“ชนะเงินเฟ้อสูง” ด้วย “กองทุนหุ้น”... “23 กองทุน” ผลงานแรงติดจรวด 10 ปี ทะลุ +8% ต่อปี !!!

สาระ Fund วันละนิด: “เงินเฟ้อสูง” ปัญหาที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ ไม่เพียงส่งผลกับเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของนักลงทุนทั่วโลกอีกด้วย


ถ้านิ่งเฉยไม่ทำอะไร? …ก็มีแต่จะ “จนลง” เท่านั้นเอง


ถ้า “ผลตอบแทน” ที่ลงทุนได้...น้อยกว่าเงินเฟ้อ...“อำนาจซื้อของเงิน” ในกระเป๋าคุณก็มีแต่จะลดน้อยถอยลงเช่นเดียวกัน


สินทรัพย์อะไรที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อสูงได้เป็นอย่างดี?.....คำตอบเชิงประจักษ์ คือ “หุ้น” นั่นเอง !!!


อย่าแปลกใจว่าทำไม...“มหาเศรษฐีทั่วโลก” ต่างลงทุนในหุ้น


แล้ว “กองทุนหุ้น” ที่ผลตอบแทนระยะยาว “ชนะเงินเฟ้อ” มีมั้ย?...คำตอบ คือ “มี” (แม้จะไม่มากนักก็ตาม)


จากการสำรวจผลงานของ “กองทุนหุ้น” ที่ผลตอบแทนติดจรวดช่วง 10 ปี ทำได้สูงกว่า +8% ต่อปีนั้น มีอยู่ “23 กอง” ด้วยกัน กระจายตัวอยู่ใน “10 กลุ่ม” ซึ่งเป็นกองหุ้นทั้งหมด จะมีกองทุนอะไรบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthythai’ ไปร่วมค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย



“23 กองหุ้น” จาก 10 กลุ่ม...ทำผลงานแรงติดจรวดช่วง 10 ปี มากกว่า +8
% ต่อปี แซงหน้า “เงินเฟ้อ”

สำหรับ “กองทุนหุ้น” เป็นกลุ่มกองทุนที่ผลตอบแทน “ต่อสู้กับเงินเฟ้อ” ได้เป็นอย่างดีในระยะยาว ต้องไม่ลืมว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโต บริษัทก็จะค้าขายมีกำไรมากขึ้นด้วย มีกำลังจ่ายค่าจ้าง คนมีกำลังซื้อ ก็นำเงินออกมาใช้จ่ายหมุนเวียนในเศรษฐกิจ ธุรกิจก็พร้อมจะขยายการลงทุน Momentum นี้ย่อมส่งผลดีต่อหุ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ นี่จึงทำให้ผลตอบแทนของการลงทุนในหุ้นโดยเฉลี่ยแล้วดีกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ และดีกว่าเงินเฟ้อในระยะยาวด้วยเช่นกัน





“จึงไม่น่าแปลกใจว่า...เมื่อสำรวจไปในระยะยาวช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่า กลุ่ม
กองหุ้น เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวได้สูงกว่า +8% ต่อปี ทิ้งห่างเงินเฟ้อสูงได้สบาย


โดยมีอยู่ 23 กอง จาก 10 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่


-Aggressive Allocation: ซึ่งเป็นกองทุนผสมที่เน้นลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่า 65% ของ NAV เรียกว่ามีบุคลิกมาทาง กองหุ้น ก็คงไม่ผิดนัก และทั้งหมดเน้นลงทุนใน หุ้นไทย มีด้วยกันถึง 4 กอง ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ตั้งแต่ 8.07% - 11.91% ต่อปี ได้แก่ MBT-G +11.91% ต่อปี, TISCOFLEXP +11.46% ต่อปี, TISCOAGF +10.03% ต่อปี และ MFX +8.07% ต่อปี


-กองหุ้นไทย: ที่น่าสนใจ คือ มี “กองทุนไทย” ติดทำเนียบมาด้วย 2 กอง มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นไทยไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV ซึ่งเป็นกองทุนคนละประเภท ได้แก่ TSF-A อยู่กลุ่มกองหุ้นทั่วไปที่ลงทุนได้ไม่มีข้อจำกัด ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +11.63% ต่อปี และ K-EQUITY ในกลุ่มกองหุ้นขนาดใหญ่ ทำผลตอบแทนได้ 8.09% ต่อปี


