4 หุ้นขนส่งมวลชนจะเป็นอย่างไร เมื่อไทยกำลังเข้าสู่โหมดเปิดเมือง “Welcome To Thailand”
ในครั้งนี้เรายังคงเกาะกระแสหุ้นธีมเปิดเมืองกันต่อ แต่อาจจะโยกย้ายไปยังกลุ่มขนส่งผู้โดยสารทางอากาศและทางระบบราง รวมถึงทางถนน ซึ่งกลุ่มหุ้นดังกล่าวได้รับอานิสงส์และประโยชน์ของการเปิดเมืองที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อีกครั้ง โดยกลุ่มขนส่งทางอากาศในหุ้นสายการบินอย่าง AAV และ BA ขณะที่หุ้นขนส่งระบบมวลชนทางรางและทางถนน คือ BTS และ BEM จะมีการฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติได้มากแค่ไหน
โดยจากถ้อยคำแถลงอย่างเป็นทางการของนายกฯเรื่องการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวก็ทำให้หุ้นสายการบินอย่าง AAV และ BA พอที่จะคึกคักมีสีสันขึ้นบ้าง ซึ่งสอดรับที่กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว เช่นเดียวกับทาง BTS และ BEM ที่การเดินทางของประชาชนเริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติกันบ้างแล้ว ซึ่งเห็นได้จากปริมาณจำนวนรถในถนน หรือจำนวนห้างสรรพสินค้าที่มีประชาชนออกมาใช้บริการเพิ่มขึ้น
BTS & BEM กำลังฟื้น
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า BEM จะเป็นหุ้นในธีมเปิดเมือง เพราะไตรมาส 4/64 จะเห็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ หลังคลายล็อกดาวน์และคนเริ่มกลับมาทำงาน ทำให้ต้นเดือน ต.ค. เห็นผู้ใช้รถไฟฟ้าและทางด่วนในวันทำงาน ขึ้นมาที่ 1.4 แสนคน และ 9 แสนคัน/วัน ดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือน ก.ย.
อีกทั้งจะเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 พ.ย. และจะเปิดภาคเรียนของนักเรียน/นักศึกษา หลังเร่งฉีดวัคซีน ทำให้ไตรมาส 4 ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาส 3/64 ที่เป็นจุดต่ำสุด โดยคาดไตรมาส 3/64 จะมีกำไร 63 ล้านบาท ลดลง92.8% จากปีก่อน เพราะผลกระทบ COVID-19 ทำให้ผู้ใช้รถไฟฟ้าและทางด่วนลดลง แต่การคุมค่าใช้จ่ายและขยับค่าใช้จ่ายที่ไม่เร่งด่วนออกไป ซึ่งการดำเนินงานขาดทุน 158 ล้านบาท แต่มีรับรู้ปันผลของ TTW ที่ 221 ล้านบาทจึงพลิกมามีกำไร
ยังคงคาดการณ์กำไรปีนี้ที่ 1,299 ล้านบาท ลดลง 37.1% ไว้ก่อน และจะพิจารณาอีกครั้งหลังประกาศงบ และคาดกำไรปี 65 จะกลับโตได้อย่างโดดเด่นที่ 3,864 ล้านบาท หลัง COVID-19 คลี่คลาย ทำให้การกลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา บนวิธี SOTP ราคาพื้นฐาน 10.90 บาท ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
ข้ามมาที่ BTS บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คงแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 14 บาท โดยให้เหตุผลในการสนับสนุนว่า BTS ได้แก่ จากธีมการฟื้นตัวของการเปิดเมือง ประกอบกับการยกเลิกบัตร 30 วัน ทำให้กำไร BTSGIF ฟื้นตัว, และการลงทุนใน JMART ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นในทันที รวมถึงมีโอกาสซินเนอร์ยีในอนาคต
โดย คาดกำไรไตรมาส 2/64-65 (1 ก.ค.-30 ก.ย.) จะเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ผลจากการดำเนินงานบริษัทลูกแย่ลง โดยเฉพาะ VGI และ BTSGIF โดยทั้งสองบริษัทมีรายได้ลดลงจากการล็อกดาวน์ อย่างไรก็ตามเริ่มมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์และโอกาสที่จะเริ่มการเรียนในโรงเรียนใน พ.ย.64
ดังนั้นจึงคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวได้แข็งแกร่งในไตรมาส 3/64-65 และต่อเนื่องไปยังไตรมาส 4/64-65 และปีหน้า โดยมีการฟื้นตัวของ VGI และ BTSGIF เป็นปัจจัยหนุน การฟื้นตัวในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนเนื่องจากมีการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มบริษัททั้งการยกเลิกบัตร 30 วันและการลงทุนใน JMART เราจึงคาดว่ากำไรปี 64/65 อาจสูงกว่ากำไรในปี 63/64
โอกาสของหุ้นสายการบิน
เริ่มกันที่หุ้นสายการบินอย่าง AAV จากการที่ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ นี้ในเดือน ต.ค.64 แอร์เอเชียพร้อมให้บริการ 20 เส้นทางคือ บินตรงจากดอนเมืองไปยังหัวเมืองสำคัญในประเทศ สู่เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ น่าน อุดรธานี เพื่อรองรับการเปิดประเทศ และนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยว
ขณะที่ความเห็นของบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด มองว่า ทาง AAV คาดจะมีผู้โดยสารราว 4 ล้านคนในปีนี้ คาดเป้าไตรมาส 4/64 จะอยู่ที่ 2.3 ล้านคน หนุนจากการแจกจ่ายวัคซีน และการผ่อนคลายมาตรการ คาด load factor ปีนี้อยู่ที่ 72% มากกว่าครึ่งปีแรกที่ 63.5% นอกจากนี้ ยังสามารถควบคุมต้นทุนและการใช้จ่ายได้ดี คาดการกลับมาของเที่ยวบินจะทำให้การดำเนินงานดีขึ้น
สถานการณ์จะดีขึ้นหลังเดือนนี้ แต่การตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับ CAAT ทั้งนี้ ความเข้มงวดของมาตรการป้องกันโรค (เช่นการเว้นระยะในเครื่องบิน) อาจส่งผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว และราคาค่าโดยสาร และลดอุปสงค์ลงอีก ทั้งนี้ คาดราคาค่าโดยสารจะกลับมาเป็นปกติหลังปลดการล็อคดาวน์ แนะนำ “ถือ” มูลค่าเหมาะสมที่ 2.60 บาท
มาต่อกันที่ BA คาดว่าไตรมาส 3/64 จะเป็นจุดต่ำสุดในยุคที่มีการระบาดของ COVID-19 สำหรับ BA และเริ่มฟื้นตัว ขณะเดียวกัน BA อาจมีการบันทึกผลขาดทุนพิเศษสุทธิจำนวนมากจากการยกเลิกสัญญาเช่ากับ SPF แต่ในระยะยาวจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของ BA ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารสนามบินสมุย
อย่างไรก็ตามแม้ BA อาจรายงานผลขาดทุนสุทธิจำนวนมากในไตรมาส 3/64 แต่ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงน่าจะส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้นในระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" BA ด้วยราคาเป้าหมาย 11.20 บาท

