“FP INDIA-D” ดัก “หุ้นอินเดีย” ช่วงตลาดย่อ... รอฟื้นตัว เหตุ “พื้นฐานแกร่ง-ราคาไม่แพง” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “India Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นอินเดีย” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ของเศรษฐกิจอินเดีย
แม้ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ยังคาดเศรษฐกิจอินเดียจะโตได้ต่อเนื่องปีนี้ 6.4% และปีหน้า 6.7% ก็ตาม (ที่มา: World Economic Outlook: July 2026)
แต่ดู “หุ้นอินเดีย” (SENSEX) จะวิ่งสวนทางกลับภาพเศรษฐกิจ ปีนี้ปรับตัวลงมาแล้ว -9.45% (ย้อนหลัง 1 ปี -3.67%) หลังตลาดกังวลผลกระทบสงครามทำ “ราคาน้ำมันสูง” จะกระทบการเติบโตเศรษฐกิจอินเดียได้ ประกอบกับตลาดหุ้นเองก็ไม่มีกลุ่ม “หุ้นเทคโนโลยี” เหมือนตลาดเอเชียอื่นๆ (ที่มา: Google Finance, วันที่ 28 ส.ค. 26)
กดดันทิศทางตลาดในช่วงที่ผ่านมา แต่นั่นทำให้ตลาดกลับมาสู่ระดับที่ “ถูก” กว่าในอดีต ปัจจุบัน “หุ้นอินเดีย” มี Fwd 12M P/E 16.74 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 20.33 เท่า ในขณะที่กำไรบจ.คาดว่ายังโตได้ +8.33% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 21 ส.ค. 26) จึงกลับมาเป็นตลาดที่น่าสนใจอีกครั้ง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นอินเดีย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“FP INDIA-D” ดัก “หุ้นอินเดีย” ช่วงตลาดย่อ-รอฟื้นตัว
สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า “FP INDIA-D: กองทุนเปิด เฟิร์ส พลัส อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟ ชนิดจ่ายเงินปันผล” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.เฟิร์ส พลัส’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2558 เน้นลงทุน “หุ้นอินเดีย” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ของเศรษฐกิจอินเดีย ผ่านกองทุนหลัก “Manulife Global Fund – India Equity Fund (Class I2)” ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.
โดยกองทุนมีนโยบาย “ปันผล” นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา จ่ายปันผลไปแล้ว 10 ครั้ง รวม 7.45 บาท/หน่วย

หน้าตาพอร์ต...สไตล์หุ้น “ขนาดใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘FP INDIA-D’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 27 ส.ค. 26) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกมากสุด ประกอบด้วย
-
Financials Services 31.69%
-
Industrials 13.27%
-
Consumer Cyclical 12.196%
-
Healthcare 8.43%
-
Basic Materials 7.54%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ICICI Bank Ltd 8.0%, 2) HDFC Bank Ltd 4.88%, 3) Reliance Industries Ltd 4.05%, 4) Axis Bank Ltd 4.04% และ 5) Mahindra and Mahindra Ltd 3.30% ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘FP INDIA-D’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 31 ก.ค. 26) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.83% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.38% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 16.79% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.45% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -26.69%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด
โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่มีกำหนดขั้นต่ำแต่ประการใด เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายที่ไม่ได้กำหนดขั้นต่ำไว้เช่นกัน แต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเฟิร์ส พลัส จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน Click for Funds
ใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในประเทศที่มีการเติบโตสูง พื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ที่เน้นการเติบโตจากภายในประเทศ ราคา “ไม่แพง” เชื่อว่า “หุ้นอินเดีย” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ราคามีการปรับฐานลงมาเช่นนี้ เพื่อรอโอกาสฟื้นตัวในอนาคต
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
