคุณภาพในประเทศพัฒนาแล้วที่มีบทบาทเป็นศูนย์กลางทางการเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในช่วงที่เกิดวิกฤตหรือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์มักปรับตัวลดลงน้อยกว่าหลายตลาดในภูมิภาค การดำเนิน “โครงการ Equity Market Development Programme” (EQDP) ของ “ธนาคารกลางสิงคโปร์” (MAS) ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ในการยกระดับความน่าสนใจของตลาดทุนและปลดล็อกมูลค่าหุ้นสิงคโปร์ในระยะยาว ผ่านงบประมาณสนับสนุนกว่า 6.5 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และการดึงเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันและ Family Office เพิ่มเติมอีกกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์


(พจน์ หะริณสุต)


“จากสถิติในอดีต หลังการประกาศ ปฏิรูปตลาดทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น โดยผลตอบแทนของหุ้นนับตั้งแต่วันที่ประกาศมาตรการปฏิรูป ตลาดทุนเกาหลีใต้ (17 ม.ค. 24) และ ญี่ปุ่น (31 มี.ค. 23) จนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 26 พบว่า ดัชนี ‘KOSPI’ ของเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 283.11% ดัชนี ‘Nikkei225’ ของญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้น 172.77% และขณะที่ดัชนี ‘STI’ ของสิงคโปร์ (ประกาศมาตรการวันที่ 2 ส.ค. 24) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 69.62% เรามองว่า ตลาดหุ้นสิงคโปร์ มีศักยภาพที่จะได้รับผลตอบรับเชิงบวกในลักษณะเดียวกัน จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจลงทุน”


ในสภาวะที่ตลาดโลกยังเผชิญความไม่แน่นอน การพึ่งพาการเติบโตจากหุ้นเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญควบคู่กันคือการ “กระจายความเสี่ยง” (Diversification) และหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจอย่างมากในช่วงเวลานี้ก็คือ “สิงคโปร์” ประกอบด้วยบริษัทชั้นนำในกลุ่มสถาบันการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีรายได้และกระแสเงินสดค่อนข้างสม่ำเสมอ จึงช่วย “ลดความผันผวน” ของพอร์ตได้เป็นอย่างดี


“โดยมีจุดเด่นที่สำคัญ คือ 1) เสถียรภาพสูงและผันผวนต่ำมาก 2) อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) น่าสนใจ และ 3) การเติบโตของกำไรที่สม่ำเสมอ ในช่วง 1–3 ปีข้างหน้า ตลาดหุ้นสิงคโปร์มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการปฏิรูปตลาดทุนผ่านโครงการ ‘EQDP’ ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่อง กระตุ้นให้บริษัทจดทะเบียนบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และผลักดันให้มูลค่าหุ้นสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่แท้จริง ส่งผลให้ตลาดมีโอกาสเข้าสู่ช่วง Singapore Re-rating หรือการยกระดับมูลค่าตลาดในระยะยาว”


สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในธีมแห่งอนาคตที่มีแนวโน้มเติบโตด้วยพื้นฐานที่มั่นคง เชื่อว่าธีม “Smart Grid” ซึ่งเป็น “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลกแห่งอนาคต จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่ต้องการกระจายการลงทุนบางส่วนจากธีมหุ้นเทคฯ และ AI เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี เชื่อว่า “หุ้นสิงคโปร์” จะช่วยเติมเต็มพอร์ตให้ได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน

โต๊ะกองทุน Wealthy Thai

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา 9 หุ้นแกร่ง งบไตรมาส 2/69 ปัง โบรกฯ มอง Valuation ไม่แพง แนวโน้มครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
ชู “Smart Grid” ธีมลงทุนแห่งอนาคต “หัวใจ” ขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยี... ส่วน “หุ้นสิงคโปร์” เสริมพอร์ตแกร่งรับ “ปฏิรูปตลาดทุน” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
MGC พุ่งแรง 20% ลุ้น Q2/69 นิวไฮกำไรโต 509% XPENG-ZEEKR ดันผลงานแกร่ง โบรกฯ ชูปันผลสูง 7% ให้เป้า 20.20 บาท
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
YLG ชี้ครึ่งปีหลังบาทยังอ่อน หนุนทองไทยยืนแกร่ง แนะถือทองดอลลาร์ ลุ้นกำไร 2 เด้ง ชี้โซน 3,900-4,000 ดอลลาร์ น่าสะสม
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
บิ๊กดีล! AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์ข้ามเจ้าพระยา อัดงบหมื่นล้านปั้นเอเชียทีคสู่ระดับโลก เล็งตั้งกองทุน Lifestyle Fund ดึงพันธมิตรร่วมทุน
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us