แนะกลับลงทุน “หุ้นเทคฯ สหรัฐ-จีน” & “หุ้นเติบโต”... หลังซึมซับข่าวร้ายมาก-เข้าข่าย “ของดี-ราคาถูก” !!!
Fund Manager View: สงครามยูเครน-รัสเซียยังไม่ทันจางหาย การตอบโต้กลับของจีนต่อไต้หวันและสหรัฐก็อาจจะเข้ามาซ้ำเติมจุดเดิมให้ยิ่งเจ็บไปได้อีก
ลำพัง “เศรษฐกิจสหรัฐ” ก็เข้าสู่ ‘การถดถอยทางเทคนิค’ ไปเรียบร้อยแล้วหลัง GDP หลังตัวเลข GDP ติดลบ 2 ไตรมาสติดกัน ส่วนเรื่องโอกาสจะขึ้นดอกเบี้ยแรงน่าจะลดลงหลังตัวเลขเงินเฟ้อน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วนั้น ก็เริ่มจะไม่แน่นอนขึ้นมาอีกครั้ง
นั่นยังเป็น “ปัจจัยลบ” ที่พร้อมจะเขย่าตลาดการลงทุนต่อไปในช่วงที่เหลือของปีนี้
ท่ามกลางความผันผวนเหล่านี้ นักลงทุนยังสามารถสร้างโอกาสการลงทุนจาก “หุ้นนอกตลาด” ได้ และหลังดอกเบี้ยขาขึ้นที่เขย่า “หุ้นเทคโนโลยี” ให้ร่วงหนักมาก่อนหน้า มองในมุมกลับนี่ได้กลายเป็น ‘ของดี-ราคาถูก’ ไปแล้วในตอนนี้
ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ ไปฟังมุมมองที่น่าสนใจจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย
“หุ้นนอกตลาด” ทางเลือก ‘คนมั่งคั่ง’...ติดปีกเงินลงทุนลุย “บริษัทที่มีศักยภาพเติบโตทั่วโลก” ในหลากหลายอุตสาหกรรม
หนึ่งในสินทรัพย์ที่น่าสนใจในช่วงตลาดหุ้นผันผวนก็คือ “สินทรัพย์ทางเลือก” เพราะให้ผลตอบแทนที่ผันผวนน้อยกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ โดยเฉพาะหุ้น และมีค่าความสัมพันธ์ (Correlation) ต่ำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์แบบเดิม นั่นหมายความว่าหากนักลงทุนสามารถเติมสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาในพอร์ตการลงทุนจะมีโอกาสลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนได้เพิ่มขึ้นนั่นเอง
โดย “สุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี มองว่า ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจจากผลกระทบของนโยบายการปรับดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อซึ่งมีผลต่อตลาดหุ้น การลงทุนใน “สินทรัพย์ทางเลือก” อย่าง ‘หุ้นนอกตลาด’ (Private Equity) เป็นโอกาสที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน ซึ่งจะช่วยเสริมการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์การลงทุนโดยตรงและการเข้าไปมีอำนาจควบคุมหรือร่วมควบคุมในโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทในฐานะ ‘Active owner’ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและสร้างมูลค่าของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นด้วยทีมงานบริหารที่แข็งแกร่งในการค้นหาบริษัท การวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก และการระดมแนวคิดในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัท รวมทั้งมีพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมที่จะช่วยให้คำปรึกษากับทีมผู้บริหารของบริษัทที่ลงทุน โดยค้นหาบริษัทที่น่าลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม Consumer, Financial Services, Technology, Media and Telecom, Healthcare, Industrials และ Business Services ในภูมิภาคอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก

(สุภาพร ลีนะบรรจง)
“การลงทุนใน Private Equity ถือเป็นทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ ‘นักลงทุนรายใหญ่พิเศษ’ (Ultra High Net Worth) ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผ่านรูปแบบของกองทุนรวมที่ ‘ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย’ นั่นเอง”
“ศก.สหรัฐ” เข้าโหมด “ถดถอย” แล้ว...โอกาสช้อป ‘หุ้นเทคฯ สหรัฐ” & ‘หุ้นเติบโตสูง’
