RATCH ครึ่งปีหลังเด่น จ่อ COD โรงไฟฟ้า 2 แห่ง ดัน EBITDA เข้าเป้า 1.5 หมื่นลบ. ลุ้นบอร์ดเคาะปันผลพรุ่งนี้

RATCH แย้มผลงานครึ่งหลังปี 69 สดใสกว่าครึ่งแรก รับอานิสงส์ COD โรงไฟฟ้าฟิลิปปินส์-เวียดนามในไตรมาส 4/69 หนุน EBITDA ทั้งปีแตะ 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อมกาง 2 แผนบริหารโรงไฟฟ้าราชบุรีหลังหมดสัญญา PPA เล็งขายไฟให้ Data Center หวัง IRR เลข 2 หลัก วางงบลงทุนปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท ลงทุนไทย-อินโดฯ-ญี่ปุ่น จับตาประชุมบอร์ดเคาะปันผลระหว่างกาลพรุ่งนี้


นายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยว่า แนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นจากครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 2 โครงการใหม่ที่จะเริ่มจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4/69 ได้แก่

1.โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ NPSI ในฟิลิปปินส์ กำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 71.05 เมกะวัตต์ ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าแล้ว 89% อยู่ระหว่างติดตั้งสายส่งและอาคารควบคุม


2.โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำซองเกียง 1 ในเวียดนาม กำลังการผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 5.5 เมกะวัตต์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ


ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ทั้งปี 2569 จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ราว 15,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนรายได้จากพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 15% ของรายได้รวม


สำหรับทิศทางของโรงไฟฟ้าราชบุรี หรือโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม จำนวน 3 ยูนิต รวมกำลังการผลิต 2,100 เมกะวัตต์ ภายหลังสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กำลังจะหมดอายุ บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณา 2 ทางเลือก คือ การจำหน่ายทรัพย์สินบางส่วน หรือ การจำหน่ายไฟฟ้าให้กับกลุ่ม Data Center โดยเฉพาะกลุ่มไฮเปอร์สเกลเลอร์ (Hyperscaler) ที่ปัจจุบันมีการเจรจาอยู่หลายราย


โดยบริษัทรอดูความชัดเจนของนโยบายภาครัฐในการกำกับดูแล Data Center เพื่อประเมินความคุ้มค่า โดยตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) เป็นตัวเลข 2 หลัก (Double-digit)


วางงบลงทุน 1 หมื่นล้านบาท

ในส่วนของงบลงทุนปี 2569 บริษัทวางไว้ราว 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่ผูกพันการลงทุนเดิมไว้แล้ว 4,000 ล้านบาท, โครงการใหม่ที่จะมาจาก M&A และโครงการ Brownfield อีก 3,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 3,000 ล้านบาท สำหรับรองรับโอกาสใหม่ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต


นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของไทย โดยตั้งเป้าหมายที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ครอบคลุมทั้งโครงการโซลาร์ชุมชน โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังลม และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล รวมถึงให้ความสนใจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงเปลี่ยนผ่าน (Transition Energy) เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ


จับตาโปรเจกต์ SAF ตุรกี

ด้านการลงทุนต่างประเทศ บริษัทมีแผนขยายการลงทุนใน 3 ประเทศหลัก คือ อินโดนีเซีย เตรียมแผนส่วนขยายโรงไฟฟ้าไพตัน (ชวาตะวันออก) ขนาด 1,000 เมกะวัตต์ และศึกษาโครงการ Gas Engine 200 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าความร้อนร่วมในเมืองบาตัม


ประเทศญี่ปุ่น วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานทดแทนจากปัจจุบันที่มี 2.02 เมกะวัตต์ โดยอาศัยจังหวะค่าเงินเยนอ่อนค่าเข้าลงทุน และตุรกี บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาสัดส่วนถือหุ้นโครงการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) กำลังผลิต 100,000 ตันต่อปี คาดจะเห็นความชัดเจนปลายปีนี้หรือปี 2570


ลุ้นบอร์ดเคาะปันผลพรุ่งนี้

อีกทัั้งในวันที่ 25 ส.ค. 2569 (พรุ่งนี้) จะมีการประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง