Official Update :

“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!

โดย: บลจ.กรุงไทย

รู้หรือไม่?...สินทรัพย์ที่เป็น “ผู้ชนะ” (Winner) ในวันนี้ อาจกลายเป็น “ผู้แพ้” (Loser) ในวันข้างหน้า “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) อย่างเหมาะสม จึงเป็นทางเลือกที่ “ตอบโจทย์” เพราะไม่มีสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีได้ตลอดเวลานั่นเอง


นั่นเป็นที่มาของกลุ่มกองทุน KTWC Series ที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง 3 พันธมิตรทางธุรกิจ” ชั้นนำของไทย ได้แก่ “บลจ.กรุงไทย” (KTAM) บริษัทจัดการกองทุนระดับต้น ๆ ของไทย “บมจ.ธนาคารกรุงไทย” (KTB) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนการขายหลัก และ “FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International สถาบันจัดการลงทุนระดับโลก


เพื่อชวนนักลงทุนไทยเปลี่ยน Mindset” สู่การลงทุนที่มี Core Portfolio” ง่ายๆ โดยใช้กองทุนกลุ่ม KTWC Series เป็น Core Portfolio” ตอบโจทย์ในทุกภาวะตลาดด้วยการเลือกลงทุนตามระดับ “ความเสี่ยงที่รับได้” (ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงตามผลประเมิน suitability test)


โดยกองทุนเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศ ทั้งในหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก โดยจะลงทุนในกองทุนรวมและ/หรือ ETF อย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุน เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV  ประกอบด้วยKTWC-DEFENSIVE(ความเสี่ยงระดับ 5) กองทุนอาจลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกิน 79% ของ NAV และจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 35% ของ NAV, “KTWC-INCOME(ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นไปที่โอกาสสร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอจากตราสารหนี้คุณภาพสูงทั่วโลกให้กองทุน โดยมีกรอบจำกัดการลงทุนในหุ้นไม่เกิน 30% ของNAV  


KTWC-MODERATE (ความเสี่ยงระดับ 5) กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 70% ของ NAV และอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์, REITs และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ สัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV และ KTWC-GROWTH(ความเสี่ยงระดับ 5) กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่า 60% ของ NAV


ส่วนการปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดก็เป็นความรับผิดชอบของ “FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ที่มีความเชี่ยวชาญการลงทุนระดับโลก เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง นั่นจึงทำให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนได้ต่อเนื่องในทุกภาวะตลาด ช่วยให้ไม่พลาดโอกาสการลงทุนไปนั่นเอง


เพื่อโอกาสลด Pain Point” ของการ “จับจังหวะตลาด” (Market Timing) ของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่มักเข้าซื้อ-ขาย “ผิดจังหวะ” หรือปรับพอร์ต “ไม่ทันสถานการณ์” ได้เป็นอย่างดี


ล่าสุดทาง KTAM” เตรียมนำเสนอกองทุนใหม่ในกลุ่ม KTWC Series เพิ่มเติม ได้แก่ “KTWC-ALPHA: กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Alpha” ที่เน้นลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ High Conviction” เพื่อโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม” (Alpha) ที่สม่ำเสมอ พร้อมความเสี่ยงที่ต่ำกว่า “หุ้นโลก” (MSCI ACWI)  (Source: Fidelity International, as of January 2026) โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนหุ้นของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS หรือ กองทุนรวม ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV นอกจากนี้ อาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ สัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV


โดยจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 1 – 8 ก.ย. 2569 นี้ ผ่าน บลจ.กรุงไทย, ธนาคารกรุงไทย รวมถึงแอปพลิเคชัน Next และ KTAM Smart Trade ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท เท่านั้น (ยกเว้น class R และ RMF)


KTWC Series” ทางเลือกที่โดดเด่นสำหรับ “Core Portfolio”...ฝีมือบริหารของ “Fidelity”

อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นแล้วว่า Krungthai World Class Series” หรือ “KTWC Series ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถใช้เป็น Core Portfolio” ได้ง่ายๆ ในรูปแบบของ “กองทุนผสม” ที่ลงทุนระหว่าง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ในส่วนผสมที่แตกต่างกันเพื่อให้นักลงทุนได้เลือกตามระดับ “ความเสี่ยงที่รับได้” (ไม่ใช่ความเสี่ยงตามผลประเมิน suitability test) ของนักลงทุนเอง ปัจจุบันมีเปิดให้ซื้อขาย 4 กองทุน ให้เลือกลงทุน ได้แก่ KTWC-DEFENSIVE” , “KTWC-INCOME”, “KTWC-MODERATE และ KTWC-GROWTH


โดยมีพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่าง “FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International สถาบันจัดการลงทุนระดับโลก เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource) โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง ซึ่งเป็น “ทีมผู้จัดการกองทุน” ที่มีประสบการณ์สูงอย่างมืออาชีพ ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญและงานวิจัยของทีม Multi Asset ของ Fidelity


“ทีมงานระดับโลกที่มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) มากกว่า 86 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งบริการให้คำปรึกษา” (ที่มา: Fidelity International, 10 มิ.ย. 2026)


ทำไม
? “กองทุนหุ้นโลก”...จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับ “Core Portfolio”

สำหรับแนวคิดCore-Satellite Portfolioคือกลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนที่แบ่งเงินเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง "เสถียรภาพในระยะยาว" (Core) กับ "โอกาสสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม" (Satellite)


