เลือก “กอง SSFX”…ที่เหมาะกับตัวเอง ‘ตรงใจ & ตอบโจทย์’

ยังคงเกาะติดความเคลื่อนไหวของ “กองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSF Extra : SSFX)” กองทุนลุยหุ้นไทยภาคอวตารของ ‘กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)’ กันอย่างต่อเนื่อง


โดยจัดประโยชน์ทางภาษีแยกมาให้ใช้เดี่ยวๆ เต็มที่ ‘200,000 บาท’ ไม่ต้องรวมกับวงเงินลดหย่อนอื่นๆ แต่ต้องลงทุน ‘ตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป’ นับจากวันที่ซื้อ


ที่กำลังอยู่ในช่วงเทศกาลเสนอขายครั้งแรก (IPO) 1 – 15 เม.ย. 20 นี้ ของ ‘กอง SSFX’ จำนวน 18 กอง จาก 14 บลจ. ในเบื้องต้น โดยหลังจากนี้จะมีอีก 5 บลจ. ออกมาเพิ่มเติมอีกด้วย


แต่คุณยังสามารถลงทุนเพื่อใช้ประโยชน์ทางภาษีของกองทุนนี้ได้ 3 เดือน จนถึง 30 มิ.ย. 20 นี้


วันนี้ทีมงา ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย

“กอง SSFX”…มีนโยบายชัดเจนเน้นลงทุนหุ้นไทย ‘ไม่ต่ำกว่า 65%

ครั้งนี้เราจะมาโฟกัส “กองทุนเพื่อการออมพิเศษ (SSF Extra : SSFX)” โดยเฉพาะ ที่เป็นภาคอวตารแยกออกมาจาก ‘กองทุนเพื่อการออม (SSF)’ ทั่วไป ซึ่งเกิดขึ้นมาพิเศษเพื่อภารกิจพยุงตลาดหุ้นไทยที่ดำดิ่งทิ้งตัวอย่างหนักในปีนี้ก็คงไม่ผิดนัก


“ดังนั้น ‘กอง SSFX’ นี้ ชัดเจนเลยว่า มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทย ‘ไม่ต่ำกว่า 65%’ ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ไม่ว่าจะ 18 กองที่กำลัง IPO อยู่ หรือที่กำลังจะจัดตั้งตามออกมาก็ตาม โดยจะต้องจัดตั้งเพื่อเสนอขายให้ทันตั้งแต่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 20 นี้ เท่านั้น โดยประโยชน์ทางภาษีแยกชัดเจนเป็นอิสระต่างหาก 200,000 บาท

‘กอง SSFX’ นี้ ปกติชื่อกองทุนจะระบุชัดเจนอยู่แล้ว ว่า ‘พิเศษ’ ตัวย่อก็จะต่อท้ายด้วย ‘-X’ มีเพียง ‘บลจ.บัวหลวง’ แห่งเดียวเท่านั้น ที่ชื่อไม่ได้ระบุไว้ชัดๆ ดังนั้นหากจะลงทุนก็ควรสอบถามตัวแทนขายให้มั่นใจอีกครั้งก่อนลงทุนเพื่อความชัวร์ก็จะดีที่สุด


“ส่วน ‘กอง SSF-ปกติ’ ทั่วไปนั้น ลงทุนในหลักทรัพย์อะไรก็ได้ ประโยชน์ทางภาษี 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และต้องนับรวมกับกลุ่มเกษียณอื่นๆ ด้วย โดยรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งสามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิในช่วง 5 ปี ตั้งแต่ปี2020 – 2024

รู้จักกลยุทธ์ลุยหุ้นไทย ‘4 สไตล์’... ของ “กอง SSFX”

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมี ‘กอง SSFX’ กี่กองทุนก็ตาม ล้วนเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยเป็นสำคัญ ดังนั้น ความเสี่ยงของกองทุนประเภทนี้ก็คือ ‘ความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้น’ ชัดเจน โดยตามนโยบายกำหนดเกณฑ์เอาไว้เฉลี่ย ‘ไม่ต่ำกว่า 65%’ ของ NAV


แต่เราก็ยังสามารถจะแบ่งกลยุทธ์ลุยหุ้นไทยของ ‘กอง SSFX’ นี้ ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ด้วยกัน ได้แก่

‘กอง SSFX’ : ลงทุนในหุ้นไทย ‘ไม่ต่ำกว่า 80%’ ของ NAV

เป็นกลุ่มที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยเต็มที่ ‘ไม่ต่ำกว่า 80%’ คล้ายกับ ‘กอง LTF’ ซึ่งมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเต็มที่ ดังนั้นในแง่ ‘ความเสี่ยง’ ก็จะสูงกว่า ‘กอง SSFX’ ประเภทอื่นที่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นน้อยกว่านั่นเอง แต่ก็มาพร้อมกับโอกาสของผลตอบแทนที่สูงกว่าด้วยเช่นกัน เข้าตำรา ‘High Risk ,High Expected Return’ นั่นเอง

“ถ้าอิงเกณฑ์การลงทุนในหุ้นเฉลี่ย 80% ถ้าหุ้นไทยขึ้น 10% กองทุนกลุ่มนี้ก็จะขึ้น 8% ในทางตรงข้าม ถ้าหุ้นไทยลง 10% กองทุนกลุ่มนี้ก็จะลงได้ 8% เช่นกัน แต่โดยปกติแล้วก็จะมีการลงทุนในหุ้นค่อนข้างเต็มที่ ดังนั้นสำหรับใครที่รับความเสี่ยงได้สูง ‘กอง SSFX’ กลุ่มนี้ ก็เป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยยังคงเน้น ‘การบริหารเชิงรุก (Active Fund)’ ที่ใช้ฝีมือของผู้จัดการกองทุนมาบริหารจัดการให้นั่นเอง”

‘กอง SSFX’ : ลงทุนในหุ้นไทย ‘ไม่ต่ำกว่า 65%’ ของ NAV

เป็นกลุ่มที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นลดลงมาอีกนิดเหลือเฉลี่ ‘ไม่ต่ำกว่า 65%’ ของ NAV โดยส่วนที่เหลืออีก 35% นั้น ก็จะกระจายไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน กลุ่มกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือตราสารหนี้ เป็นต้น ขึ้นกับโมเดลการลงทุนที่ถูกออกแบบมาของแต่ละบลจ.

“กอง SSFX กลุ่มนี้เรียกว่าลงทุนในหุ้นเอาไว้ตามเกณฑ์เลย คือ ‘ไม่ต่ำกว่า 65%’ ของ NAV เรียกว่า ลดน้ำหนักของหุ้นลงมาอีกประมาณ 15% ดังนั้นหากอิงจากเกณฑ์ในแง่ของความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นก็จะมีส่วนร่วมอยู่ 65% เช่นกัน ถ้าตลาดหุ้นขึ้น 10% กองทุนก็จะขึ้นไป 6.5% ในส่วนของหุ้น ในทางตรงข้ามถ้าหุ้นลง 10% กองทุนก็จะลงด้วยประมาณ 6.5% มองในมิติเฉพาะสัดส่วนของหุ้นไทยที่ลงทุน ก็จะมีความเสี่ยงลดลงมาจากกลุ่มแรกอีกระดับหนึ่ง”

‘กอง SSFX’ : ลงทุนในหุ้นไทย 70-30

เป็นกลุ่มที่ออกแบบมาให้เป็นเสมือน ‘กองทุนผสม’ ที่มีการลงทุนใน ‘หุ้น’ ในสัดส่วนประมาณ 70% และที่เหลืออีก 30% เป็น ‘ตราสารหนี้’ ค่อนข้างชัดเจนไปเลยว่า...มีส่วนผสมของ ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ และ ‘สินทรัพย์มั่นคง’ ประมาณนี้ จะต่างกับกลุ่ม ‘กอง SSFX’ ที่ลงทุนในหุ้นไม่ต่ำกว่า 65% ตรงที่ส่วนผสมอีก 35% ที่เหลือนั้น จะเป็นสินทรัพย์ประเภทใดก็ได้ขึ้นกับโมเดล

“หากอิงสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของที่ 70% ก็จะเสี่ยงตามสัดส่วน หากหุ้นขึ้น 10% กองทุนก็จะขึ้น 7% ในทางตรงข้ามหากตลาดหุ้นลง 10% กองทุนก็จะลงประมาณ 7% แต่ความผันผวนในภาพรวมอาจจะดีกว่า 2 กลุ่มแรก เพราะอีก 30% นั้น เป็น ‘ตราสารหนี้’ ที่มีความเสี่ยงต่ำนั่นเอง”

‘กอง SSFX’ : ลงทุนตามดัชนีหุ้น

เป็นกลุ่มที่ลงทุนในหุ้นเต็มที่ (Fully Invested) บริหารจัดการแบบ ‘เชิงรับ (Passive Investment)’ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีหุ้นที่ใช้อ้างอิงนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น SET ,SET50 หรือ SET100 เป็นต้น ‘จุดเด่น’ คือ ต้นทุนค่าธรรมเนียมบริหารจัดการถูกเฉลี่ย 0.5% หากเทียบกับ 3 ประเภทแรกที่เป็น Active Fund จะเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5% เพราะต้องใช้ความสามารถของทีมผู้จัดการกองทุนเข้ามาหา ‘ผลตอบแทนเหนือตลาด (Alpha)’ นั่นเอง

“เป็นกลยุทธ์ที่สร้าง ‘ผลตอบแทนแค่เท่าตลาด (Beta)’ เท่านั้น ผลตอบแทนจะขึ้นลงไปกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นที่กองทุนอ้างอิงเป็นสำคัญ ถ้าหุ้นขึ้น 10% กองทุนก็ขึ้น 10% ในทางตรงข้ามถ้าหุ้นลง 10% กองทุนก็ลง 10% ด้วยเช่นกัน ตรงไปตรงมา

เลือก ‘กอง SSFX’ ที่เหมาะกับตัวเอง...ภายใต้ ‘ข้อจำกัด’ ที่มี

ต้องย้ำอีกครั้งว่า... ‘กอง SSFX’ มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทย ดังนั้น ความเสี่ยงก็ ‘ความเสี่ยงของหุ้น’ แม้จะพยายามออกแบบให้มี 4 สไตล์แล้วก็ตาม ก็ยังเป็น ‘กองหุ้น’ ดีๆ นี่เอง อันนี้ คือ ข้อแรกที่นักลงทุนควรเข้าใจก่อนจะลงทุนเลย


ถ้ารับความเสี่ยงของการลงทุนในหุ้นไม่ได้ ‘ข้ามไปได้เลย’!!!


“แต่ถ้ารับได้ ก็อยู่ที่ตัวคุณเองแล้วว่า...อยากจะรับความเสี่ยงของหุ้นในระดับไหน ‘มาก’ หรือ ‘น้อย’ อย่างไร ตาม 4 สไตล์ของ ‘กอง SSFX’ ที่แตกต่างกันไปนั่นเอง”


ถ้าต้องการแค่ ‘ประโยชน์ทางภาษี’ ยังมี ‘กอง SSF-ปกติ’ หรือ ‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)’ เป็นทางเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า


สำหรับ ‘ระยะเวลาการลงทุน’ ใน ‘กอง SSFX’ และ ‘กอง SSF ปกติ’ ไม่มีความแตกต่าง แต่ข้อแตกต่างเดียว คือ ‘ประโยชน์ทางภาษี’ ที่จะแยกออกมาชัดเจนเป็นอีกก้อนหนึ่งต่างหากเลย ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ‘กอง LTF’ เดิมบางส่วนอยู่แล้วที่ต้องการใช้ประโยชน์ทางภาษีให้เต็มที่


