“หุ้นปันผล”...ทางเลือกสู้ ‘ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ’ & ‘เงินเฟ้อสูง’ !!!
Where2put Ur Money: ในปี 2565 “KTBST SEC” ได้วิเคราะห์ประเด็นเศรษฐกิจและมีมุมมองต่อสินทรัพย์การลงทุนว่า ปีนี้ตลาดการลงทุนคงจะมีเผชิญความผันผวนตลอดทั้งปี อีกทั้งปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จนอาจจับจังหวะการลงทุนได้ยาก
“ท่ามกลางความไม่แน่นอนและภาวะราคาสินทรัพย์ที่ขึ้นลงผันผวนนี้ แต่เมื่อดูแล้วการลงทุนใน ‘หุ้น’ ยังเป็นที่สนใจอยู่ แม้ว่าจะมีหุ้นหลายกลุ่มหลายตัวที่ได้ปัจจัยบวกสนับสนุนสะท้อนจากผลประกอบการไตรมาส 4 ที่ผ่านมา รวมถึงและ ‘หุ้นกลุ่มที่เติบโต’ จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และบางกลุ่มอาจไม่ดีบ้างจากปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามากระทบ แต่หุ้นอีกกลุ่มที่ยังคงน่าสนใจนั่นคือ กลุ่มหุ้นปันผล (Stock Dividend)”
ด้วยการจ่ายผลตอบแทนในรูปแบบ “เงินปันผล” ที่เป็นข้อดีของการลงทุนคือ นักลงทุนจะได้รับกระแสเงินสดจากเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ทั้งเป็นรายไตรมาส หรือทุก 6 เดือน หรือปีละครั้ง ขึ้นกับนโยบายในการจ่ายปันผลของแต่ละบริษัท อีกทั้งมีโอกาสขายทำกำไรอีกต่อจากส่วนต่างของราคาหลักทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นได้เช่นกัน หุ้นกลุ่มนี้จึงเป็นที่สนใจของนักลงทุนอยู่เสมอ
“เวลานี้ดูแล้วการลงทุน ‘หุ้นปันผล’ ถือเป็นอีกทางเลือกลงทุน เมื่อพิจารณาส่วนต่าง (Spread) ระหว่างดัชนี MSCI Asia Pacific High Yield กับผลตอบแทนจากพันธบัตร พบว่าพันธบัตรยังให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่า สะท้อนว่าการลงทุนในหุ้นปันผลยังคงมีเสน่ห์อยู่ต่อไป”
ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาจากปัจจัยเรื่องภาวะดอกเบี้ยที่กำลังเป็นขาขึ้นจากนโยบายการเงินสหรัฐฯ ที่คาดว่าอาจจะเตรียมขึ้นดอกเบี้ยถึง 7 ครั้งในปีนี้และอาจจะปรับขึ้นในอัตราที่มาก แต่การถือหุ้นปันผลก็ยังถือว่าน่าสนใจเมื่อพิจารณาจากผลตอบแทน รวมถึงความเสี่ยงและความผันผวนของตลาดในช่วงนี้
“อย่างไรก็ตาม หุ้นที่มีความสามารถจ่ายปันก็มีหลายตัว การจะเลือกลงทุนตัวไหนอย่างไรนั้น KTBST SEC แนะนำพิจารณาเลือกหุ้นปันผลที่มีความสามารถในการจ่ายปันผลในระดับเกิน 4% และต้องเลือกหุ้นที่มีความสามารถในการจ่ายเงินปันผลดีต่อไปในอนาคต”

ควรถือ “หุ้นปันผล” สัดส่วนเท่าไรของพอร์ต..?
การเลือกลงทุน “หุ้นปันผล” ขึ้นอยู่กับความต้องการและสไตล์การลงทุนแต่ละคนนะ ถ้าเป็นนักลงทุนที่ไม่ชอบเสี่ยงมาก อาจถือได้ถึงประมาณ 50% ของพอร์ตก็ได้ แต่ถ้าโดยทั่วไปที่มีการลงทุนกระจายหลากหลายทั้งในและต่างประเทศ KTBST SEC แนะนำไม่ควรถือเกิน 30% เพราะหุ้นปันผลต้องถือระยะยาวเพื่อรับปันผลจึงไม่สามารถเก็งกำไรผลตอบแทนในระยะสั้นได้
ส่วน “หุ้นปันผล” กลุ่มไหนหรือตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ ..?
ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนของ KTBST SEC วิเคราะห์เลือกหุ้นปันผลดี ที่มีปัจจัยพื้นฐานโดดเด่นมาแนะนำให้ 4 ตัวได้แก่ PTT, KKP, TISCO, DIF ซึ่งเป็นหุ้นที่มองว่าให้ผลตอบแทนจากจ่ายปันผลที่น่าลงทุนได้ต่อเนื่อง
“ภาพรวมแม้ว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา แต่ยังมีตัวแปรรป่วนบรรยากาศการลงทุนและสินทรัพย์ต่างๆ อยู่เป็นระยะ ปัจจัยหลักคือ นโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลาสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน และความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครน ที่กำลังตรึงเครียดและเสี่ยงที่นำไปสู่การใช้กำลังทางทหารซึ่งจะผลต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงการระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มมีผู้ติดเชื้อในบ้านเราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยอาจมีผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางส่วน”
ดังนั้นในภาวะที่ “ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมาก” และ “อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น” การลงทุนใน “หุ้นปันผล” จึงยังคงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและสูงกว่าเงินฝากธนาคารและต้องการกระจายลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงของตลาด
