Official Update :

“หุ้นอาเซียน” ตลาดยัง Laggard ภูมิภาคอื่น...ศก.แนวโน้มฟื้นตัวได้โดดเด่น !!!

หุ้นอาเซียน ถือยังเป็นตลาดที่ผลตอบแทนและการเคลื่อนไหวยังตามตลาดอื่นๆ อีกไกลนัก เพราะด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ยังไม่ได้มีการคลี่คลายในบางประเทศ


ถึงแม้ว่าการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัสออกมาให้เห็น แต่ความล่าช้าไม่ว่าจะเกิดจากจำนวนวัคซีนที่ไม่เพียงพอหรือการบริหารจัดการที่ยังไม่ดีพอก็ยังเป็นสิ่งที่คอยกดดันตลาดอยู่


ซึ่งฟังดูมาถึงตรงนี้ “หุ้นอาเซียน” อาจจะดูไม่น่าสนใจ แต่แท้จริงนั้นกลุ่มหุ้นดังกล่าวก็ถือเป็นอีกกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จาก “การเปิดเมือง” และด้วยราคาหุ้นที่ยังตามตลาดอื่น (Laggard) หมายความว่าตลาดยังมีอัพไซต์ที่ไปต่อไปได้


ทำให้โอกาสที่นักลงทุนจะหาผลตอบแทนจากตลาดก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นนัก ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานของ “กองทุนรวมหุ้นอาเซียน” ตั้งแต่ต้นถึงปัจจุบันมาแชร์ให้แก่ผู้อ่านกันในครั้งนี้



I-ASEAN STAR10” แชมป์กลุ่ม ‘กองหุ้นอาเซียน’…โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 12.58%

ล่าสุดเดือนก.ค.21 “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดการณ์เศรษฐกิจ “กลุ่ม Asean-5” ว่าจะโตได้ 4.3% ในปี21 นี้ จากที่เคยติดลบ -3.4% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะโตต่อเนื่อง 6.3% ในปี22 มองในแง่ของศักยภาพทางเศรษฐกิจถือว่าไม่น้อยหน้าภูมิภาคใดในโลกเช่นกัน


สำหรับ “กองทุนรวมหุ้นอาเซียน” ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ไทยทั้ง 6 กองทุนที่ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้แสวงหาผลตอบแทนนั้นได้มีผลการดำเนินงานเป็นบวกทั้งสิ้น


โดยกองทุนที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม มีชื่อว่า “กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อินเตอร์เนชั่นแนล อาเซียน สตาร์ 10 (I-ASEAN STAR 10)” จาก บลจ.เอ็มเอฟซี ให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 22 ก.ค. 64) ได้ 12.58%


“ซึ่งตัวนโยบายการลงทุนจะลงทุนในตราสารแห่งทุนและตราสารหนี้ของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน รวมไปถึงเงินฝากตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนตลอดจนหลักทรัพย์และทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างส่วนใหญ่ในตลาดอาเซียน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศจะไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”





อันถัดมาหรืออันดับที่ 2 จะเป็นกองเดียวกันกับอันดับที่ 3 แตกต่างกันที่ชนิดของกอง โดยเป็นของ  
บลจ.บัวหลวง ที่มาชื่อว่า “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF) และ “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียน (B-ASEAN) ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 23 ก.ค. 64) ได้ 9.85% และ 9.58% เรียงตามลำดับ


“สำหรับตัวนโยบายการลงทุนของกองนั้นจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”


อันดับที่ 4 มาจาก บลจ.กสิกรไทยที่มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดเค อาเซียน อีโคโนมิค คอมมูนิตี้ หุ้นทุน (K-AEC)ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 9.45%


“โดยมีนโยบายการลงทุนในหุ้นต่างประเทศที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management)


สุดท้ายกองทุนจาก บลจ.วรรณ ในชื่อว่า “กองทุนเปิด วรรณ STOXX อาเซียน ซีเล็ค ดิวิเดนด์ อินเด็กซ์ ฟันด์ (ONE-STOXXASEAN)” ทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้ 6.45%


“กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารแห่งทุนหรือหุ้นสามัญ จำนวน 30 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และเป็นส่วนประกอบของดัชนี STOXX ASEAN SELECT DIVIDEND 30 INDEX โดยลงทุนในสัดส่วนหรือน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับดัชนี (Fully Replication)


เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับการปรับตัวของดัชนีดังกล่าวซึ่งกองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในภูมิภาคอาเซียน ตามที่ Standards of Qualifying CIS กำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ และที่ Standards of Qualifying CIS จะประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง โดยลงทุนในต่างประเทศรวมกันไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน


ผลตอบแทนของ กองทุนรวมหุ้นอาเซียนอาจจะไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ เพราะหากดูจากปัจจัยอย่างสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ยังไม่คลี่คลายและการแจกจ่ายวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมที่คอยกดดันก็ไม่น่าแปลกใจนัก แต่หากสถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายตลาดดังกล่าวก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีไม่แพ้ตลาดหุ้นอื่นๆ

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา