เปิด 6 “กอง FIF” นโยบายโดนใจมหาชน... เงินลงทุนทะลัก-ดันขนาดใหญ่ทะลุ “หมื่นล้านบาท” !!!
สาระ Fund วันละนิด: ในท่ามกลางสถานการณ์ลงทุนช่วงครึ่งปีแรกที่ไม่สู้ดีนัก จนทำให้ภาพรวมของกลุ่ม “กองทุนที่ลงทุนต่างประเทศ” (FIF) เองมีสินทรัพย์สุทธิลดลงเหลือ 9.92 แสนล้านบาท จากสิ้นปี21 ที่ 1.12 ล้านล้านบาท หรือลดลง 19.60%
วันนี้ จะพามาส่อง ‘กอง FIF’ ขวัญใจมหาชน ที่มีไซส์ใหญ่เกิน 10,000 ล้านบาท กัน ซึ่งจากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthythai’ นั้น มีอยู่ด้วยกัน 6 กอง ด้วยกัน
ที่น่าสนใจ คือ ส่วนใหญ่กว่า 66.67% หรือ 4 กอง เป็น “กองหุ้น” ด้วย ที่เหลือเป็น “กองทุนผสมโลก” (Global Allocation) และ “กองตราสารหนี้โลก” (Global Bond)
ทั้ง 6 กองทุนนี้ เป็นกองทุนอะไรกันบ้าง? ลงทุนอะไร? ทำไมจึงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนไทยอย่างล้นหลามเช่นนี้ ตามไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย
6 “กอง FIF” ไซส์ใหญ่ ‘เกิน 1 หมื่นล้านบาท’ กระจายใน 4 ประเภท...“TMBGQG” แชมป์ใหญ่สุดด้วยขนาด 2.15 หมื่นล้านบาท
ไม่ง่ายนัก ที่จะหากองทุนที่ไซส์ใหญ่ ขนาดเกิน 10,000 ล้านบาท ในอุตสาหกรรมกองทุน โดยเฉพาะในกลุ่ม ‘กอง FIF’ ที่เป็นการลงทุนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อโอกาสการลงทุนเปิดกว้าง ก็เป็นโอกาสให้กับนักลงทุนไทยเช่นเดียวกัน
สิ้นมิ.ย.22 มี ‘กอง FIF’ 998 กอง ที่มีไซส์ใหญ่เกิน 10,000 ล้านบาท มี 6 กอง ขนาดรวมกันกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 9.34% ของทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งทั้ง 6 กองแบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
-กองหุ้นโลก (Global Equity): มีด้วยกัน 2 กอง มาใน 2 ธีมที่แตกต่าง ได้แก่
“TMBGQG: กองทุนเปิดทหารไทย Global Quality Growth” กองทุนที่มี ‘ขนาดใหญ่สุด’ด้วยขนาด 2.15 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนระยะยาวในหุ้นที่มีทั้งคุณภาพและการเติบโตทั่วโลกผ่านกองทุนหลัก Wellington Global Quality Growth Fund
“K-CHANGE-A(A): กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน-A ชนิดสะสมมูลค่า” มีขนาดใหญ่เป็น ‘อันดับ6’ ด้วยสินทรัพย์สุทธิ 1.04 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือมีพฤติกรรมที่ส่ง ‘ผลกระทบเชิงบวก’ (Positive Impact) ต่อสังคมโดยรวม หรือสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา ความเท่าเทียมทางสังคม คุณภาพของระบบการดูแลสุขภาพ และด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP)

-กองหุ้นจีน (China Equity): เป็นอีกหนึ่งพิกัดการลงทุนที่นักลงทุนไทยชื่นชอบ มี 2 กอง ใหญ่เป็น อันดับ2 และ 3 ตามลำดับ มาด้วย 2 ธีมที่แตกต่างเช่นกัน ได้แก่
“K-CHINA-A(D): กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล” มีขนาดใหญ่เป็น ‘อันดับ2’ ด้วยขนาด 1.71 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทที่ตั้งถิ่นฐานหรือดำเนินธุรกิจส่วนใหญ่ในจีน ไม่น้อยกว่า 67% ของ NAV รวมถึงอาจลงทุนในหุ้นจีน A-shares ได้ไม่เกิน 40% ของ NAV โดยลงทุนผ่านกองทุนหลัก JPMorgan Funds – China Fund, Class JPM China I (acc) –USD
“KT-Ashares-A: กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า เอแชร์ อิควิตี้ ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” มีขนาดใหญ่ ‘อันดับ3’ ด้วยขนาด 1.59 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนโฟกัสใน ‘หุ้นจีนตลาด A-Shares’ ซึ่งเป็นตลาดหลักทรัพย์ที่มี Market Cap ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกและเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูงผ่านกองทุนหลัก Allianz Global Investors Fund - Allianz China A-Shares
-กองผสมโลก (Global Allocation): มี 1 กอง ซึ่งมาด้วยกลยุทธ์กระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก ได้แก่ “K-GA-A(D): กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น-A ชนิดจ่ายเงินปันผล” มีขนาดใหญ่เป็น ‘อันดับ4’ ด้วยขนาด 1.41 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนใน ‘หุ้น’ และ ‘ตราสารหนี้’ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลกผ่านกองทุนหลัก BGF-Global Allocation Fund A2 USD
-กองตราสารหนี้โลก (Global Bond): มี 1 กอง ได้แก่ “TMBGINCOME: กองทุนเปิดทหารไทย Global Income” มีขนาดใหญ่เป็น ‘อันดับ5’ ด้วยขนาด 1.13 หมื่นล้านบาท เน้นลงทุนใน ‘ตราสารหนี้’ ประเภทต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วโลก อย่างน้อย 2 ใน 3 ของ NAV ผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund
นี่คือ 6 “กอง FIF” ขวัญใจมหาชน ที่มีไซส์ใหญ่เกิน “1 หมื่นล้านบาท” แม้ว่าผลตอบแทนตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบันที่ผ่านมาจะ “แดงเดือด” ไปตามสภาพของตลาดโลกก็ตาม แต่ขนาดที่ใหญ่นี้ส่วนหนึ่งก็สะท้อนได้ถึงความเชื่อมั่นต่อนโยบายการลงทุนระยะยาวของกองทุนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
