เกินต้าน “วิกฤติสินทรัพย์ดิจิทัล”... ฉุด “กอง Blockchain” ผลงานยับ-ย้อนหลัง 3 เดือน ติดลบเฉลี่ยกว่า -50% !!!
Fun of Funds: จาก “ดาวรุ่ง” สู่ “ดาวร่วง” จนหวั่นใจว่าจะกลายเป็นอวสานของกลุ่ม “เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” ไปก็ไม่ปาน
พลันที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” ขยับดอกเบี้ยสู่ขาขึ้นแบบเต็มตัวเพื่อสกัดเงินเฟ้อ นักลงทุนก็เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวของราคา “หุ้นเทคโนโลยี” และราคา “เหรียญคริปโตเคอเรนซี่” ในเชิงลบที่หนักขึ้น จนสะท้อนมายังผลตอบแทนการลงทุนให้มีการปรับตัวดำดิ่งในทิศทางเดียวกัน
ซึ่งรวมไปถึงธีมย่อยการลงทุนที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและเหรียญคริปโตเคอเรนซี่ อย่าง “บล็อกเชน” (Blockchain) ที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง “บิทคอยน์” ก็ตาม
จากโอกาสการลงทุนในวันนั้น ผ่านไปเพียง 3 เดือน “กองทุนบล็อกเชน” ก็ติดลบไปแล้วเฉลี่ยกว่า -50%!!!
เพื่อให้นักลงทุนและผู้อ่านเห็นถึงความเคลื่อนไหวในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ หยิบผลการดำเนินงานของ “กองทุนรวมหุ้นบล็อกเชน” ช่วง 3 เดือนมาแชร์กันในครั้งนี้
“4 บลจ.” ไม่ตกเทรนด์-เปิด “กองทุน Blockchain”...เพิ่มโอกาสลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับบล็อกเชนทั่วโลก
ธีมย่อยล่าสุดในธีมหลัก “เทคโนโลยี” ที่เพิ่งถือกำเนิดเกิดมาเป็นเทางเลือกให้กับนักลงทุนไทย ก็น่าจะเป็นธีม “บล็อกเชน” (Blockchain) อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เชื่อว่าจะมาเปลี่ยนอนาคตของโลก เป็นเทคโนโลยีการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง โดยระบบนี้จะทำให้ข้อมูลที่ถูกบันทึกไปแล้วเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขได้ยาก
“Blockchain ถือเป็นหัวใจสำคัญของสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ก็คงไม่ผิดนัก เนื่องจากเป็นระบบที่ทำให้ธุรกรรมต่างๆ ใน crypto ecosystem ดำเนินไปได้ อย่างไรก็ตามเทคโนโลยี Blockchain ก็ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการเงิน การท่องเที่ยว พลังงาน หรือแม้แต่กระทั่งภาครัฐของประเทศต่าง ๆ เองก็นำเทคโนโลยี Blockchain ไปประยุกต์ใช้ด้วยเช่นกัน จัดเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยเสริมความปลอดภัยในการทำธุรกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง”
ซึ่ง “Tech Company” กลุ่มนี้เป็นธุรกิจที่มีการเติบโตในอัตราที่สูงมาก จึงเป็นโอกาสที่ดีในการพิจารณาเลือกลงทุนในธุรกิจกลุ่มนี้และได้กลายมาเป็นธีมการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่สนใจในปัจจุบัน
โดย “กองทุนรวมบล็อกเชน” ในอุตสาหกรรมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยมีเปิดให้ลงทุนด้วยกันอยู่ 4 กองทุนเป็นหลัก (ไม่รวมกับประเภทของกองทุน) จาก 4 บลจ. ได้แก่ บลจ.แอสเซท พลัส, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.กรุงไทย และบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ ซึ่งบางกองทุนเองก็เป็นกองน้องใหม่ที่พึ่งจัดตั้งขึ้นได้ไม่กี่เดือนมานี้จึงยังไม่มีตัวเลขของผลการดำเนินงาน

“SCBBLOC” & “ASP-DIGIBLOC” ผลงานยับตาม “สินทรัพย์ดิจิทัล”...โชว์ 3 เดือนย้อนหลังติดลบ -44.06% และ -54.98% ตามลำดับ
จากการสำรวจข้อมูลผลงานของกลุ่ม “กองทุนรวมบล็อกเชน” ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานั้น พบว่ากองทุนที่ติดลบหนักที่สุดในกลุ่มนั้น จะเป็น “กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน” (ASP-DIGIBLOC) ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือนติดลบ -54.98%
“กองทุนมีนโยบายลงทุนหลักจะลงทุนในตราสารทุน (หุ้น) ของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies), บริษัทที่มีรายได้จากการดำเนินธุรกิจและมีความเกี่ยวข้องกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)”
รวมไปถึงการลงทุนในหน่วย CIS และกองทุนรวม ETF ที่มีการลงทุนในตราสารทุนตามลักษณะดังกล่าวข้างต้นด้วย แต่จะมีการลงทุนเกินกว่า 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุน ETF ที่กองทุนได้เลือกลงทุนเป็น กองทุน ‘VanEck Digital Transformation ETF’
ถัดมาเป็น “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Blockchain” (SCBBLOC) ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือน ติดลบ -44.06%
“ที่จะลงทุนในรูปแบบของหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน ‘Invesco CoinShares Global Blockchain UCITS ETF’ ที่จะประกอบไปด้วยหุ้นที่ในดัชนี CoinShares Blockchain Global Equity Index โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Replication Strategy”
สำหรับ 2 กองทุนที่เหลือนี่จะเป็นกองทุนน้องใหม่ที่พึ่งเปิดให้นักลงทุนจับจองไปในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ประกอบไปด้วย “กองทุนเปิดเคแทม Blockchain Economy” (KT-BLOCKCHAIN) ที่จะลงทุนในหน่วยลงทุนตราสารทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ อาทิ หน่วย CIS หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟ (กองทุนปลายทาง) ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป เบื้องต้นกองทุนได้มีการลงทุนใน กองทุน ‘Amplify Transformational Data Sharing ETF’ (BLOK) และ ‘Siren Nasdaq NexGen Economy ETF’ (BLCN)
ภายใต้เกณฑ์การคัดเลือกและกลยุทธ์ ที่จะต้องบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets Companies) ,บริษัทที่ดำเนินธุรกิจหรือมีความเกี่ยวข้องกับระบบสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และบริษัทที่พัฒนา,ใช้และได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
สุดท้าย “กองทุนเปิด แอล เอช บล็อกเชน” (LHBLOCKCHAIN) ที่จะลงทุนตั้งแต่ในตราสารแห่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝาก ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หน่วย CIS) กองทุนรวม ETF ต่างประเทศ รวมทั้งตราสารอื่นใดที่เกี่ยวข้องและได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน (Blockchain)หรือธุรกิจอื่นใดที่มีการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาใช้ประโยชน์
“สินทรัพย์ดิจิทัล...เป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นมาได้เป็นระยะเวลาไม่นาน จึงยังไม่ได้ยอมรับจากนักลงทุนจึงทำให้ความเสี่ยงและความผันผวนเองก็อยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เพราะมีการลงทุน ‘กระจุกตัว’ ในธุรกิจบล็อกเชน ซึ่งเป็นข้อควรระวังอย่างที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับนักลงทุนที่สนใจ”
