“กองรีท-โรงแรม” ราคาฟื้นยกแผงรับ ‘เปิดประเทศ’... ยืนหนึ่งทางเลือกสู้ ‘ดอกเบี้ยขึ้น+เงินเฟ้อสูง’ !!!
Fun of Funds: “ภาคการท่องเที่ยว” ถือเป็นฟันเฟืองหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ในช่วงที่ผ่านมาข่าวร้ายอย่างไวรัส COVID-19 ก็ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงให้กับภาคธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะโรงแรม
แต่ “ฟ้าหลังฝนย่อมสดใส” ก็ได้มาเยือนกับอุตสาหกรรมภาคท่องเที่ยวในไทยด้วยการผ่อนปรนมาตรการ “เปิดเมืองเปิดประเทศ” พร้อมกับจะทยอยให้มีการ “เปิดหน้ากากอนามัย” ในที่สาธารณะ
ซึ่งไม่แน่ว่าเราก็อาจจะได้เห็นการกลับมาครึกครื้นของภาคการท่องเที่ยวอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่อง
โดยในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็นำข้อมูลความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอย่าง “กองรีท” ที่ลงทุนในโรงแรมมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจ
“DREIT” แชมป์กลุ่ม ‘กองรีท-โรงแรม’…โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีสูงสุด +14.15%
ปกิเสธไม่ได้ว่า...การลงทุนใน “อสังหาริมทรัพย์” ถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ทางเลือกที่เหมาะเติมเต็มพอร์ตการลงทุนเพราะมีความสัมพันธ์คนละทิศทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ที่สำคัญยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเติบโตได้ในภาวะที่ “ดอกเบี้ยขึ้น” และ “เงินเฟ้อสูง” รวมไปถึงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อีกด้วย
โดยเฉพาะ “กองรีท” ที่การถือครองหรือลงทุนในสินทรัพย์โรงแรมที่ได้รับผลกระทบหนักสุดในช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวด้านราคา แม้ผลประกอบการบางกองอาจยังต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ปัจจุบันมีให้เลือกลงทุนได้ถึง 11 กองทุนในตลาดหุ้นไทยแต่กองที่เราหยิบยกมาในวันนี้เป็นกองที่ราคาหลักทรัพย์มีความเคลื่อนไหวที่โดดเด่นที่สุด 5 อันดับแรก ซึ่งประกอบไปด้วย
อันดับแรกกองที่มีความเคลื่อนไหวสูงที่สุดและโดดเด่นที่สุดเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี” หรือ “DREIT” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันได้ +14.15% มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 5.48%
“ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารอย่างโครงการโรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต,โครงการโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน,โครงการโรงแรมดุสิตดีทู เชียงใหม่และโครงการโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์”

ถัดมาเป็น “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โรงแรมศรีพันวา” หรือ “SRIPANWA” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +13.87%
“ที่ได้ลงทุนในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคารสิ่งปลูกสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และระบบสาธารณูปโภคของโครงการโรงแรมศรีพันวา ประกอบด้วย ที่ดิน 27 ไร่ อาคารบ้านพักแบบวิลล่า 39 หลัง อาคารโรงแรม 30 ห้อง เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ 7 ห้อง และอาคารส่วนกลางที่ใช้ในโครงการโรงแรมศรีพันวา”
อันดับที่ 3 เป็น “กองรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ ฮอสพิทอลลิตี้” หรือ “QHOP” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +10.38%
“ซึ่งจะลงทุนในสิทธิการเช่า (leasehold) ที่ดินและอาคาร โครงการ โรงแรมบูเลอวาร์ด กรุงเทพ รวมทั้งซื้อเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับโครงการโรงแรมดังกล่าว”
มาถึงอันดับรองสุดท้าย “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่าสตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้” หรือ “SHREIT” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +6.56%
“ที่ได้ลงทุนโดยการถือหุ้น 100% ใน Strategic Hospitality Holding Limited (BVI) ซึ่งลงทุนในทรัพย์สินทางอ้อมผ่านบริษัทโฮลดิ้งต่างประเทศ โดยถือหุ้น 100% ในบริษัทที่เป็นผู้ให้เช่าหลักของโรงแรม ประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ที่มีกำหนดอายุของโรงแรม Pullman Jakarta Central Park ประเทศอินโดนีเซีย และสิทธิการเช่าที่ดินและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโรงแรม 2 แห่งในประเทศเวียดนาม ได้แก่ Capri by Fraser และ IBIS Saigon South”
และสุดท้าย “กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ โฮสพีทาลิตี้” หรือ “GAHREIT” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ +2.87% มีอัตราเงินปันผล 12 เดือนล่าสุด 6.70%
“โดยลงทุนอยู่ในกรรมสิทธิ์ที่ดิน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ในการดำเนินโครงการโรงแรม เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา”
ความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ของ “กองรีท-โรงแรม” นั้นได้เริ่มมีการขยับตัวขึ้นมารับข่าวการเปิดประเทศแล้ว หลังจากในช่วงวิกฤติ COVID-19 กลุ่มโรงแรมได้รับผลกระทบหนักทั้งต่อผลประกอบการตลอดจนราคาที่ปรับตัวลงไปมาก ทำให้มีนักลงทุนเริ่มเข้าไปเก็บเพิ่มเติมอีกครั้งด้วยมุมมองเชิงบวกที่มีต่อผลประกอบการที่จะพลิกฟื้นนั่นเอง
