การกลับมาของ “ตราสารหนี้”... “ในประเทศ” เหนือเงินฝาก- “ต่างประเทศ” เพิ่มโอกาสที่ดีกว่า !!!

Fun of Funds: ดูเหมือนว่า...ฝันร้ายจาก “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ในปีก่อน ใกล้จะเดินทางมาสู่ปลายทางแล้ว


ตลาดคาด “ดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ” จะขยับไปสู่ระดับ 5.00 – 5.25% ในปีนี้ ก่อนจะปรับลงสู่ระดับ 4.00-4.25% ในปี24


ส่วน “ดอกเบี้ยนโยบายของไทย” คาดจะขยับสู่ระดับ 2.0% ในปีนี้


นั่นทำให้ปีนี้กลายเป็นปีทองของการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งในต่างประเทศและในประเทศ ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่จะแสวงหาผลตอบแทนที่ “ดีกว่าเงินฝาก” ในขณะที่ความเสี่ยงไม่ได้เพิ่มขึ้นมามากนัก ตามสไตล์ Medium Risk, Medium Return นั่นเอง


วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาอัพเดทกันเช่นเคย




“ตราสารหนี้ไทย” ผลตอบแทนปีนี้ยังน่าสนใจกว่าเงินฝาก

โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า ในช่วงไตรมาสที่1/23Bond Yield ไทย” รุ่นอายุตั้งแต่ 5 ปีลงมาปรับตัวขึ้น ในขณะที่อายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไปปรับตัวลง ทั้งนี้หากดูผลตอบแทนของหุ้นกู้อายุ 5 ปี ขยับขึ้นเล็กน้อย โดยปลายปี23 ตลาดคาดว่า Bond yield 5 ปี จะขยับขึ้นไปที่ 2.18% และ 10 ปี ขยับขึ้นไปที่ 2.61% ซึ่งมองภาพรวมปีนี้ “หุ้นกู้” ยังเป็นทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีสำหรับนักลงทุนไทยและดีกว่าเงินฝากเช่นกัน


(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)



“อย่างไรก็ตาม อยากให้นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นกู้ในช่วงเวลาที่สามารถถือครองได้จนครบอายุเป็นสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ซึ่งถือเป็น จุดด้อย ของตลาดตราสารหนี้ไทย ต้องไม่ลืมว่า หุ้นกู้ไม่ได้มีสภาพคล่องเหมือนหุ้น เวลาที่จำเป็นต้องใช้เงินขึ้นมา จะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้คล่องเหมือนหุ้น ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นกู้ที่สามารถถือลงทุนจนครบอายุได้เป็นสำคัญ นอกเหนือจากการทำความเข้าใจหุ้นกู้ที่จะลงทุน เพราะเมื่อถือจนครบอายุความเสี่ยงด้านราคาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาดก็จะหมดไปด้วยเช่นเดียวกัน”



โอกาสลงทุน “ตราสารหนี้ตปท.-คุณภาพดี” ให้ผลตอบแทนสูง

ในขณะที่ “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” นั้น “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า เป็นโอกาสการลงทุนที่ดีและไม่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดอกเบี้ยกำลังจะจบขาขึ้นและจะกลับทิศสู่ขาลงในปีหน้า “เงินเฟ้อ” กำลังปรับตัวลงจากฐานในปีก่อนที่สูง ความจำเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยลดลง และหากเกิดเศรษฐกิจชะลอตัวจะตามมาด้วยการปรับลดดอกเบี้ย เป็นบริบทที่ดีมากต่อการลงทุนใน “ตราสารหนี้” ที่นานๆ จะเกิดขึ้นที ความเสี่ยงจากดอกเบี้ยขาขึ้นลดลง ในขณะที่ผลตอบแทนทรงตัวในระดับสูงและ Upside เปิด นักลงทุนสามารถมองหาผลตอบแทนในระดับที่ดีจากการลงทุนใน “พันธบัตรรัฐบาล” หรือ “หุ้นกู้ Investment Grade (IG) ” ได้ในปัจจุบัน ซึ่งในอดีตหากต้องการผลตอบแทนที่ดี นักลงทุนอาจต้องรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการไปลงทุนในกลุ่ม High Yield (HY) แต่ในปัจจุบันไม่ต้องเสี่ยงขนาดนั้นก็หาผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน


(ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย)



ปีนี้แนะนำลดการถือครอง เงินสด เพราะจะทำให้สูญเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีไป โดยภาพรวมเชื่อว่าผลตอบแทนจการลงทุนทั้ง หุ้น และ ตราสารหนี้ จะดีกว่าในปีที่ผ่านมา ในส่วนของตราสารหนี้ต่างประเทศแนะนำลงทุนใน พันธบัตรรัฐบาล และ หุ้นกู้ Investment Grade (IG) และควรหลีกเลี่ยงตราสารหนี้ที่เป็น High Yield (HY)’ ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวและมีแนวโน้มจะถดถอย (Recession)”


แม้จะเห็น “ดอกเบี้ยแบงก์” ขยับปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่การปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนของ “ตราสารหนี้ในประเทศ” ก็ยังมีส่วนต่างที่ทำให้การลงทุนในตราสารหนี้ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากอยู่นั่นเอง ส่วนใครที่รับความเสี่ยงได้และต้องการผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ในประเทศ “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” ก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์คุณได้เช่นกัน

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Where to put your money
รู้หรือไม่? “SpaceX” ไม่ได้ถูกตีค่าในฐานะบริษัทจรวด... แต่ถูกตีค่าในฐานะ “ผู้ถือกุญแจสู่อนาคต” !!!
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
Credit Spread คืออะไร สำคัญยังไง? ส่องส่วนต่างความเสี่ยง ก่อนช้อปหุ้นกู้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
GULF ตอกย้ำความเชื่อมั่นระดับสากล ประสบความสำเร็จในการจัดหาเงินกู้ร่วมในต่างประเทศ มูลค่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
CNN เผยรายชื่อวิทยากรที่ตบเท้าเข้าร่วมงานเสวนาระดับโลก Global Perspectives: In Bangkok ที่จัดขึ้นครั้งแรกในกรุงเทพฯ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us