ในส่วนของ “พอร์ตหลัก” (Core Portfolio) ปกติแนะนำสัดส่วนประมาณ 70 – 80% ของพอร์ต ถือเป็น "หัวใจสำคัญ" ของพอร์ตการลงทุน เป้าหมายเพื่อสร้างพอร์ตให้มั่นคง สะสมความมั่งคั่งในระยะยาว และลดผลกระทบจากภาวะตลาดที่ผันผวน สินทรัพย์ที่นิยมเลือกกันนอกจาก “กองทุนผสม” แล้ว “กองทุนหุ้นโลก” สำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศได้ก็อาจใช้เป็น Core Portfolio ได้เช่นกัน


“แม้จะโฟกัสการลงทุนใน หุ้น เพียงสินทรัพย์เดียว แต่ก็เป็นมุมมองการลงทุนที่มองทั้งโลก กองทุนหุ้นโลก มีการกระจายความเสี่ยงที่ดีกระจายไปทั่วโลก ในหลากหลายภูมิภาคหลายอุตสาหกรรม ในหุ้นชั้นนำที่มีโอกาสเติบโตตามเศรษฐกิจในระยะยาวนั่นเอง ล่าสุดทาง ‘Fidelity’ ยังมองแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกในปี 2026 แข็งแกร่งทุกภูมิภาคและกลุ่มอุตสาหกรรม แม้ว่าความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจะเพิ่มขึ้นก็ตาม”


KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”…โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว

ล่าสุดทาง KTAM” เตรียมเติมเต็มผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม KTWC Series ซึ่งเป็นกองทุนที่ 5 ในกลุ่มกองทุนนี้


นั่นก็คือ “KTWC-ALPHA: กองทุนเปิดกรุงไทย World Class Alpha” (ความเสี่ยงระดับ 6) เป็นหนึ่งในกลุ่มกองทุน KTWC Series ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนที่เสนอขายก่อนหน้าและได้เสียงตอบรับจากนักลงทุนอย่างดี ด้วยขนาดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) รวมทุกกองทุน กว่า 26,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ก.ค. 26) 


สำหรับกองทุน KTWC-ALPHA จะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนตราสารทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS หรือ กองทุนรวม ETF ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV นอกจากนี้ อาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ สัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 20% ของ NAV


“ทั้งนี้ ทาง ‘KTAM’ จะมอบหมายให้ ‘FIL Investment Management (Hong Kong) Limited’ เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน (Outsource)  ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่บริษัทจัดการกำหนด โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง”


สำหรับกรอบการลงทุนเบื้องต้นของกองทุน “KTWC-ALPHAนั้น จะประกอบด้วยการลงทุน 2 ส่วน ได้แก่

1) “Core Portfolio” ประมาณ 70% (กรอบเคลื่อนไหว 60 – 79%) จะลงทุนผ่านกองทุน FIRST All Country World Strategy” ที่มีนโยบายเน้นคัดเลือกหุ้นแบบ High Conviction” เพียง 60–80 ตัว เพื่อโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม” (Alpha) จากการคัดเลือกหุ้นแบบ Bottom-up” จาก Universe หุ้นทั่วโลกกว่า 2,500 ตัว โดยอาศัยงานวิจัยเชิงลึกจากทีมงานนักวิเคราะห์ระดับโลกของ Fidelity มากกว่า 130 คนโดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้เหนือดัชนีเทียบวัด MSCI ACWI


“หุ้นที่ลงทุนต้องมั่นใจผ่านการคัดกรองที่มีคุณภาพสูง โดยหุ้นประมาณ 97% ของพอร์ต ได้รับการจัดอันดับคำแนะนำในระดับ ‘Strong Buy’ และ ‘Buy’ จากทีมวิเคราะห์ของ ‘Fidelity’ (เปรียบเทียบกับดัชนี ‘MSCI ACWI’ ที่มีสัดส่วนหุ้น ‘Strong Buy/Buy’ เพียงประมาณ 60% เท่านั้น)(Source: Fidelity International, top left chart as of 30 April 2026)


2) “Satellite” ประมาณ 30% (กรอบเคลื่อนไหว 20 - 40%) เน้นการลงทุนระยะสั้น-กลางเพื่อหา “ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม” (Alpha) ด้วยกลยุทธ์ TAA (Tactical Asset Allocation) กระจายการลงทุนหุ้นในธีม, ภูมิภาค, อุตสาหกรรม และ Factor ที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ด้วยการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน, มูลค่า และปัจจัยทางเทคนิค


“ด้วยกลยุทธ์การลงทุนแบบ Core–Satellite’ ที่มีวินัยพร้อมการคุมความเสี่ยงของพอร์ต, ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ทำให้กองทุน ‘KTWC-ALPHA’ มีโอกาสสร้าง ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ได้อย่างสม่ำเสมอ


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” เพื่อใช้เป็น “Core Portfolio” ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาว ที่มีโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม” (Alpha) ที่ดีกว่าการลงทุนใน “ดัชนีหุ้นโลก” (MSCI ACWI) อย่างสม่ำเสมอ พร้อมความเสี่ยงที่ต่ำกว่า (Source: Fidelity International, as of January 2026) เชื่อว่ากองทุน “KTWC-ALPHA” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี


ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก https://www.ktam.co.th/page/th/รายละเอียดกองทุน-mutual-fund/KTWC-ALPHA-A


กองทุนมีความเสี่ยงในด้านอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน  ในกรณีที่กองทุนไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือจะได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้  / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อบลจ.กรุงไทย โทร. 02-686-6100 หรือเว็บไซต์ www.ktam.co.th หรือผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุน


โฆษณานี้ถูกว่าจ้าง/ได้รับการสนับสนุน โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)”

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us