“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?...“หุ้นไต้หวัน” ผลงานโดดเด่นไม่แพ้ “หุ้นเกาหลีใต้” โดยบวกขึ้นมาแล้ว +57.17% (ย้อนหลัง 1 ปี +91.63%) (ที่มา: Google Finance, วันที่ 31 ส.ค. 26)


เศรษฐกิจก็โตดี ไตรมาสที่2/26 GDP ไต้หวัน” โต 12.93% โดยภาค “ส่งออก” คิดเป็น 60 – 70% ของ GDP และสินค้าที่เกี่ยวกับ AI” มีสัดส่วนสูงถึง 74% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด


ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ “ไต้หวัน” จะมาจากการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้มีศักยภาพในการประมวลผลที่สูงขึ้น และการเติบโตอุตสาหกรรม Semiconductor”


“ไต้หวัน” เปรียบเสมือนหัวใจของ “ชิปโลก” เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ AI โลก จาก TSMC ที่ครองส่วนแบ่งตลาด Foundry โลก 71% และตลาดชิปขั้นสูง 90% ทำให้ไต้หวันแทบผูกขาดในการเป็นฐานการผลิตชิปของโลก


แม้จะอยู่ท่ามกลางความตึงเครียดเชิงภูมิรัฐศาสตร์ แต่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นก็ยังเติบโตดีนั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม หุ้นไต้หวัน” ที่น่าสนใจมาฝากกัน


เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นไต้หวัน"…มหาอำนาจ "ชิปโลก"

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Feeder Fund” ทั้งหมด จัดอยู่ในกลุ่ม Greater China Equity” แต่มี 3 กอง ที่โฟกัสใน “หุ้นไต้หวัน” โดยตรง ซึ่งทั้ง 4 กอง ประกอบด้วย


- ASP-TAIWAN: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ไต้หวัน อิควิตี้ของบลจ.แอสเซท พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม Greater China Equity” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 25 ส.ค. – 1 ก.ย. 26 ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไต้หวัน” ขนาดใหญ่และขนาดกลางที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MSCI Taiwan 20/35 Index” เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว


ผ่านกองทุนหลัก iShares Core MSCI Taiwan ETF’ ที่มี BlackRock Asset Management North Asia Limited ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager)


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 21 ส.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

- Information Technology 78.91%

- Financials 12.63%

- Materials 2.59%

- Industrials 1.94%

- Communication 1.60%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TSMC 30.08%, 2) Mediatek Inc. 8.20%, 3) Delta Electronics 5.11%, 4) Hon Hai Precision Industry 4.50% และ 5) ASE Technology Holding 2.93% ตามลำดับ”



- ถัดมาเป็น LHTWGHD-A: กองทุนเปิด แอล เอช ไต้หวัน โกรท แอนด์ ไฮ ดิวิเดนด์ ชนิดสะสมมูลค่าของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นกองทุนในกลุ่ม Greater China Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไต้หวัน” ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (TWSE) เพียงตลาดหลักทรัพย์เดียวเป็นหลัก โดยมุ่งหวังที่จะติดตามผลการดำเนินงานหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วให้ใกล้เคียงดัชนี TIP Customized Taiwan Growth and High Dividend Index ให้ใกล้เคียงที่สุด


โดยดัชนีอ้างอิงดังกล่าวประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบ 50 หุ้น ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวันที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล อัตราการเติบโต และสภาพคล่องที่สูง จากการพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ อาทิ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล สภาพคล่อง อัตราส่วนการหมุนเวียน และผลกําไรทางการเงิน เป็นต้น


ผ่านกองทุนหลัก CTBC TIP Customized Taiwan Growth and High Dividend ที่บริหารจัดการโดย CTBC Investments Co., Ltd.


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 30 มิ.ย. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

- Information Technology 60.70%

- Industry 19.00%

- Consumer Discretionary 6.90%

- Communication 5.30%

- Finance 3.60%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) MediaTek 13.90%, 2) Quanta Compute 6.40%, 3) Wiwynn 5.80%, 4) ASUS 5.80% และ 5) United Integrated Services 5.10% ตามลำดับ”


- มาต่อกันด้วย DAOL-TAIWANEQ: กองทุนเปิด ดาโอ ไต้หวัน อิควิตี้ของบลจ.ดาโอ เป็นกองทุนในกลุ่ม Greater China Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน หุ้นไต้หวันที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี MSCI Taiwan 25/50” ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง (Large and Mid-capitalization) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศไต้หวัน


ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares MSCI Taiwan ETF’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Fund Advisors (Europe) Limited


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 28 ส.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด  5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  • Information Technology 73.40%

  • Financials 14.06%

  • Materials 4.06%

  • Industrials 3.17%

  • Communication 2.01%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TSMC 20.51%, 2) Mediatek Inc. 6.11%, 3) Delta Electronics 3.93%, 4) Hon Hai Precision Industry 3.38% และ 5) ASE Technology Holding 2.77% ตามลำดับ”



-  ปิดท้ายกันด้วย UOBSGC: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม Greater China Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้น” ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในเขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง จีน และไต้หวัน โดยตลาดหลักทรัพย์ที่เข้าไปลงทุน ส่วนใหญ่ ได้แก่ ตลาดฮ่องกง ตลาดเซี่ยงไฮ้ และตลาดไต้หวัน ทั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนี MSCI Golden Dragon


ผ่านกองทุนหลัก ‘United Greater China Fund Class T SGD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore)


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ 30 มิ.ย. 26) กระจายการลงทุนในประเทศต่างๆ ดังนี้

  • ไต้หวัน 54.92%

  • จีน 37.09%

  • ฮ่องกง 3.73%


มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

- Information Technology 55.35%

- Financials 11.75%

- Industrials 8.40%

- Communication Services 5.84%

- Consumer Discretionary 4.40%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) TAIWAN SEMICONDUCTOR MANUFACTU 21.50%, 2) FUBON TAIWAN TECHNOLOGY ETF 4.57%, 3) TENCENT HOLDINGS LTD 4.29%, 4) L&K ENGINEERING SUZHOU CO LTD 4.02% และ 5) ARDENTEC CORP 3.25% ตามลำดับ”


สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง มองหาโอกาสลงทุนที่มีแนวโน้มเติบโตตามเทรนด์ของเทคโนโลยี ได้ประโยชน์จาก “AI Megatrend” เชื่อว่า “กองหุ้นไต้หวัน” รวมถึง “กองหุ้น Greater China” ที่เป็นมหาอำนาจของ “ชิปโลก” จะเป็นทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’