“ถ้าไม่มี ‘กอง SSFX’ เดิมอาจประหยัดภาษีได้เต็มที่แค่ 500,000 บาท ในกลุ่มเกษียณ แต่เมื่อมี ‘กอง SSFX’ เข้ามา จะทำให้สามารถประหยัดภาษีได้เพิ่มอีก 200,000 บาท รวมเป็น 700,000 บาท เลยทีเดียว นักลงทุนที่มีศักยภาพในฐานภาษีระดับ ‘กลาง-บน’ น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมาย”


ส่วนกลุ่มนักลงทุนที่อยู่ในฐานภาษีระดับ ‘กลาง-ล่าง’ ที่อาจใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ไม่เต็ม 500,000 บาท ในกลุ่มเกษียณนั้น ‘ความยืดหยุ่น’ ของการลงทุนระยะยาวจาก ‘กอง SSF-ปกติ’ หรือ ‘กอง RMF’ น่าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย สามารถจัดเป็นพอร์ตการลงทุนและสามารถสับเปลี่ยนนโยบายระหว่างการลงทุนได้อีกด้วย เพราะระยะเวลาลงทุน 10 ปี ถือว่าไม่น้อยเช่นกัน


“หลายคนที่จะลงทุนใน ‘กองSSFX’ ถามว่าลงทุนได้ยัง? หรือจะรอดี? หรือจะทยอยซื้อดี? ตอบง่ายๆ จุดที่เข้าซื้อนี้ ถ้าคุณมองไปอีก 10 ปี แล้วคิดว่าหุ้นจะต่ำกว่าระดับปัจจุบัน ก็ไม่ควรลงทุน ระยะเวลา 3 เดือนนี้ ไม่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด ตลาดหุ้นอาจจะ ‘ขึ้น’ หรือ ‘ลง’ ก็ได้ ไม่มีใครรู้ แต่คุณถ้าจะลงทุนก็มีแค่ 1 เม.ย. – 30 มิ.ย. 20 เท่านั้น และลงทุนเพื่อ 10 ปี ข้างหน้า ข้อแนะนำหากทยอยลงทุนซื้อได้ก็เฉลี่ยไปเดือนละไม้ใน 3 เดือนนี้ แต่จากสถิติฟ้องว่า...การทอยลงทุนแม้จะเป็นวิธีที่ดีจริงในทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัตินักลงทุนไทยก็จะเข้าลงทุนในช่วงสุดท้ายอยู่ดี (อ้างอิงสถิติกองทุนประหยัดภาษีปกติ)”


สุดท้ายจะลงทุน ‘กอง SSFX’ กองไหนดี ไม่มีกองที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ‘ผลตอบแทน’ เป็นผลจากเหตุ คือ ‘นโยบายการลงทุน’ ของกองทุนนั้นๆ เลือกกองทุนที่นโยบายการลงทุนตอบโจทย์ตัวคุณเอง นั่นจะเป็นกองทุนที่ดีที่สุดสำหรับคุณ อย่างน้อยคุณก็ลงทุนในสิ่งที่คุณ ‘เข้าใจ’ นั่นสำคัญมาก หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย โดยคุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวข้องกับ ‘กอง SSF’ เพิ่มเติมได้ตาม link ด้านล่างนี้


บทความที่เกี่ยวข้อง

https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200300187

https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200300091

https://www.wealthythai.com/web/contents/WT200100251

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต Single License และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’,

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 20 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ไทยติดโผ Rising Star ฐานผลิตโลกยุคใหม่ Verisk ชูศักยภาพรับ AI-Supply Chain ลุ้นดึง FDI หนุนเศรษฐกิจระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us