“กบข.” แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”... สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง” !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปัจจุบัน “กบข.” บริหารเงินกองทุนส่วนของสมาชิกกว่า 6.05 แสนล้านบาท กระจายลงทุนใน 18 สินทรัพย์ทั่วโลก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 26)
ปีนี้โชว์ผลตอบแทน “สุดปัง” (ณ วันที่ 16 ส.ค. 26) “แผนการลงทุนพื้นฐานทั่วไป” + 8.08%, “แผนการลงทุนตามหลักชะรีอะฮ์” +20.41%, “แผนหุ้นต่างประเทศ” +24.19% และ “แผนหุ้นไทย” +34.69%
ล่าสุดเพิ่งได้เลขาธิการคณะกรรมการ กบข. คนใหม่ เป็นคนที่ 8 “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” ที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 26 ที่ผ่านมา
พร้อมเปิดยุทธศาสตร์การเติบโตภายใต้ภารกิจหลัก “ลงทุนมั่นคง-เกษียณมั่นใจ-เศรษฐกิจไทยยั่งยืน” ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” ที่จะเป็นเข็มทิศที่ใช้ขับเคลื่อนองค์กรจากนี้ไป
ส่วนยุทธศาสตร์ด้านการลงทุนพร้อมยกระดับสู่การ “บริหารพอร์ตลงทุนแบบองค์รวม” (TPA: Total Portfolio Approach) เพื่อ “เพิ่มประสิทธิภาพ” สู่มาตรฐาน “กองทุนบำนาญชั้นนำระดับโลก” ด้วยเช่นกัน
ทิศทางของ “กบข.” จากนี้จะเป็นเช่นไรนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองล่าสุดจาก “ผู้นำสูงสุด” ขององค์กรแห่งนี้พร้อมๆ กันได้เลย

แนะสมาชิก “ออมเร็ว-ออมเพิ่ม-ออมอย่างเหมาะสม-ออมอย่างต่อเนื่อง”...สู่เป้าหมาย “เกษียณมั่นคง”
หนึ่งในความท้าทายที่ “กบข.” พบ คือ สมาชิกออมช้าลง, สมาชิกไม่ค่อยออมเพิ่ม, สมาชิกไม่ค่อยเลือกแผน และสมาชิกไม่ค่อยออมต่อ ซึ่งอาจส่งผลต่อเป้าหมายเกษียณอย่างมั่นคงได้
โดย “ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร” เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) บอกว่า ปัจจุบัน สมาชิก กบข. ที่ “เกษียณอายุราชการ” ได้รับเงินก้อนจากกองทุนเฉลี่ยประมาณ 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ “ไม่เพียงพอ” ต่อการสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกจำนวนมากยังมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเส้นทางสู่ “เกษียณมั่นคง” ต้องเริ่มจากการออมให้เร็ว ออมให้เพียงพอ และเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้มีเงินออมที่สามารถรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างยั่งยืน กบข. จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงานในระยะต่อไป

(ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร)
โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการดูแลสมาชิก สร้าง “ระบบนิเวศข้อมูลการเงิน” (Financial Data Ecosystem) เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตรที่สำคัญ เช่น กระทรวงการคลัง, บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร), กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เพื่อนำข้อมูลมาสร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเงินและความต้องการของสมาชิกแต่ละกลุ่ม สู่การออกแบบบริการและคำแนะนำที่ตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น
“ทั้งนี้ ‘กบข.’ ยังมีแนวคิดผลักดันการ ‘ปรับปรุงกฎหมาย’ ขยายสิทธิ์ทางเลือกการบริหารเงินเพื่อวัยเกษียณ (ออมต่อ) สำหรับอดีตสมาชิก และข้าราชการบำนาญ สามารถนำส่งเงินเข้ามาออมกับ กบข. ได้ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวและลดความเสี่ยงจากภัยมิจฉาชีพทางการเงิน”
“กบข.” ขยับสู่การ “บริหารพอร์ตลงทุนแบบองค์รวม” (TPA)…“เพิ่มประสิทธิภาพ” สู่มาตรฐาน “กองทุนบำนาญชั้นนำระดับโลก”
สำหรับด้านการลงทุน จากสถานการณ์การลงทุนในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนและผันผวนมากขึ้น ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก ส่งผลให้ประสิทธิภาพของการกระจายความเสี่ยง “หุ้น” และ “ตราสารหนี้” ลดลง ส่งผลต่อการบริหารพอร์ตตามสินทรัพย์และการจัดพอร์ตลดลง
“กบข.” จึงจำเป็นต้องศึกษาการพัฒนาแนวทางการจัดสรรสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์รูปแบบใหม่สู่การ “บริหารพอร์ตลงทุนแบบองค์รวม” (TPA: Total Portfolio Approach: TPA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่เหมาะสมให้แก่สมาชิก ซึ่ง “กองทุนบำนาญระดับโลก” ให้การยอมรับและใช้งานจริงในระดับสากล โดยปัจจุบัน กบข. ได้เริ่มนำแนวคิด “Hybrid TPA” มาประยุกต์ใช้แล้ว และจะเดินหน้ายกระดับกระบวนการลงทุนให้มีความยืดหยุ่นและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกมากยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ “กบข.” จะมุ่งยกระดับบทบาทสู่ “ผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน” (ESG Leadership) ผ่านการขับเคลื่อนแนวทาง “Active Ownership” และบูรณาการหลัก “ESG” เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้สมาชิก ควบคู่กับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศ
นอกจากนี้ “กบข.” จะขับเคลื่อนองค์กรพร้อมก้าวสู่อนาคต (Data & AI Organization) ด้วยการวางฐานข้อมูล พัฒนาคนและสร้างวัฒนธรรมองค์กร โดยนำ AI มาใช้ในการประมวลผลในงานด้านลงทุน บริการสมาชิก และเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร เพื่อให้ทำงานรวดเร็ว ลดงานซ้ำซ้อนและความผิดพลาด พร้อมทั้งช่วยให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นด้วย
ก้าวย่างของ “กบข.” จากนี้ไปภายใต้ “ยุทธศาตร์ใหม่” จะเป็นมากกว่าผู้บริหารเงินออมเพื่อการเกษียณ แต่จะเป็นสถาบันหลักด้านความมั่นคงทางการเงินระยะยาวของสมาชิกและประเทศ ที่พร้อมจะขับเคลื่อนองค์กรด้วยความเข้าใจสมาชิก การลงทุนอย่างมืออาชีพ และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีเส้นทางสู่การเกษียณที่มั่นคง พร้อมทำให้เงินลงทุนของ “กบข.” เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศนั่นเอง