ส่วน “หุ้นเทคโนโลยี” และ “หุ้นเติบโต” ที่แดงเดือดรับดอกเบี้ยขาขึ้นของสหรัฐใสนช่วงก่อนหน้า จนราคาดำดิ่งทิ้งตัวทำนักลงทุนทั่วโลกบาดเจ็บไปตามๆ กันนั้น ล่าสุดดูจะมีประกายความหวังขึ้นอีกครั้ง หลังเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ “ภาวะถดถอยทางเทคนิค” (US Technical Recession) ตามคาด หลังตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกัน โดยไตรมาส1/22 ติดลบ -1.6% และไตรมาส 2/22 ติดลบอีก -0.9% นั่นอาจส่งสัญญาณการเปลี่ยนวงจรเศรษฐกิจอีกครั้ง
ด้าน “ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์” ผู้อำนวยการอาวุโสที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ บมจ.ธนาคารทิสโก้ คาดว่า สิ้นปี22 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 3.50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.25 - 2.50% สำหรับตลาดหุ้นนั้น หากวัดจากอัตราราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) ของดัชนี S&P 500 ที่ปรับลดลงมาแล้วถึง -28% จากต้นปีนั้น มูลค่าหุ้น (Valuation) ในปัจจุบันน่าจะรับข่าวภาวะเศรษฐกิจถดถอย และนโยบายการเงินที่ตึงตัวไปมากแล้ว เหลือเพียงแต่การปรับลดคาดการณ์กำไรที่จะกดดันให้ตลาดหุ้นเป็นขาลง ดังนั้น จึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในรอบหลายปีที่จะหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นที่กำไรยังคงเติบโตแม้เศรษฐกิจจะถดถอยและมูลค่าเหมาะสม เช่น กลุ่มเทคโนโลยีอย่าง คลาวนด์ คอมพิวติง (Cloud Computing), ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ (Cyber Security) เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีน รวมไปถึงหุ้นกลุ่มหุ้นเติบโตทั่วโลก

(ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์)
“สาเหตุที่กลับมาแนะนำ ‘หุ้นเทคโนโลยี’ อีกครั้ง เพราะ 1) แรงกดดันในด้านต้นทุนทางการเงินของกลุ่มเทคโนโลยีลดลง 2) ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อยู่ในดัชนี NASDAQ ได้ปรับตัวลดลงถึง 32% และ 3) ธุรกิจ Cloud Computing, Cyber Security และ Semiconductor เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญต่อชีวิตประจำวัน และยังมีอัตราการเติบโตของยอดขายที่น่าสนใจ”
“หุ้นเทคฯ จีน” รับข่าวร้ายมามาก...มูลค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต-แต่แนวโน้มกำไรบจ.ยังเติบโตดีในระยะยาว
ในขณะที่ “หุ้นเทคโนโลยีของจีน” นั้น ปรับตัวรับข่าวร้ายหลังรัฐบาลจีนเข้ามากำกับดูแลการทำธุรกิจเพื่อให้การแข่งขันทางธุรกิจเป็นไปอย่างยุติธรรม จนราคาหุ้นในช่วง 1 ปีปรับลงมามากกว่า 43% และมูลค่า Fwd PE Premium ของดัชนี MSCI China Information Technology ลดลงเหลือ 1.18 เท่าเมื่อเทียบกับดัชนี CSI 300 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่เคยอยู่ระดับ 2.13 เท่า ขณะที่การเติบโตในระยะยาวยังมีศักยภาพการเติบโตที่น่าสนใจกับแผนการเติบโตของจีนที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจที่เน้นการผลิตไปยังระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นนวัตกรรมและภาคบริการ
นอกจาก “หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี” แล้ว ยังแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อ “หุ้นเติบโตทั่วโลก” ที่มีโอกาสขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมต่างๆ ในช่วง 5 - 10 ปีข้างหน้า และ “กลุ่มที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมอีก”ด้วยเช่นกัน ถือเป็นจังหวะช้อป “ของดี-ราคาถูก” เพื่อหวังผลในระยะยาวนั่นเอง