-กองหุ้นญี่ปุ่น: ติดโผมา 1 กอง เน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV ได้แก่ ASP-NGF ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +8.72% ต่อปี





-กองหุ้นจีน
: มหาอำนาจแห่งเอเชียและอันดับ2 ของโลก แม้ดูตลาดหุ้นจีนในช่วงที่ผ่านมาจะไม่ค่อยไปไหน แต่ก็มีติดเข้ามา 1 กอง เป็นจีน Greater China มีทั้งหุ้นจีน, ฮ่องกง และไต้หวัน ได้แก่ UOBSGC +8.27% ต่อปี


-กองหุ้นอินเดีย: อีกหนึ่งมหาอำนาจของเอเชียรองจากจีนมีอยู่ 2 กอง เน้นลงทุนในหุ้นอินเดียวไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV ได้แก่ K-INDIA และ ABIG ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +9.11% ต่อปี และ +8.78% ต่อปี ตามลำดับ


-กองหุ้นสุขภาพโลก: มากับธีม “หุ้นสุขภาพ” หนึ่งใน Mega Trend ในโลกของการลงทุน มี 2 กอง ได้แก่ BCARE และ KKP GHC ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ +12.53% ต่อปี และ +9.57% ต่อปี ตามลำดับ





-กองหุ้นโลก
: เป็นกลุ่มที่มีติดมาในทำเนียบมากสุดถึง 6 กอง มีหลากหลายธีมให้เลือกลงทุนกัน ทำผลตอบแทนช่วง 10 ปี ได้ตั้งแต่ 8.09 – 13.03% ต่อปี ได้แก่ SCBPGF+13.03% ต่อปี, KT-FINANCE +10.67% ต่อปี, TMBWDEQ +10.35% ต่อปี, K-GLOBE +8.71% ต่อปี, T-INFRA +8.39% ต่อปี และ MGA+8.09% ต่อปี


-กองหุ้นเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น): ภูมิภาคที่เป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก มี 1 กอง ที่เน้นลงทุนในหุ้นจีนและหุ้นอินเดีย ได้แก่ UOBSCI-N +9.92% ต่อปี


-กองหุ้นสหรัฐ: มหาอำนาจโลกในปัจจุบัน กองทุนกลุ่มนี้เน้นลงทุนในหุ้นสหรัฐไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV มีด้วยกัน 3 กอง ทำผลตอบแทนในช่วง 10 ปี ได้ 9.48 – 12.25% ต่อปี ได้แก่ ASP-S&P500 +12.25% ต่อปี, TISCOUS-A +12.10% ต่อปี และ ABAG +9.48% ต่อปี


-กองหุ้นยุโรป: หนึ่งในตลาดพัฒนาแล้วที่ใหญ่เป็นอันดับ2 รองจากสหรัฐ มี 1 กอง ได้แก่ EHD ทำผลตอบแทนในช่วง 10 ปี ได้ +8.49% ต่อปี


เห็นตัวเลข “เงินเฟ้อทั่วไป” ไทยล่าสุดแตะ 7.10% เล่นเอานักลงทุนอดหวั่นใจไม่ได้ และเงินเฟ้อสูงยังน่าจะอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ๆ เลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม “กองหุ้น” ก็ยังเป็นทางเลือกที่สามารถต่อสู้กับเงินเฟ้อได้เป็นอย่างดี จากข้อมูลช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เหล่ากองทุนหัวกะทิทั้ง “23 กอง จาก 10 กลุ่ม” ก็สามารถทำผลงานได้ดีติดจรวดทะลุ +8% ต่อปี วิ่งแรงแซงเงินเฟ้อได้สบายๆ


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 11 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“บล.ดาโอ” ลั่นจุดยืนเป็น “Wealth Management” ชูจุดเด่น “One-Stop Financial Service”… เล็งขยายฐาน “ลูกค้าต่างจังหวัด” พร้อมตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1.6 พันลบ. เพิ่มขึ้น 25% !!!
เมื่อ 4 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us